เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 6 ต.ค.54 ร.ต.ท.อภิเชษฐ์ ห้วยทราย ร้อยเวรฯ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้รับแจ้งจากนางพัชร์นันท์ โล่น์เจริญวานิช เจ้าของร้าน "เพชรคุณหลวง" เลขที่ 94-96 ตั้งอยู่ถนนนิวาศ ข้างหอนาฬิกา ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ว่าเพชร ทองคำแท่ง และทองคำรูปพรรณหลายรายการ รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ที่วางโชว์หน้าร้าน ซึ่งได้เก็บรวบรวมใส่ถุงพลาสติกนำไปวางซุกซ่อนในตะกร้าขยะภายในร้าน โดยไม่เก็บไว้ในตู้เซฟ เพื่อหวังตบตาคนร้ายที่อาจจะเข้ามาลักขโมยทรัพย์สินภายในร้าน ในช่วงที่ตนและครอบครัวเดินทางไปงานศพญาติที่ต่างๆ อำเภอหลายวัน
นางพัชร์นันท์ เล่าว่า หลังเสร็จจากงานศพญาติที่ต่างอำเภอก็เดินทางกลับมาเปิดร้าน โดยได้ให้แม่บ้านเข้าไปทำความสะอาด ในช่วงเย็นวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา แต่แม่บ้านไม่ทราบในตะกร้าขยะมีถุงใส่เพชร ทองคำแท่ง และทองคำรูปพรรณเก็บไว้ จึงนำไปทิ้งที่ถังขยะหน้าบ้าน พอรุ่งเช้าตนและครอบครัวได้เดินทางมาเพื่อจะเปิดร้านตามปกติ ก็พบว่าถุงใส่เพชรและทองที่เก็บซุกซ่อนไว้ในตะกร้าขยะได้หายไป จึงสอบถามแม่บ้านก็ทราบว่าได้นำถุงดังกล่าวไปทิ้งถังขยะหน้าบ้านแล้ว ตนและครอบครัวตกใจมากได้พยายามช่วยกันออกตามหา
โดยเบื้องต้นได้ให้รถแบล็คโฮไปคุ้ยกองขยะ ที่บ่อเก็บขยะซึ่งตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองกว่า 10 กิโลเมตร เพราะไม่อยากให้ใครทราบเรื่องเกรงทรัพย์สินจะสูญหาย แต่เมื่อคุ้ยขยะค้นหานานกว่าชั่วโมง ก็ไม่พบถุงใส่เพชร และทองดังกล่าว จึงได้ตัดสินใจแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยติดตามหา
หลังได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ และตำรวจสายตรวจ 191 ก็ได้เดินทางไปตรวจสอบยังร้านที่เกิดเหตุ เมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ก็พบมีชายคนหนึ่งมาเก็บขยะหน้าบ้าน แต่เห็นภาพไม่ชัดเจน จึงไม่ทราบว่าเป็นใคร จากนั้นก็ได้กระจายกำลังออกติดตามหาตัว โดยได้ตามหาตามบ้านของผู้ที่มีอาชีพเก็บหาของเก่า
จนล่าสุดมาทราบว่านายทินภัทร พิมพ์พา อายุ 21 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ เป็นผู้มาเก็บขยะหน้าร้านทองดังกล่าว จึงตามไปที่บ้านเลขที่ 119 ม.9 ต.ชุมเห็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ ก็พบนายทินภัทร พร้อมนางจันที พิมพ์พา อายุ 42 ปี สองแม่ลูก กำลังนำเพชรและทองที่เก็บได้ในถังขยะ ไปสอบถามชาวบ้านว่าเป็นของจริงหรือไม่ เพราะไม่คิดว่าจะมีใครนำของจริงมาทิ้งขยะ
โดยนายทินภัทร หรือน้องอู่ บอกว่า ปัจจุบันเรียนอยู่มหาวิทยาลัยราชภัฎ ปี 1 แต่ด้วยครอบครัวมีฐานะยากจน ช่วงปิดเรียนเสาร์-อาทิตย์ และช่วงปิดเทอม ก็จะขับขี่รถจักรยานยนต์พ่วงออกไปตระเวนเก็บขยะตามถังขยะในเขตเทศบาลเมือง และรอบๆ ตัวเมืองช่วงเช้าและเย็น เพื่อนำไปขายหาเงินส่งเสียตัวเองเรียน เพื่อแบ่งเบาภาระของครอบครัว จนวันเกิดเหตุได้ไปเก็บขยะที่ถังขยะหน้าร้าน "เพชรคุณหลวง" ก็เก็บขยะตามปกติ จนกลับมาที่บ้านก็นำขยะมาคัดแยกจึงพบเพชร และทองดังกล่าว แต่คิดว่าเป็นของปลอม เพราะคงไม่มีใครนำของจริงมาทิ้งขยะ จากนั้นแม่ก็นำไปถามเพื่อนบ้านแต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าเป็นของจริงหรือของปลอมหรือของจริง จึงนำไปเก็บใส่ถุงไว้เพื่อจะนำไปสอบถามเจ้าของร้าน และหากเป็นของจริงก็ตั้งใจจะนำไปคืนให้ จนมาทราบภายหลังว่าเป็นของจริง
จากนั้นนายทินภัทร พิมพ์พา ก็ได้นำเพชร และทองที่เก็บได้ ไปส่งมอบคืนให้กับนางพัชร์นันท์ โล่น์เจริญวานิช เจ้าของร้าน "เพชรคุณหลวง" และครอบครัว ที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ต่อหน้า ร.ต.ท.อภิเชษฐ์ห้วยทราย ร้อยเวรฯ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ทั้งนี้ นางพัชร์นันท์ โล่นห์เจริญวานิช เจ้าของเพชรและทอง ก็ได้มอบเงินจำนวน 10,000 บาท ให้กับนายทินภัทร เพื่อเป็นทุนการศึกษา และเป็นรางวัลตอบแทนความดี ที่นำเพชรและทองคำทั้งหมดที่เก็บได้มาคืนให้ โดยไม่คิดจะนำไปขายหรือเก็บไว้เป็นของตัวเอง พร้อมทั้งยังได้มอบเงินรางวัลอีก 100,000 บาท เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว จนสามารถติดตามทรัพย์สินได้คืนทั้งหมด
พร้อมได้กล่าวยกย่องในความดีของนายทินภัทร ที่เก็บทรัพย์สินมีค่าได้ในครั้งนี้ ถึงแม้ครอบครัวจะมีฐานะยากจน รู้สึกซาบซึ้งและดีใจมาก ไม่คิดว่าจังหวัดบุรีรัมย์ของเราเป็นคนน้ำใจดีงาม
ด้านนายทินภัทร พิมพ์พา อายุ 21 ปี หนุ่ม นศ.มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ น้ำใจงาม กล่าวว่า รู้สึกดีใจกับการทำความดีครั้งนี้ แม้ว่าครอบครัวของตนจะยากจนเก็บขยะ และของเก่าขาย แต่คิดว่าเจ้าของที่ทำทรัพย์สินของมีค่าหายเขาต้องเดือดร้อน จึงอยากให้ทุกคนหากเก็บสิ่งของ หรือทรัพย์สิน เงินทอง ของคนอื่นได้ ที่ไม่ใช่ของเรา ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือประกาศหา เพื่อติดตามหาเจ้าของคืนให้เขาต่อไป
ขณะที่ พันตำรวจเอก รุทธพล เนาวรัตน์ ผกก. สภ.เมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่า ขอชมเชย นายทินภัทรว่าเป็นบุคคลดีของสังคม สมควรได้รับการยกย่อง เพื่อเป็นเยี่ยงอย่างของประชาชน และเยาวชนในการทำความดี มีน้ำใจดีงาม เป็นเรื่องที่น่าภูมิใจที่คนในจังหวัดบุรีรัมย์ของเราได้แสดงออก ถึงการเป็นคนดีมีคุณธรรม โดยเฉพาะในด้านความซื่อสัตย์ ความมีน้ำใจเห็นใจผู้อื่น อันเป็นคุณลักษณะที่ต้องการให้เกิดขึ้นในสังคมไทยปัจจุบัน