หน้าหลัก | จังหวัดบุรีรัมย์ | ข่าวประชาสัมพันธ์ | แหล่งท่องเที่ยว | ประเพณีภูมิปัญญา | แนะนำภาพ | แนะนำร้านค้า | ลงนามถวายพระพร | ลงนามถวายพระพร | เว็บบอร์ด | ติดต่อโฆษณา
User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

เกาะติดประเด็นร้อน

ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » เทศกาลประเพณี ภูมิปัญญา » เทศกาลประเพณี

 

กินเจ 2554 ประเพณีถือศีลกินผัก

 

"เทศกาลกินเจ ถือศีล กินผัก 2554
27 กันยายน -5 ตุลาคม 2554 "




ตำนานเทศกาลกินเจ กินเจ 2554

เทศกาลเจ เริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 400 ปีมาแล้ว ตามตำนานเล่าว่า เกิดมาในสมัยที่ชาวจีนถูกรุกรานโดยชนชาติแมนจู ซึ่งเข้าปกครองประเทศจีน และบังคับให้ชนชาติจีนยอมรับวัฒนธรรมของตน อาทิ การไว้ทรงผมเยี่ยงแมนจู คือ โกนศีรษะโล้นทางด้านหน้าและไว้ผมยาวทางด้านหลัง ซึ่งหลายคนคงจะชินตาในภาพยนตร์จีนที่นำมาฉายทางทีวี

ในสมัยนั้น มีคนจีนกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันต่อต้านชาวแมนจู โดยใช้หลักทางธรรมเข้ามาร่วมด้วย ชาวจีนกลุ่มนี้ นุ่งขาว ห่มขาวและไม่รับประทานเนื้อสัตว์ ซึ่งมีความเชื่อว่า การประพฤติปฏิบัติตามแนวทางนี้จะช่วยสร้างความเข้มแข็ง ให้กับกลุ่มของตนจนสามารถต้านทานชาวแมนจูได้ คนกลุ่มนี้เรียกตัวเองว่า
'หงี่หั่วท้วง' ซึ่งแม้จะได้ต่อสู้อย่างอาจหาญ แต่ท้ายที่สุดก็ไม่สามารถต้านทานการรุกรานของชาวแมนจูได้

เมื่อถึงวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 9 ชาวจีนที่ยังคงอยู่ภายใต้การปกครองของชาวแมนจู จึงพากันถือศีลกินเจ เพื่อรำลึกถึงเหล่านักสู้ 'หงี่หั่วท้วง' ที่ได้ต่อสู้พลีชีพในครั้งนั้น


ความเชื่อถืออีกกระแสหนึ่งของตำนานการกินเจนั้น เชื่อกันว่าเป็นการสักการะพระพุทธเจ้าในอดีต 7 พระองค์ และพระมหาโพธิสัตว์อีก 2 พระองค์ รวมเป็น 9 พระองค์ หรืออีกนัยหนึ่งเรียกว่า ดาวนพเคราะห์ทั้ง 9 ในพิธีกรรมนี้ สาธุชนจึงงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ตัดชีวิต หันมาบำเพ็ญศีล โดยการตั้งปณิธานในการกินเจ งดเว้นอาหารคาว เพื่อเป็นการสมาทานศีล 2 ประการ คือ

1. เว้นจากการเอาชีวิตของสัตว์มาบำรุงชีวิตของตน

2. เว้นจากการเอาชีวิตของสัตว์มาเพิ่มเลือดของตน

3. เว้นจากการเอาชีวิตของสัตว์มาเพิ่มเนื้อของตน


สำหรับเมืองไทยความเชื่อเรื่องการกินเจ เป็นไปในแนวทางของการละเว้นการเอาชีวิตของสัตว์ เพื่อเป็นสักการะบูชาแก่ พระพุทธเจ้า และมหาโพธิสัตว์กวนอิม อาจเนื่องจากการแพร่หลายของกการละเว้นการกินเนื้อวัว ในกลุ่มคนที่นับถือ 'เจ้าแม่กวนอิม' การกินเจ จึงเป็นอีกหนึ่งพิธีกรรมเพื่อสักการะ

บรรยากาศเทศกาลกินเจของเมืองไทยในปัจจุบัน คนทั่วไปไม่เว้นแม้กระทั่งหนุ่มสาวยุคใหม่ต่างก็หันมากินเจกันมากขึ้นทั้งนี้ อาจจะมาจากกระแสเรื่องห่วงใยสุขภาพมากกว่าความเชื่อโบราณ เพราะการงดเนื้อสัตว์ทุกชนิดและหันมาบริโภคแต่ผัก ผลไม้นั้นจะช่วยชำระล้างของเสียออกจากร่างกาย หรือคนยุคนี้เรียกว่า 'การล้างพิษ' ซึ่งจะช่วยให้สุขภาพดีขึ้น

ความหมายของ 'เจ'

'เจ' ในภาษาจีนมีความหมายว่า 'อุโบสถ' เป็นคำแปลทางพุทธสาสนา นิกายมหายาน

การกินเจนั้นแต่เดิมหมายความถึง 'การรับประทานอาหารก่อนเที่ยงวัน' ตามแบบอย่างของพระพุทธศาสนา เราจะเห็นตัวอย่างชาวพุทธรักษาอุโบสถศีล หรือรักษาศีล 8 ด้วยการไม่รับประทานอาหารหลังจากเที่ยงไปแล้วเช่นเดียวกับพระภิกษุ แต่สำหรับพุทธนิกายมหายานนั้น การรักษาอุโบสถศีลจะรวมถึงการไม่รับประทานเนื้อสัตว์ด้วย จึงนิยมเรียกการไม่กินเนื้อสัตว์ไปรวมกับการกินเจ จนถึงปัจจุบัน ผู้ที่รับประทานอาหารครบ 3 มื้อ แต่ไม่กินเนื้อสัตว์ยังคงเรียกว่า 'กินเจ'

ความหมายของการกินเจ จึงหมายถึงการรักษาศีล ปฏิบัติธรรมทั้งกาย วาจา และใจ ไม่ใช่หมายความเพียงการไม่รับประทานเนื้อสัตว์เท่านั้น การปฏิบัติธรรมร่วมไปด้วยจึงจะครบเป็น 'การถือศีล-กินเจ' อย่างแท้จริง

ความหมายของ 'ธงเจ'

อักษรแดง บนพื้นเหลือง เขียนว่า 'ไจ' หรือ 'เจ' มีความหมายว่า 'ของไม่มีคาว' สีแดงเป็นตัวแทนของความเป็นสิริมงคลในชีวิต ส่วนสีเหลืองเป็นสีของพุทธศาสนา หรือผู้ทรงศีล ธงเจนอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ของอาหารเจแล้ว ยังเป็นการเตือนให้พุทธศาสนิกชนที่ปฏิบัติตน 'ถือศีล-กินเจ' ได้ตระหนักถึงการไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์และการตั้งอยู่ในศีลตลอดช่วงระยะเวลา 9 วัน 9 คืน

การปฏิบัติตัวในช่วงเทศกาลกินเจ

เมื่อตั้งมั่นที่จะปฏิบัติศีลและกินเจ ในช่วงเทศกาลกินเจ 9 วัน 9 คืนนี้แล้ว ก็ควรจะศึกษาข้อห้ามต่างๆ ที่บัญญัติไว้เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติตัว โดยทั่วไปแล้วจะมีข้อปฏิบัติดังนี้
  • งดเว้นเนื้อสัตว์ หรือทำอันตรายต่อสัตว์
  • งด นม เนย หรือน้ำมันที่มาจากสัตว์
  • งดอาหารรสจัด หมายถึง อาหารรสเผ็ดมาก เค็มมาก หวานมาก เปรี้ยวมาก
  • งดผักกลิ่นฉุน 5 ชนิด คือ กระเทียม หัวหอม หลักเกียว กุยช่าย ใบยาสูบ รวมทั้งเครื่องเทศที่มีกลิ่นฉุน
  • รักษาศีล 5
  • รักษาจิตใจให้บริสุทธิ์ รักษาอารมณ์ให้คงที่
  • ทำบุญ ทำทาน บางคนที่เคร่งอาจนุ่งขาว ห่มขาว

สำหรับคนที่กินเจอย่างเคร่งครัด นอกจากจะ 'ถือศีล-กินเจ' แล้วยังต้องเลือกผู้ปรุงอาหารเจที่กินเจด้วย เพื่อให้ 'อาหารเจ' นั้นบริสุทธิ์จริงๆ บางคนจะมีการคัดแยกภาชนะที่บรรจุอาหารหรือใช้ปรุงอาหาร แยกจากที่ใช้ใส่อาหารที่มีเนื้อสัตว์อย่างเด็ดขาด และในบางแห่งอาจพบว่ามีการจุดตะเกียงเก้าดวง ไว้เป็นเวลา 9 วันตลอดระยะเวลาการกินเจ เพื่อเป็นการรำลึกถึงบุญคุณพ่อแม่ญาติพี่น้อง และเพื่อเป็นพุทธบูชา




ขอบคุณ horolive

 

 

บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้ อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆที่ทีมงานคิดว่ามีประโยชน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดความบันเทิง และให้ความรู้ โดยเราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ E-mail crm_buriramguideแอดhotmail.co.th ทีมงานจะนำบทความนั้นๆออกทันทีี

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอข้อมูลกับบุรีรัมย์ไกด์ดอทคอมและบุรีรัมย์ไทม์ด้วยวิธีง่ายๆ
เพียงส่งรูปภาพหรือข้อมูลข่าวสารกิจกรรมที่ท่านมีเกี่ยวกับบทความเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ มาให้เราที่ buriramguideแอดhotmail.co.th ทางทีมงานจะนำรูปภาพและบทความของท่านมาปรับปรุงข้อมูลและลงชื่อท่านเพื่อเป็นเกียรติค่ะ
เขียนเมื่อ : 26 ก.ย. 2554,12:00   เข้าชม : 383 ครั้ง

เทศกาลประเพณี ภูมิปัญญา » เทศกาลประเพณีอื่นๆที่น่าสนใจ
ตำนานพระเจ้าใหญ่วัดหงส์
ตำนานเล่าว่าในสมัยก่อน ท้าวศรีปาก (นา) ท้าวเหลือสะท้าน ท้าวไกรสร เสนาบดีเมืองสุวรรณภูมิ (ปัจจุบันอยู่ในเขต จ.มหาสารคาม) ซึ่งเป็นคนไทยเชื้อสายลาวพร้อมด้วยบริวาร ชอบเข้าป่าล่าสัตว์ในเขตลุ่มน้ำลำพังชู ตลอดไปจนถึงลุ่มน้ำชี (ในเขต จ.ชัยภูมิ)
วิถีชีวิตของชาวกูย จ.บุรีรัมย์
ความเชื่อและประเพณี- คล้ายคลึงกับชาวเขมร เช่น การตาย ไม่นิยมเผา แต่จะฝังไว้ก่อน เป็นต้น ประเพณีพิธีกรรมทางศาสนาที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ค่อยมี ส่วนมากจะอนุวัตตามแบบอย่างเขมร เช่น การทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ตาย
งานเครื่องเคลือบพันปี
จัดขึ้นที่อำเภอบ้านกรวด ในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี เพื่อเป็นการอนุรักษ์ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม โบราณสถาน โบราณวัตถุ ในอำเภอบ้านกรวด
งานมหกรรมว่าวอีสานบุรีรัมย์
วันเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือนธันวาคมของทุกปี ช่วงฤดูเก็บเกี่ยวหรือย่างเข้าสู่ฤดูหนาว มีลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดแรง คนชนบทก็พากันทำว่าวแอก ซึ่งมีรูปแบบเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นเล่นกันทุกหมู่บ้าน
พิธีเซ่นผีปะกำของชาวกูย
พิธีเซ่นผีปะกำเป็นประเพณีของชาวไทยกูย มีจุดประสงค์เพื่อบอกกล่าวหรือแจ้งให้ผีปะกำทราบ ก่อนออกไปคล้องช้าง อุปกรณ์ที่ใช้ในพิธีคือปะกำ ปะกำ คือเชือกสำหรับคล้องช้าง ทำจากหนังโคหรือหนังควาย ชาวกูยมีความเชื่อว่าวิญญาณของปู่ย่าตายายครูบาอาจารย์จะมาสิงอยู่ในเชือก
ฮีตสิบสองเดือนเก้า - บุญข้าวประดับดิน
บุญข้าวประดับดิน เป็นประเพณีการทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่เปรต หรือญาติพี่น้องที่ตายไปแล้ว ข้าวประดับดินจะประกอบด้วย ข้าว อาหารคาวหวาน หมากพลูและบุหรี่ ซึ่งเราห่อหรือใส่กระทงไปวางไว้ตามพื้น หรือแขวนไว้ตามต้นไม้ในบริเวณวัด
เรื่องเล่าชาวบ้านในงานแต่งของชาวไทเขมร
ในประเพณีแต่งงานของชาวไทเขมร ครั้นเมื่อถึงพิธีบายศรีสู่ขวัญคู่บ่าวสาว ในช่วงหนึ่ง พราหมณ์ ผู้เป็นเจ้าพิธีหรือที่เรียกกันว่า อาจารย์ จะเปล่งเสียงร้องโยนยาวแทรกขึ้นมาว่า
ฮีตสิบสองเดือนอ้าย หรือ เดือน 1 - บุญเข้ากรรม
บุญเข้ากรรม ได้แก่ประเพณีทำบุญเข้ากรรม เมื่อถึงวันเพ็ญเดือนอ้ายหรือเดือนธันวาคมนั่นเอง โดยมีมูลเหตุ เนื่องจากมีพระภิกษุรูปหนึ่งล่องเรือ
ฮีตสิบสองเดือนสิบเอ็ด - บุญออกพรรษา
ประเพณีบุญออกวัสสา หรือ บุญออกพรรษา เมื่อถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 พระสงฆ์ทำพิธีออกพรรษาตามหลักธรรมวินัย คือ ปวารณาในวันเพ็ญเดือน 11 ญาติโยมทำบุญถวายทาน รักษาศีล เจริญภาวนา บางแห่งนิยมทำการไต้น้ำมัน หรือไต้ประทีป และพาสาทเผิ่ง (ปราสาทผึ้ง) ไปถวายพระสงฆ์
ลิเกเขมร
โดยเฉพาะที่ อ.ประโคนชัย คณะที่นิยมมาแสดงบ่อย ๆ คือ คณะของตาเผือก ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านไทร การเล่นเหมือนลิเกทั่วไป แต่ลิเกเขมรจะใช้ดนตรีเฉพาะรำมะนาเท่านั้น เรื่องที่แสดงส่วนมากเป็นเรื่องจักร ๆ วงศ์ๆ
วันสารทไทย
ปัจจุบันเราอาจจะรู้จักแต่ประเพณีของชาวตะวันตก ไม่ค่อยได้ใส่ใจกับพิธีไทยมากเท่าไหร่นัก ยิ่งชื่อพิธีสารท บางคนอาจจะเคยได้ยินชื่อแต่ "วันสารทจีน" ไม่เคยได้ยินชื่อ "สารทไทย" มาก่อน ซึ่งวันสารทไทย ตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10
ฮีตสิบสองเดือนสิบสอง - บุญกฐิน
บุญกฐิน เป็นบุญถวายผ้าไตรจีวรแด่พระสงฆ์ ซึ่งจำพรรษาแล้ว เริ่มตั้งแต่แรม 1 ค่ำ เดือน 11 ถึง วันเพ็ญ 15 ค่ำ เดือน 12 เป็นเขตทอดกฐินตามหลักพระวินัย
ฮีตสิบสองเดือนห้า - บุญสงกรานต์
คำว่า "สงกรานต์" เป็นคำภาษาสันสกฤต แปลว่า ผ่านหรือเคลื่อนย้ายเข้าไป ซึ่งในที่นี้หมายถึงพระอาทิตย์ผ่านหรือเคลื่อนย้ายเข้าไปในจักรราศีหนึ่ง ก็เรียกว่า "สงกรานต์" ปีหนึ่งมี 12 ราศี แต่วันและเวลาที่พระอาทิตย์ยกขึ้นราศีเมษ เราเรียกเป็นพิเศษว่า "มหาสงกรา
ประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาของ อ.ประโคนชัย ประจำปี 2551
ปีนี้เปนปีแรกที่ดิฉันได้ไปเก็บภาพงานแห่เทียนประจำปีของอำเภอประโคนชัยมาค่ะ งานเขามีกันมานานแล้วค่ะ แต่เพิ่งมีโอกาสได้เห็นเป้นครั้งแรก
พิธีกวนข้าวทิพย์
พิธีกวนข้าวทิพย์ได้ยึดถือปฏิบัติเป็นประเพณีสืบต่อกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ในหมู่ของชาวพุทธทั่วไป เพื่อระลึกถึงสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและเหตุการณ์ที่นางสุชาดาได้กวนข้าวทิพย์ในวันขึ้น ๑๔ ค่ำ
ฮีตสิบสองเดือนสิบ - บุญข้าวสาก
ประเพณีบุญข้าวสาก นิยมทำในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 เป็นการทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ตายหรือเปรตผู้เป็นญาติพี่น้อง ชาวบ้านจะทำข้าวสาก (ภาคกลางเรียกข้าวสารทหรือข้าวกระยาสารท) ไปถวายพระภิกษุสามเณร
ประเพณีการทำบุญหมู่บ้านในวันสงกรานต์ (ตร๊ากแคร์แจ๊ด)
ประเพณีการทำบุญหมู่บ้านในวันสงกรานต์ (ตร๊ากแคร์แจ๊ด) จะขึ้นในทุกๆปี ของแต่ละหมู่บ้านไหนจะจัด ภาพนี้จัดขึ้นที่ บ้านหนองระเวียง (โคกระกา) ตำบลป่าชัน อำเภอพลับพลาชัย จังหวัดบุรีรัมย์
ประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาของ อ.ประโคนชัย ประจำปี 2554
ประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาของ อ.ประโคนชัย ประจำปี 2554 เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2554
กินเจ 2554 ประเพณีถือศีลกินผัก
เทศกาลเจ เริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 400 ปีมาแล้ว ตามตำนานเล่าว่า เกิดมาในสมัยที่ชาวจีนถูกรุกรานโดยชนชาติแมนจู ซึ่งเข้าปกครองประเทศจีน และบังคับให้ชนชาติจีนยอมรับวัฒนธรรมของตน
ประเพณีคล้องช้าง จ.บุรีรัมย์
กวย (กูย หรือ ส่วย) เป็นกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์ประเพณีที่เด่นชัดของชาวกวย คือ \"ประเพณีการคล้องช้าง\"
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : กินเจ 2554 ประเพณีถือศีลกินผัก
 

Satiti.com ฟรีสถิติ โค้ดสถิติ สถิติเว็บไซต์ ตัวอย่างสถิติ เว็บสถิติ จัดอันดับเว็บไซต์ ฟรีบริการเก็บสถิติเว็บไซต์
สำนักงานบุรีรัมย์ไกด์ 67 หมู่ที่ 9 ตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ 31000
Graphic designed By :: buriramguide © 2008 สงวนลิขสิทธิ์ | E-Mail crm_buriramguideแอดhotmail.co.th