|
พิธีกรรม กะแมด มม๊วด รำแม่มด
พิธีกรรมรำแม่มด "กะแมด" เป็น พิธีกรรมรักษาผู้ป่วยไข้ของชาวกุย หรือส่วย โดยมีคนทรงเรียกว่า กะแมด ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างมนุษย์กับวิญญาณผี บรรพบุรุษและเทพเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่คุ้มครองคนและสถานที่ ในขณะที่กะแมดมีการเข้าทรงจะมีดนตรีบรรเลง เครื่องดนตรีประกอบด้วย แคน กลอง และเสียมตีกระทบกัน
พิธีกรรมกะแมด จัดขึ้นในเดือนสามและเดือนห้า สืบทอดกันมาเมื่อ 80 ปีที่ผ่านมา ผู้หญิงตั้งท้องจะต้องทำคลอดโดยแม่ตำแย แม่ตำแยจะสังเกตสายรกของทารก ซึ่งทำนายได้ 3 ลักษณะดังนี้
1. สายรกคล้องคอทารกคล้ายสายสะพาย ทารกนั้นจะมีครูกำเนิด เรียกว่า "สังวาลย์"
2. สายรกปกบนหัวทารกน้อย ทารกนั้นจะมีครูกำเนิดเรียกว่า สนม
3. สายทารกน้อยออกมาเป็นปกติ ทารกนั้นจะไม่มีครูกำเนิด หรือไม่มีครูแม่มด
นอก จากนี้ยังมีการทำนายอีกว่า ทารกชายที่มีครูกำเนิดเป็นสังวาล หรือสนม จะต้องได้บวชในพระพุทธศาสนาอย่างแน่นอน ครูแม่มดจะสำแดงเดชเมื่อบุคคลนั้นมีอาการป่วยแล้วรักษาไม่หาย เมื่อหมอดูทำนายแล้วเห็นครูกำเนิดหรือครูแม่มด จะต้องแต่งครูแม่มด ขึ้นบูชา รับครูให้มารักษา บุคคลนั้นจะเริ่มเจริญอาหาร ทานยาถูก และจะค่อยๆหายจากอาการเจ็บป่วย และบุคคลนั้นจะต้องแต่งครูแม่มดเป็นประจำทุกปี ถ้าปีไหนไม่ได้เล่นจะทำให้ไม่สบายในตัวเอง ปีไหนเล่นไม้ได้ต้องแต่งครูขึ้นและบอกกล่าวอาจารย์ใหญ่
สำหรับกำหนดพิธีกรรมรำแม่มด ของแม่แอด โยชน์รัมย์ ซึ่งมีอายุ 78 ปี อยู่บ้านเลขที่ 117 หมู่ที่ 12 ตำบลนิคม อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นอาจารย์ใหญ่ของแม่มดจะจัดขึ้นในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี
แม่แอด โยชน์รัมย์ ได้รับการประสิทธิ์ประสาทวิชาจากอาจารย์ 4 ท่าน และผู้สูงอายุผู้ชายที่เป็นที่เคารพนับถืออีก 2 ท่าน คอยพ่นไฟและดับน้ำ ดังนี้
1. แม่แวง บ้านหนองม่วง เสียชีวิตแล้ว
2. แม่หลง ศาลางาม บ้านหนองบัวเหนือ
3. แม่หยาด ศาลางาม บ้านหนองบัวเจ้าป่า
4. แม่ดา ยุดรัมย์ บ้านหนองบัวเจ้าป่า
5. พ่อพรม บ้านหนองบัวเจ้าป่า
6. พ่อมีจิงโจะ ยุดรัมย์ บ้านหนองบัวเจ้าป่า
พิธีกรรมประสิทธิ์ประสาทวิชาให้สืบทอดตำแหน่งอาจารย์ใหญ่แม่มดมีดังนี้ อาจารย์ใหญ่ 4 ท่านจะคัดเลือกบุคลที่เหมาะสม กำหนดพิธีจะทำวันเดียวกันกับวันเล่นแม่มด โดยการนำก้านกล้วยมาทำเป็นสามเกลอทรงกะโจม อาจารย์ใหญ่ทั้ง 4 ท่านและผู้จะรับการประสิทธิ์ประสาทวิชาจัดเตรียมทุกอย่างเหมือกับพิธีกรรมการรำแม่มดตามปกติ อาจารย์ใหญ่ทั้ง 4 ท่าน จะนั่งอยู่เป็นสี่เหลี่ยมคนละมุม ผู้ ที่จะรับการประสิทธิ์ประสาทวิชาจะนั่งเหยียดขาตรงอยู่ข้างกระโจมก้านกล้วย และตามง่ามนิ้วเท้าและหูต้องเสียบดอกไม้นำเครื่องแต่งตัวทุกอย่างของผู้รับ ประสิทธิ์ประสาทวิชา พับใส่ไว้ในกระบุง วางไว้ข้าง ๆ กระโจมก้านกล้วย ดนตรีบรรเลง อาจารย์ใหญ่ทั้ง 4 ท่านและผู้รับการประสิทธิ์ประสาทวิชาเข้าทรงแม่มด อาจารย์ 4 ท่าน รำแม่มดรอบพิธี อาจารย์ 1 ท่าน ต้องมีดาบด้วย ผู้ชายสูงอายุต้องเตรียมขี้ซีตำละเอียด กระบอง และถังใส่น้ำ โดยจุดกระบองแล้วตำขี้ซีว่านใส่กระบองให้เปลวไฟไปสู้ผู้ที่รับการประสิทธิ์ประสาทวิชา ผู้สูงอายุผู้ชายอีก 1 ต้องคอยสาดนำใส่ร่างทรงของผู้ที่รับการประสิทธิ์ประสาทวิชา ทำ 3 ครั้ง พอทำ 3 ครั้งเสร็จแล้ว อาจารย์ใหญ่ผู้มีดาบตัดยอดกระโจมก้านกล้วยให้ขาด แล้วให้คนนำไปทิ้งตามทาง 3 แยก และตาทาง 4 แยก เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีกรรมการถ่ายทอดประสิทธิ์ประสาทวิชา
แม่แอด โยชน์รัมย์ ท่านอยากทำพิธีกรรมถ่ายทอดประสิทธิ์ประสาทวิชาให้กับบุคคลใหม่แต่หาอาจารย์ใหญ่อีก 3 ท่านไม่ได้ ท่านได้เสียชีวิตไปแล้วเหลือแต่ท่านคนเดียว
เมื่อถึงเดือน 3 อาจารย์จะกำหนด วัน เวลาและสถานที่ในพิธีกรรมรำแม่มดเป็นประจำทุกปี พร้อมนัดคนเป่าแคน คนตีกลอง คนตีเสียมกระทบกัน คนโคลง (คือผู้ชายที่ร้องเพลงภาษาส่วยได้คอยร้องแก้กับแม่มดฝ่ายหญิง เพื่อให้เกิดความสนุกสนานร่าเริง และผู้สูงอายุที่เป็นที่เคารพนับถือคอยเจรจากับวิญญาณและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มาเข้าร่างทรง คอยตบมือให้จังหวะตามเสียงกลอง)
ร่างทรงที่จะทำการอัญเชิญครูกำเนิดหรือครูแม่มดมาเข้าร่างจะต้องเตรียมพิธีกรรมดังนี้ ต้องทำครูกำเนิด "ฉอม" นิยมทำจากไม้ยอป่าหรือไม้เนื้ออ่อนมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 5-6 เซนติเมตร ส่วนความสูงนั้นจะทำเป็นชั้น ๆ ให้ปลายเล็กลง เหมือนเจดีย์มีตั้งแต่ 3 ชั้น ถึง 7 ชั้น แล้วแต่ครูกำเนิด ครูแม่มดที่คอยปกปักรักษา คอยคุ้มครองท่านต้องการให้แต่งครูกำเนิดให้กี่ชั้น ซึ่งสามารถรู้ได้โดยให้หมอดูทำนายให้ เมื่อนำไม้ยอป่ามาทำชั้นเสร็จแล้วต้องทาด้วยน้ำขมิ้นเพื่อให้เหลืองสวยงาม และรอบ ๆแต่ละชั้นเจาะเป็นรูเล็ก ๆ เท่าทางมะพร้าวให้สวยงาม นำใบของต้นลำดวนมาพันเหมือนใบพลูเสียเข้ากับทางมะพร้าวแล้วนำไปเสียบเข้ากับรูที่เจาะไว้ตามชั้นของ ฉอม ส่วนปลายอดจะเป็นหมากแห้งถ้าเป็นครูแม่มดสนมจะต้องกางร่มแดงไว้บนยอด โดยนำผ้าแดงมาเย็บวงกลมให้เป็นร่มนำใบตาลอ่อนมาตัดลวดให้สวยงามโดยให้ผู้เฒ่าแก่ออกแบบลวดลายให้ทำ 3-4 อัน ต่อ 1 ฉอม แล้วด้วยน้ำขมิ้นจะมีสีเหลืองสวยงามนำไปห่อหุ้มไม้ยอป่าที่ทำเป็นชั้น ๆ ให้สวยงาม ใบตาลอ่อนจะตัดลวดลายด้วยมีดปลายแหลม เมื่อแต่งฉอมเสร็จแล้วก็จะทำกระทงภาษาอีสานเรียกว่า ขันหมากเบง ทำโดยใช้ใบกล้วยสดสีเหลืองพันเป็นวงกลมให้กว้างและสูงเท่ากระป๋องนมข้น ตกแต่ง ด้วยดอกลั่นทม ดอกลำดวนให้สวยงาม นำไปวางไว้บนชั้นในปะรำพิธี เมื่อเตรียมขันหมากเบงเสร็จแล้ว เตรียมจานถวายบูชา 2 จาน ต่อ 1 ร่างทรง ซึ่งจานบูชา 1 จาน จะประกอบด้วยกล้วย 4 ลูก ข้าวมัดต้ม 4 กลีบ และใบตองกล้วยทำเป็นบายสี เมื่อเตรียมจานบูชาเสร็จแล้วก็มาเตรียมขันเข้าทรง ขันร่างทรงใหม่ประกอบด้วย ด้าย 1 ไจกระจอก 1 อัน หวี 1 อัน ข้าวสาร 1 กำมือ แป้ง 1 กระป๋อง น้ำมันทาผม 1 ตลับ กรวยขัน 5 จำนวน 1 ชุด ใบตองพับเป็นหูกระต่าย 1 คู่ เทียนเล่มละ 2 บาท 1 คู่ เงินเหรียญแล้วแต่จะใส่นิยมใส่ 1 เหรียญ ส่วนด้าย 1 ไจนั้นไว้ให้อาจารย์ใหญ่คล้องคอให้กับร่างทรงใหม่เมื่อครูกำเนิดหรือครูกำเนิดหรือครูแม่มดมาเข้าร่างแล้ว ร่างทรงเก่าไม่ต้องมีด้าย 1 ไจเพราะครูกำเนิดหรือครูแม่มดมาคอยคุ้มครองตั้งแต่ตอนทรงครั้งแรกแล้ว
เมื่อได้กำหนด วัน เวลา สถานที่แล้วอาจารย์ใหญ่จะเรียกร่างทรงมาประชุมหางบประมาณในการทำพิธีกรรม ซึ่งค่าใช้จ่ายต่างๆ มีดังนี้
1. ค่าหมอแคน 4 คน
2. ค่าคนตีกลอง 2 คน
3. ค่าคนตีเสียมกระทบกัน 2 คน
4. ค่าคนโคลง
5. ค่าอุปกรณ์ต่างๆ
6. ค่าน้ำและค่าไฟ
7. ค่าอาหาร
นอกจากนี้ก่อนถึงวันทำพิธีกรรมรำแม่มด 1 วัน ต้องเตรียมปะรำพิธี สิ่งที่ขาดไม่ได้ในปะรำพิธีกรรม คือ ต้องมีเสา 9 ต้น หญ้าคา 3 ไพ นอก เหนือจากนี้สามารถขยายต่อเติมได้และผ้าขาวรองข้างล่าง 1 ผืน เรียกว่าดาวเพดาน ตามรอยต่อของไพหญ้าคาต้องเสียบดอกไม้ไว้เช่นดอกลั่นทม ดอกมันปลา ดอกลำดวน หรือดอกไม้หอมอื่นๆ ปะรำพิธีจะทำเป็นเพิงพักชั่วคราว ทำชั้นวางสูงประมาณคอเพื่อวางจานบูชาและขันหมากเบง ขนาดของชั้นต้องทำให้เพียงพอต่อจำนวนร่างทรง และต้องมีกระโจมไม้ไผ่ตอดตั้งไว้เสากลางด้านทิศตะวันตกในกระโจมไม้ไผ่ใส่ ด้าย เหล้าขาว 1 ขวด น้ำ 1 ขวด ดอกไม้ 5 คู่ ข้างต้ม 4 กลีบ กล้วย 4 ลูก ธูปเทียน คำหมาก 2 คำ บุหรี่ 2 มวน
เมือ่ถึงวันกำหนดพิธีกรรมรำแม่มด ผู้ที่เป็นร่างทรงก่อนออกจากบ้านจะต้องบอกแม่ธรณี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านและบริเวณบ้าน และขอขมาสามีก่อน เมื่อ ร่างทรงไปพร้อมกันที่ปะรำพิธีหมดทุกคนแล้ว เมื่อฝ่ายดนตรีพร้อมแล้ว ก็เป็นอันเริ่มพิธี ซึ่งจะเริ่มด้วยการจุดดอกดาวเรืองคือจุดเทียนเหลืองเล่มเล็ก เป็นการบอกกล่าวแม่ธรณีในปะรำพิธี ให้ย้ายออกจากปะรำพิธีก่อน และระลึกบุญคุณ บิดา มารดา ครูบาอาจารย์ อย่าได้เข้ามาขัดขวางในการทำพิธีกรรมรำแม่มดในครั้งนี้ นอกจากนี้ยังบอกล่าว ให้เครื่องดนตรี แคน กลอง เสียมที่นำมาตีกระทบกันนั้นให้มีเสียงไพเราะทำให้สนุกสนาน เพื่อให้ครูกำเนิดหรือ ครูแม่มดเข้ามาร่างทรงโดยสะดวกและง่ายเสร็จแล้วร่างทรงทุกคนต้องยกขันขึ้น เหนือศีรษะเพื่อแสดงความเคารพอาจารย์ใหญ่ จากนั้นอาจารย์ใหญ่ก็จะทำพิธีเข้าทรงก่อนต่อ จากนั้นก็จะเข้าร่างทรงทีละ 5 -10 คน แม่มดแต่ละคนจะชอบเสียงแคนจึงใช้คนเป่าแคนหลายคน จังหวะแคนแต่ละคนจึงไม่เหมือนกัน แต่ถ้าเสียงแคนไม่สนุกสนานและเร้าแม่มดจะมาเข้ามาร่างทรงไม่สำเร็จ ถ้าร่างทรงใดแม่มดไม่มาเข้าร่างทรง อาจารย์ใหญ่คนโคลง ผู้สูงอายุ และเพื่อนร่างทรงจะต้องมาล้อมรอบ พูดเยินยอ ชักชวน ให้จังหวะดนตรี ปรบมือเพื่อให้แม่มดมาเข้าร่างทรงให้ได้ ในขณะทีแม่มดมาเข้าร่วมทรง แม่มดจะขอเครื่องแต่งตัวตามที่ท่าชอบ เช่น ผ้าถุง ผ้าโสร่ง ผ้าขาวม้า ผ้าโพกหัวสีต่างๆ ผ้าสะพายบ่าสีต่าง ๆ ผ้าคาดเอวสีต่างๆ และ เครื่องดื่ม เช่น เหล้า น้ำอัดลม บุหรี่ หรือแม่มดบางท่านต้องการให้บุคคลที่มีครูกำเนิดหรือครูแม่มดมาขอต่อร่างทรง ด้วย ร่างทรง 1 ร่าง สามารถทรงสื่อสารกับครูกำเนิดหรือครูแม่มดได้หลาย ครูไม่มีกำหนดแล้วแต่สถาพร่างกาย พอถึงเวลา 05.30 น. หรือ 06.00 น. ก็จะทำพิธีรำเก็บดอกไม้ที่เสียบไว้กับรอยต่อไพหญ้าคา กับขันหมากเบง เข้าแถวรำรอบกระโจมไม้ไผ่เสาต้นกลางจำนวน 3 รอบ เสร็จแล้วร่างทรงต้องมาเข้าทรงลา เมื่อร่างทรงสั่น จะดีดขันออกไปข้างหน้าแสดงว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ วิญญาณบรรพบุรุษแม่มดได้ออกจากร่างของร่างทรง เสร็จแล้วทุกคนจะร่วมรับประทานอาหารก่อนแยกย้ายกลับบ้าน
พิธีกรรม รำแม่มด จึงเป็นพิธีกรรมที่มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของสาวกุย ที่มีมาแต่โบราณ ให้มีความรักสามัคคีจึงเป็นสิ่งที่ควรส่งเสริมและอนุรักษ์ไว้ต่อไป
******************************************************************************
แม่แอด โยชน์รัมย์ ผู้ให้สัมภาษณ์
เกิด วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2471 อายุ 78 ปี
บ้านเลขที่ 117 ม.12 ต.นิคม อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ 31150
นายบุดดา ศาลางาม ผู้สัมภาษณ์
15 กุมภาพันธ์ 2549 |