หน้าหลัก | จังหวัดบุรีรัมย์ | ข่าวประชาสัมพันธ์ | แหล่งท่องเที่ยว | ประเพณีภูมิปัญญา | แนะนำภาพ | แนะนำร้านค้า | ลงนามถวายพระพร | ลงนามถวายพระพร | เว็บบอร์ด | ติดต่อโฆษณา
User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

เกาะติดประเด็นร้อน

ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » เทศกาลประเพณี ภูมิปัญญา » การละเล่น

 

พิธีกรรม กะแมด มม๊วด รำแม่มด

 

พิธีกรรม กะแมด มม๊วด รำแม่มด

พิธีกรรม กะแมด มม๊วด รำแม่มด

พิธีกรรมรำแม่มด "กะแมด" เป็น พิธีกรรมรักษาผู้ป่วยไข้ของชาวกุย หรือส่วย โดยมีคนทรงเรียกว่า กะแมด ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างมนุษย์กับวิญญาณผี บรรพบุรุษและเทพเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่คุ้มครองคนและสถานที่ ในขณะที่กะแมดมีการเข้าทรงจะมีดนตรีบรรเลง เครื่องดนตรีประกอบด้วย แคน กลอง และเสียมตีกระทบกัน

พิธีกรรมกะแมด จัดขึ้นในเดือนสามและเดือนห้า สืบทอดกันมาเมื่อ 80 ปีที่ผ่านมา ผู้หญิงตั้งท้องจะต้องทำคลอดโดยแม่ตำแย แม่ตำแยจะสังเกตสายรกของทารก ซึ่งทำนายได้ 3 ลักษณะดังนี้

1. สายรกคล้องคอทารกคล้ายสายสะพาย ทารกนั้นจะมีครูกำเนิด เรียกว่า "สังวาลย์"

2. สายรกปกบนหัวทารกน้อย ทารกนั้นจะมีครูกำเนิดเรียกว่า สนม

3. สายทารกน้อยออกมาเป็นปกติ ทารกนั้นจะไม่มีครูกำเนิด หรือไม่มีครูแม่มด

นอก จากนี้ยังมีการทำนายอีกว่า ทารกชายที่มีครูกำเนิดเป็นสังวาล หรือสนม จะต้องได้บวชในพระพุทธศาสนาอย่างแน่นอน ครูแม่มดจะสำแดงเดชเมื่อบุคคลนั้นมีอาการป่วยแล้วรักษาไม่หาย เมื่อหมอดูทำนายแล้วเห็นครูกำเนิดหรือครูแม่มด จะต้องแต่งครูแม่มด ขึ้นบูชา รับครูให้มารักษา บุคคลนั้นจะเริ่มเจริญอาหาร ทานยาถูก และจะค่อยๆหายจากอาการเจ็บป่วย และบุคคลนั้นจะต้องแต่งครูแม่มดเป็นประจำทุกปี ถ้าปีไหนไม่ได้เล่นจะทำให้ไม่สบายในตัวเอง ปีไหนเล่นไม้ได้ต้องแต่งครูขึ้นและบอกกล่าวอาจารย์ใหญ่

สำหรับกำหนดพิธีกรรมรำแม่มด ของแม่แอด โยชน์รัมย์ ซึ่งมีอายุ 78 ปี อยู่บ้านเลขที่ 117 หมู่ที่ 12 ตำบลนิคม อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นอาจารย์ใหญ่ของแม่มดจะจัดขึ้นในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี

แม่แอด โยชน์รัมย์ ได้รับการประสิทธิ์ประสาทวิชาจากอาจารย์ 4 ท่าน และผู้สูงอายุผู้ชายที่เป็นที่เคารพนับถืออีก 2 ท่าน คอยพ่นไฟและดับน้ำ ดังนี้

1. แม่แวง บ้านหนองม่วง เสียชีวิตแล้ว

2. แม่หลง ศาลางาม บ้านหนองบัวเหนือ

3. แม่หยาด ศาลางาม บ้านหนองบัวเจ้าป่า

4. แม่ดา ยุดรัมย์ บ้านหนองบัวเจ้าป่า

5. พ่อพรม บ้านหนองบัวเจ้าป่า

6. พ่อมีจิงโจะ ยุดรัมย์ บ้านหนองบัวเจ้าป่า

พิธีกรรมประสิทธิ์ประสาทวิชาให้สืบทอดตำแหน่งอาจารย์ใหญ่แม่มดมีดังนี้ อาจารย์ใหญ่ 4 ท่านจะคัดเลือกบุคลที่เหมาะสม กำหนดพิธีจะทำวันเดียวกันกับวันเล่นแม่มด โดยการนำก้านกล้วยมาทำเป็นสามเกลอทรงกะโจม อาจารย์ใหญ่ทั้ง 4 ท่านและผู้จะรับการประสิทธิ์ประสาทวิชาจัดเตรียมทุกอย่างเหมือกับพิธีกรรมการรำแม่มดตามปกติ อาจารย์ใหญ่ทั้ง 4 ท่าน จะนั่งอยู่เป็นสี่เหลี่ยมคนละมุม ผู้ ที่จะรับการประสิทธิ์ประสาทวิชาจะนั่งเหยียดขาตรงอยู่ข้างกระโจมก้านกล้วย และตามง่ามนิ้วเท้าและหูต้องเสียบดอกไม้นำเครื่องแต่งตัวทุกอย่างของผู้รับ ประสิทธิ์ประสาทวิชา พับใส่ไว้ในกระบุง วางไว้ข้าง ๆ กระโจมก้านกล้วย ดนตรีบรรเลง อาจารย์ใหญ่ทั้ง 4 ท่านและผู้รับการประสิทธิ์ประสาทวิชาเข้าทรงแม่มด อาจารย์ 4 ท่าน รำแม่มดรอบพิธี อาจารย์ 1 ท่าน ต้องมีดาบด้วย ผู้ชายสูงอายุต้องเตรียมขี้ซีตำละเอียด กระบอง และถังใส่น้ำ โดยจุดกระบองแล้วตำขี้ซีว่านใส่กระบองให้เปลวไฟไปสู้ผู้ที่รับการประสิทธิ์ประสาทวิชา ผู้สูงอายุผู้ชายอีก 1 ต้องคอยสาดนำใส่ร่างทรงของผู้ที่รับการประสิทธิ์ประสาทวิชา ทำ 3 ครั้ง พอทำ 3 ครั้งเสร็จแล้ว อาจารย์ใหญ่ผู้มีดาบตัดยอดกระโจมก้านกล้วยให้ขาด แล้วให้คนนำไปทิ้งตามทาง 3 แยก และตาทาง 4 แยก เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีกรรมการถ่ายทอดประสิทธิ์ประสาทวิชา

แม่แอด โยชน์รัมย์ ท่านอยากทำพิธีกรรมถ่ายทอดประสิทธิ์ประสาทวิชาให้กับบุคคลใหม่แต่หาอาจารย์ใหญ่อีก 3 ท่านไม่ได้ ท่านได้เสียชีวิตไปแล้วเหลือแต่ท่านคนเดียว

เมื่อถึงเดือน 3 อาจารย์จะกำหนด วัน เวลาและสถานที่ในพิธีกรรมรำแม่มดเป็นประจำทุกปี พร้อมนัดคนเป่าแคน คนตีกลอง คนตีเสียมกระทบกัน คนโคลง (คือผู้ชายที่ร้องเพลงภาษาส่วยได้คอยร้องแก้กับแม่มดฝ่ายหญิง เพื่อให้เกิดความสนุกสนานร่าเริง และผู้สูงอายุที่เป็นที่เคารพนับถือคอยเจรจากับวิญญาณและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มาเข้าร่างทรง คอยตบมือให้จังหวะตามเสียงกลอง)

ร่างทรงที่จะทำการอัญเชิญครูกำเนิดหรือครูแม่มดมาเข้าร่างจะต้องเตรียมพิธีกรรมดังนี้ ต้องทำครูกำเนิด "ฉอม" นิยมทำจากไม้ยอป่าหรือไม้เนื้ออ่อนมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 5-6 เซนติเมตร ส่วนความสูงนั้นจะทำเป็นชั้น ๆ ให้ปลายเล็กลง เหมือนเจดีย์มีตั้งแต่ 3 ชั้น ถึง 7 ชั้น แล้วแต่ครูกำเนิด ครูแม่มดที่คอยปกปักรักษา คอยคุ้มครองท่านต้องการให้แต่งครูกำเนิดให้กี่ชั้น ซึ่งสามารถรู้ได้โดยให้หมอดูทำนายให้ เมื่อนำไม้ยอป่ามาทำชั้นเสร็จแล้วต้องทาด้วยน้ำขมิ้นเพื่อให้เหลืองสวยงาม และรอบ ๆแต่ละชั้นเจาะเป็นรูเล็ก ๆ เท่าทางมะพร้าวให้สวยงาม นำใบของต้นลำดวนมาพันเหมือนใบพลูเสียเข้ากับทางมะพร้าวแล้วนำไปเสียบเข้ากับรูที่เจาะไว้ตามชั้นของ ฉอม ส่วนปลายอดจะเป็นหมากแห้งถ้าเป็นครูแม่มดสนมจะต้องกางร่มแดงไว้บนยอด โดยนำผ้าแดงมาเย็บวงกลมให้เป็นร่มนำใบตาลอ่อนมาตัดลวดให้สวยงามโดยให้ผู้เฒ่าแก่ออกแบบลวดลายให้ทำ 3-4 อัน ต่อ 1 ฉอม แล้วด้วยน้ำขมิ้นจะมีสีเหลืองสวยงามนำไปห่อหุ้มไม้ยอป่าที่ทำเป็นชั้น ๆ ให้สวยงาม ใบตาลอ่อนจะตัดลวดลายด้วยมีดปลายแหลม เมื่อแต่งฉอมเสร็จแล้วก็จะทำกระทงภาษาอีสานเรียกว่า ขันหมากเบง ทำโดยใช้ใบกล้วยสดสีเหลืองพันเป็นวงกลมให้กว้างและสูงเท่ากระป๋องนมข้น ตกแต่ง ด้วยดอกลั่นทม ดอกลำดวนให้สวยงาม นำไปวางไว้บนชั้นในปะรำพิธี เมื่อเตรียมขันหมากเบงเสร็จแล้ว เตรียมจานถวายบูชา 2 จาน ต่อ 1 ร่างทรง ซึ่งจานบูชา 1 จาน จะประกอบด้วยกล้วย 4 ลูก ข้าวมัดต้ม 4 กลีบ และใบตองกล้วยทำเป็นบายสี เมื่อเตรียมจานบูชาเสร็จแล้วก็มาเตรียมขันเข้าทรง ขันร่างทรงใหม่ประกอบด้วย ด้าย 1 ไจกระจอก 1 อัน หวี 1 อัน ข้าวสาร 1 กำมือ แป้ง 1 กระป๋อง น้ำมันทาผม 1 ตลับ กรวยขัน 5 จำนวน 1 ชุด ใบตองพับเป็นหูกระต่าย 1 คู่ เทียนเล่มละ 2 บาท 1 คู่ เงินเหรียญแล้วแต่จะใส่นิยมใส่ 1 เหรียญ ส่วนด้าย 1 ไจนั้นไว้ให้อาจารย์ใหญ่คล้องคอให้กับร่างทรงใหม่เมื่อครูกำเนิดหรือครูกำเนิดหรือครูแม่มดมาเข้าร่างแล้ว ร่างทรงเก่าไม่ต้องมีด้าย 1 ไจเพราะครูกำเนิดหรือครูแม่มดมาคอยคุ้มครองตั้งแต่ตอนทรงครั้งแรกแล้ว

เมื่อได้กำหนด วัน เวลา สถานที่แล้วอาจารย์ใหญ่จะเรียกร่างทรงมาประชุมหางบประมาณในการทำพิธีกรรม ซึ่งค่าใช้จ่ายต่างๆ มีดังนี้

1. ค่าหมอแคน 4 คน

2. ค่าคนตีกลอง 2 คน

3. ค่าคนตีเสียมกระทบกัน 2 คน

4. ค่าคนโคลง

5. ค่าอุปกรณ์ต่างๆ

6. ค่าน้ำและค่าไฟ

7. ค่าอาหาร

นอกจากนี้ก่อนถึงวันทำพิธีกรรมรำแม่มด 1 วัน ต้องเตรียมปะรำพิธี สิ่งที่ขาดไม่ได้ในปะรำพิธีกรรม คือ ต้องมีเสา 9 ต้น หญ้าคา 3 ไพ นอก เหนือจากนี้สามารถขยายต่อเติมได้และผ้าขาวรองข้างล่าง 1 ผืน เรียกว่าดาวเพดาน ตามรอยต่อของไพหญ้าคาต้องเสียบดอกไม้ไว้เช่นดอกลั่นทม ดอกมันปลา ดอกลำดวน หรือดอกไม้หอมอื่นๆ ปะรำพิธีจะทำเป็นเพิงพักชั่วคราว ทำชั้นวางสูงประมาณคอเพื่อวางจานบูชาและขันหมากเบง ขนาดของชั้นต้องทำให้เพียงพอต่อจำนวนร่างทรง และต้องมีกระโจมไม้ไผ่ตอดตั้งไว้เสากลางด้านทิศตะวันตกในกระโจมไม้ไผ่ใส่ ด้าย เหล้าขาว 1 ขวด น้ำ 1 ขวด ดอกไม้ 5 คู่ ข้างต้ม 4 กลีบ กล้วย 4 ลูก ธูปเทียน คำหมาก 2 คำ บุหรี่ 2 มวน

เมือ่ถึงวันกำหนดพิธีกรรมรำแม่มด ผู้ที่เป็นร่างทรงก่อนออกจากบ้านจะต้องบอกแม่ธรณี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านและบริเวณบ้าน และขอขมาสามีก่อน เมื่อ ร่างทรงไปพร้อมกันที่ปะรำพิธีหมดทุกคนแล้ว เมื่อฝ่ายดนตรีพร้อมแล้ว ก็เป็นอันเริ่มพิธี ซึ่งจะเริ่มด้วยการจุดดอกดาวเรืองคือจุดเทียนเหลืองเล่มเล็ก เป็นการบอกกล่าวแม่ธรณีในปะรำพิธี ให้ย้ายออกจากปะรำพิธีก่อน และระลึกบุญคุณ บิดา มารดา ครูบาอาจารย์ อย่าได้เข้ามาขัดขวางในการทำพิธีกรรมรำแม่มดในครั้งนี้ นอกจากนี้ยังบอกล่าว ให้เครื่องดนตรี แคน กลอง เสียมที่นำมาตีกระทบกันนั้นให้มีเสียงไพเราะทำให้สนุกสนาน เพื่อให้ครูกำเนิดหรือ ครูแม่มดเข้ามาร่างทรงโดยสะดวกและง่ายเสร็จแล้วร่างทรงทุกคนต้องยกขันขึ้น เหนือศีรษะเพื่อแสดงความเคารพอาจารย์ใหญ่ จากนั้นอาจารย์ใหญ่ก็จะทำพิธีเข้าทรงก่อนต่อ จากนั้นก็จะเข้าร่างทรงทีละ 5 -10 คน แม่มดแต่ละคนจะชอบเสียงแคนจึงใช้คนเป่าแคนหลายคน จังหวะแคนแต่ละคนจึงไม่เหมือนกัน แต่ถ้าเสียงแคนไม่สนุกสนานและเร้าแม่มดจะมาเข้ามาร่างทรงไม่สำเร็จ ถ้าร่างทรงใดแม่มดไม่มาเข้าร่างทรง อาจารย์ใหญ่คนโคลง ผู้สูงอายุ และเพื่อนร่างทรงจะต้องมาล้อมรอบ พูดเยินยอ ชักชวน ให้จังหวะดนตรี ปรบมือเพื่อให้แม่มดมาเข้าร่างทรงให้ได้ ในขณะทีแม่มดมาเข้าร่วมทรง แม่มดจะขอเครื่องแต่งตัวตามที่ท่าชอบ เช่น ผ้าถุง ผ้าโสร่ง ผ้าขาวม้า ผ้าโพกหัวสีต่างๆ ผ้าสะพายบ่าสีต่าง ๆ ผ้าคาดเอวสีต่างๆ และ เครื่องดื่ม เช่น เหล้า น้ำอัดลม บุหรี่ หรือแม่มดบางท่านต้องการให้บุคคลที่มีครูกำเนิดหรือครูแม่มดมาขอต่อร่างทรง ด้วย ร่างทรง 1 ร่าง สามารถทรงสื่อสารกับครูกำเนิดหรือครูแม่มดได้หลาย ครูไม่มีกำหนดแล้วแต่สถาพร่างกาย พอถึงเวลา 05.30 น. หรือ 06.00 น. ก็จะทำพิธีรำเก็บดอกไม้ที่เสียบไว้กับรอยต่อไพหญ้าคา กับขันหมากเบง เข้าแถวรำรอบกระโจมไม้ไผ่เสาต้นกลางจำนวน 3 รอบ เสร็จแล้วร่างทรงต้องมาเข้าทรงลา เมื่อร่างทรงสั่น จะดีดขันออกไปข้างหน้าแสดงว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ วิญญาณบรรพบุรุษแม่มดได้ออกจากร่างของร่างทรง เสร็จแล้วทุกคนจะร่วมรับประทานอาหารก่อนแยกย้ายกลับบ้าน

พิธีกรรม รำแม่มด จึงเป็นพิธีกรรมที่มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของสาวกุย ที่มีมาแต่โบราณ ให้มีความรักสามัคคีจึงเป็นสิ่งที่ควรส่งเสริมและอนุรักษ์ไว้ต่อไป

******************************************************************************

แม่แอด โยชน์รัมย์ ผู้ให้สัมภาษณ์

เกิด วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2471 อายุ 78 ปี

บ้านเลขที่ 117 ม.12 ต.นิคม อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ 31150

นายบุดดา ศาลางาม ผู้สัมภาษณ์

15 กุมภาพันธ์ 2549

 

 

บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้ อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆที่ทีมงานคิดว่ามีประโยชน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดความบันเทิง และให้ความรู้ โดยเราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ E-mail crm_buriramguideแอดhotmail.co.th ทีมงานจะนำบทความนั้นๆออกทันทีี

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอข้อมูลกับบุรีรัมย์ไกด์ดอทคอมและบุรีรัมย์ไทม์ด้วยวิธีง่ายๆ
เพียงส่งรูปภาพหรือข้อมูลข่าวสารกิจกรรมที่ท่านมีเกี่ยวกับบทความเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ มาให้เราที่ buriramguideแอดhotmail.co.th ทางทีมงานจะนำรูปภาพและบทความของท่านมาปรับปรุงข้อมูลและลงชื่อท่านเพื่อเป็นเกียรติค่ะ
เขียนเมื่อ : 31 ส.ค. 2554,22:27   เข้าชม : 1288 ครั้ง

เทศกาลประเพณี ภูมิปัญญา » การละเล่นอื่นๆที่น่าสนใจ
พิธีกรรม กะแมด มม๊วด รำแม่มด
พิธีกรรมรำแม่มด "กะแมด" เป็น พิธีกรรมรักษาผู้ป่วยไข้ของชาวกุย หรือส่วย โดยมีคนทรงเรียกว่า กะแมด ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างมนุษย์กับวิญญาณผี บรรพบุรุษและเทพเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่คุ้มครองคนและสถานที่
กันตรึม
เดิมใช้สำหรับขับประกอบการเซ่นบวงสรวงเวลามีการทรงเจ้าเข้าผี ปัจจุบันใช้เล่นเพื่อความบันเทิงและได้รับความนิยมมาก ความไพเราะอยู่ที่เสียงของผู้ร้องและความไพเราะของดนตรี
เรือมตลอก (รำกะลา)
สืบเนื่องมาจากความนิยมในการปลูกมะพร้าวกันทุกบ้านในแถบอีสานใต้ แต่การปลูกมะพร้าวในภาคอีสานนั้นปลูกยาก
การเล่นกันตร๊อบเมือน หรือ ปรบไก่
เป็นการละเล่นที่นิยมมากในงานเผาศพขึ้นบ้านใหม่ บวชนาค ฉลองพระปีใหม่เป็นต้น คล้ายการร้องเพลงโคราช แบ่งผู้เล่นเป็นฝ่ายชายฝ่ายหญิง ข้างละ2-3 คน ร้องเป็นนิทานเกี้ยวพาราสี บทตลกเฮฮา อวยพร
มโหรีเขมร
มโหรีเขมรของป้าพลอยลาดประโคนและป้าคำเรียบ สุทันรัมย์ แห่งบ้านสะเดาต.สะเดา อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์
แม่นางด้ง
แม่นางด้ง เป็นการละเล่นเชิญผีหรือวิญญาณมาร่วมสนุกสนานในเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเชื่อกันว่าวิญญาณของภูติผีปีศาจที่มาจากป่าดงจะมาร่วมสนุกสนานในเทศกาล สงกรานต์นี้ด้วย
เรือมตรด
เรือมตรด คือรําตรุษสงกรานต์เป็นการละเล่นพื้นบ้านของชาวอีสานใต้ มาตั้งแต่โบราณ มีความเชื่อว่า เป็นการละเล่นเพื่อความสนุกสนานในวันขึ้นปีใหม่ของชาวไทยสมัยก่อนที่ใช้เดือนเมษายนของทุกปีเป็นวันขึ้นปีใหม่ นอกจากนี้เรือมตรด
เรือมก็อนเตียบ (ระบำเสื่อ)
การทอเสื่อเป็นอาชีพพื้นบ้านอย่างหนึ่งของคนอีสาน หมู่บ้านโคกเมืองเป็นที่ ๆมีการทอเสื่อสวยงามมาก ทางวิทบาลัยครูบุรีรัมย์ ภาควิชานาฏศิลป์ จึงคิดจะเผยแพร่ขั้นตอนการทอเสื่อโดยคิดประดิษฐ์เป็นการแสดงชุดนี้
ลูดอันเร(กระโดดสาก)
" ลูดอันเร "แปล่ว่า "กระโดดสาก" "ลูดอันเร" เป็นชื่อเรี่ยกการละเล่นชนิดหนึ่งของชาวไทยเชื้อสายเขมรที่มีลักษณะคล้ายกับ การรำกระกระทบไม้ของไทย ลาวกระทบไม้ แสกเต้นสาก
มะม็วดครูกาลบุรีรัมย์
มะม็วดครูกาลบุรีรัมย์
ประเพณีแซนโดนตา
ประเพณีที่สืบสานตำนานบรรพชน ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น แสดงถึงความกตัญญูรู้คุณคน ที่ไม่ได้สื่อออกมาให้เห็นเหมือนแฟชั่น แต่นั้นคือ สิ่งที่แสดงให้เห็นว่า เราคือคน...แตกต่างจากเดรัจฉานอย่างชัดเจน เพราะความกตัญญู
เรือมปันโจล
เป็นการแสดงพื้นบ้านที่แทรกอยู่ในพิธีกรรมบองบ๊อด (รักษาคนไข้) (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ
รำผีฟ้า อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์
การละเล่น พื้นบ้าน รำผีฟ้า อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์
การละเล่นพื้นบ้านของชาวบุรีรัมย์
จังหวัดบุรีรัมย์เป็นดินแดนที่มีความหลากหลายทางด้านเชื้อชาติและวัฒนธรรมทั้งนี้เป็นผลมา จากสภาพที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีเขตติดต่อกับจังหวัดนครราชสีมา มหาสารคาม สุรินทร์ และประเทศกัมพูชาประชาธิปไตย
เบื้องหลัง ไอ้เขายิง-สมพลวีดีโอ
เบื้องหลัง ไอ้เขายิง-สมพลวีดีโอ ละครตอนสั้น ไอ้เขายิง-สมพลวีดีโอและไอ้เขายิง-สมพลวีดีโอ
เรือมตรด
เรือมตรด คือรําตรุษสงกรานต์เป็นการละเล่นพื้นบ้านของชาวอีสานใต้ มาตั้งแต่โบราณ มีความเชื่อว่า เป็นการละเล่นเพื่อความสนุกสนานในวันขึ้นปีใหม่ของชาวไทยสมัยก่อนที่ใช้เดือนเมษายนของทุกปีเป็นวันขึ้นปีใหม่ นอกจากนี้เรือมตรด
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : พิธีกรรม กะแมด มม๊วด รำแม่มด
 

Satiti.com ฟรีสถิติ โค้ดสถิติ สถิติเว็บไซต์ ตัวอย่างสถิติ เว็บสถิติ จัดอันดับเว็บไซต์ ฟรีบริการเก็บสถิติเว็บไซต์
สำนักงานบุรีรัมย์ไกด์ 67 หมู่ที่ 9 ตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ 31000
Graphic designed By :: buriramguide © 2008 สงวนลิขสิทธิ์ | E-Mail crm_buriramguideแอดhotmail.co.th