|
ปาฏิหาริย์กาคำ
กาคำเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ปรากฎแก่สายตาชาวบ้านศีรษะแรตมาหลายชั่วอายุคน มีลักษณะเป็นกาต้มน้ำทองคำขนาดประมาณกาต้มน้ำขนาดกลาง แหล่งที่กาคำสถิตอยู่แต่โบราณ คือ หนองอีเม้ง (อยู่ทางทิศตะวันออกของที่ว่าการอำเภอพุทไธสงหลังใหม่ ประมาณ 1.5 กิโลเมตร)
ของฝากเมีย ครั้งหนึ่ง ผู้มีวิชาอาคมท่านหนึ่ง ได้พบกาคำตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนจอมปลวกเล็ก ๆ ในบริเวณหนองอีเม้ง เปล่งแสงแวววับสวยงามมาก จึงตรงเข้าไปหมายจับเอาเป็นเจ้าของ แต่จับทีไรก็คว้าอากาศทุกที ด้วยความที่มีวิชาอาคม จึงใช้คาถาอาคมและสมประสงค์สามารถจับเอากาคำได้ ด้วยความดีใจจึงใส่ในถุงผ้าแล้วใช้ไม้คอนกลับบ้าน พอมาถึงบ้านจึงตะโกนเรียกเมียว่าให้มาดูกาคำเต็มถุงผ้าเลย พอเมียได้ยินแทนที่จะดีใจ กลับตวาดกลับไปว่า กาคง กาคำอะไร มีแต่……แต่….. (คำไม่สุภาพขอสงวนไว้ในฐานที่เข้าใจ) ของกูนี่ พอเมียพูดเท่านี้เองกาคำก็หายวับไปกับตาของชายผู้นั้น ชายผู้นี้เฝ้าเรียกหากาคำอยู่จนชั่วอายุขัยก็ไม่พบกาคำอีกเลย
พรานป่า 2 พี่น้อง ครั้งหนึ่งมีพรานป่า 2 พี่น้องได้ออกล่าสัตว์จำพวกกระต่ายที่มีอยู่เยอะมากบริเวณหนองอีเม้ง ขณะนั้นเองได้พบกาคำตั้งส่องแสงแวววับ อยุ่บนจอมปลวกเล็ก ๆ ด้วยความดีใจที่พบกาคำ เพราะได้ฟังคำล่ำลือมาบ้างแล้ว จึงตรงเข้าไปหวังหิ้วเอากาคำ ทั้ง 2 คน หิ้ว ดึงอย่างไรก็หิ้วไม่ขึ้นสักที พยายามอยู่หลายครั้งก็ไม่สำเร็จ จึงช่วยกันตัดไม้มาสอด แล้วช่วยกันดึงขึ้นคนละด้าน ทันใดนั้นไม้ได้ดีด 2 พี่น้องลอยเคว้งคว้างอย่างไร้สติ ไร้ที่หมาย มารู้สึกตัวอีกครั้งก็นอนทับกันอยู่ห่างจากที่เดิมหลายโยชน์ ตั้งแต่นั้นมา 2 พี่น้องไม่เคยไปใกล้บริเวณนั้นอีกเลย
สัญญาณอันตราย ตั้งแต่นั้นมามีชาวบ้านหลายคนหลายกลุ่ม ได้พยายามใช้ความสามารถที่จะนำกาคำมาเป็นสมบัติของตัวเองให้ได้ และได้ประสบชะตากรรมต่างต่างนานา เกิดความวุ่นวายในจิตใจของผู้คนเป็นอันมาก
อัญเชิญกาคำ ลำดับนั้นสืบมา หลวงพ่อสิงห์ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดหงษ์ในขณะนั้น และท่านเป็นพระสงฆ์ที่มีวิชาแก่กล้า ได้นำชาวบ้านไปทำพิธีอัญเชิญกาคำเพื่อให้มาสิงสถิตอยู่กับองค์พระเจ้าใหญ่ ให้องค์พระเจ้าใหญ่คุ้มครอง เพื่อไม่ให้ผู้คนไปแสวงหากาคำและเกิดความเดือดร้อนอีก หลังจากทำพิธีอัญเชิญเสร็จสิ้น ในตอนเช้าของวันนั้น พอตกตอนเย็นของวันเดียวกัน ก็ได้เกิดปาฏิหาริย์ ท้องฟ้าบริเวณเหนือพระเจ้าใหญ่ทอแสง สีทองจับขอบฟ้า ชาวบ้านแตกตื่นกันออกมาดูที่วัด สระน้ำที่อยู่หน้าวิหารพระเจ้าใหญ่ (ปัจจุบันถมแล้ว) ทอแสงทองจับทั่วพื้นน้ำ ปลา กุ้ง เต่า ตะพาบ พากันมาทอที่ขอบสระ ประกายทองจับที่สัตว์เหล่านี้ จนเล่าลือสืบกันมาว่า ปลา กุ้ง เต่า ตะพาบเป็นทองคำ ทั้งนี้เป็นสัญญาณบ่งบอกให้ชาวบ้านทุกคนทราบว่า กาคำได้มาสิงสถิตอยู่กับองค์พระเจ้าใหญ่แล้วตั้งแต่บัดนั้นสืบมา
ผู้มีบุญญาธิการ สืบต่อมาชาวบ้านได้ร่วมกันนำไม้จันทน์ มาทำเป็นที่ค้ำกาคำ (มุมวิหารด้านขวาขององค์พระ เจ้าใหญ่ ปัจจุบันได้รื้อถอนออกหมดแล้ว) ตั้งแต่กาคำมาสถิตอยู่กับองค์พระเจ้าใหญ่ เจ้านายทั้งระดับอำเภอ ระดับจังหวัด หลายท่านที่เดินทางมาดำรงตำแหน่ง และเดินทางมานมัสการพระเจ้าใหญ่ ได้พบกาคำลอยวนรอบวิหารพระเจ้าใหญ่ เป็นที่น่าอัศจรรย์ และสืบต่อมาจะมีผู้ที่มีบุญญาธิการเท่านั้นที่พบเห็นกาคำ มีผู้พบเห็นกาคำครั้งล่าสุดเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว
ปัจจุบัน และสืบต่อมาในสมัยปัจจุบันนี้ ไม่เคยมีผู้พบเห็นกาคำอีกเลย มีผู้รู้ท่านหนึ่งนั่งสมาธิพบว่ากาคำ ได้กลับคืนไปสถิตอยู่ ณ ที่เดิมแล้ว (หนองอีเม้ง) ก็ไม่มีใครทราบและสรุปได้ว่าเป็นจริงหรือไม่ อย่างไร ตามท่านผู้รู้ท่านนี้กล่าว คงจะต้องรอผู้มีบุญญาธิการพบเห็นกาคำหรือมีผู้นำชาวบ้านทำพิธีอัญเชิญกาคำอีกครั้งหนึ่งหรือปล่อยให้ตำนานกาคำเลือนหายไปกับกาลเวลา
นายอัมพร กิ่งไธสง ผู้รวบรวม |