ประวัติอำเภอพุทไธสง
" พุทไธสง " เป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่สมัยขอมเรืองอำนาจ ปกครองดินแดนแถบนี้ เมืองเก่าจะตั้งอยู่บริเวณ " บ้านกู่สวนแตง " (อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ จังหวัดบุรีรัมย์ ในปัจจุบัน)ในบริเวณนี้มี " ปรางค์ " เรียกว่า " ปรางกู่สวนแตง " เป็นโบราณสถาน มีภาพสลักบนหินเป็นรูป " นารายณ์บรรทมสินธุ์ " ในยุคของเรืองอำนาจสมัยนั้น อิทธิพลของศาสนาพราหมณ์กำลังครอบงำบริเวณนี้ ดังนั้น เมื่อสร้างเมืองบริเวณใด จึงมักสร้างเทวสถานด้วยศิลาแลง หรืออิฐถือปูน ส่วนมากจะสร้างเป็นรูปปรางค์ เพื่อใช้ประกอบศาสนพิธีตามลัทธิพราหมณ์ อิทธิพลทางศาสนาพุทธมีน้อย คนทั่วไปมักออกบวชเป็น " ฤาษี ดาบส " มากกว่าบวชเป็น " พระภิกษุ "
เมืองพุทไธสง เดิมมีคูเมืองล้อมเกือบรอบเมือง ปัจจุบัน ซากคูเมืองยังพอมีให้เห็นทำให้มีการสันนิษฐานว่า " พุทไธสง " มาจากภาษาเขมรว่า " บันทายสรอง " แปลว่า " กำแพงสูง "
ในสมัยรัชกาลที่ 1 ขณะดำรงตำแหน่งเจ้าพระยามหากษัติริย์ศึก กล่าวได้ว่า "เมืองไผทสมัน" ตั้งอยู่ " บ้านหมากเฟือง "
เมืองพุทไธสง คงสร้างยังไม่เสร็จเพราะคูเมืองไม่รอบตัวเมือง เหลือระยะทางอีกประมาณ 1 กิโลเมตร จึงจะบรรจบกัน คือ ระยะระหว่าง " โรงเรียนตงสิริอนุสรณ์ กับ บ้านโนนหนองสรวง " ในปัจจุบัน (คือบริเวณหนองบัว) ซึ่งคาดว่าบริเวณนี้คงจะเป็นแหล่งนำ เพราะสามารถทดน้ำจากห้วยเตยได้ ส่วนบริเวณบึงรอบ ๆ เมืองคงจะเป็น " คลองน้ำยุทธศาสตร์ สำหรับประตูเมือง จะวางตามแนวทิศเหนือ - ใต้ และ ตะวันออก - ตะวันตก
ประตูเมืองด้านทิศเหนือ อยู่บริเวณประปา และบริเวณสนามกีฬากลางในปัจจุบัน ประมาณ พ.ศ. 2486 ยังมีสะพานโค้งที่ทำด้วยไม้ เชื่อมคูเมืองด้านบึงใหญ่ กับ คูเมืองด้านสนามกีฬากลาง การเข้าเมืองก็จะลอดเข้า - ออก ประตูใต้สะพานโค้งนั้น
ประตูเมืองด้านทิศใต้ จะมีสะพานไม้อยู่บริเวณหน้าสถานีหม่อนไหมพุทไธสงปัจจุบัน
ประตูเมืองด้านทิศตะวันออก จะมีสะพานไม้อยู่ทางไปบ้านมะเฟือง
ประตูเมืองด้านทิศตะวันตก จะอยู่บริเวณคูข้างกำแพงด้านทิศตะวันตก ของโรงเรียนตงสิริราษฎร์อนุสรณ์ในปัจจุบัน
สันนิษฐานว่า ถ้าสร้างเสร็จจะมีประตูเมืองอยู่ 4 ประตู เหตุที่สร้างยังไม่เสร็จ คงจะเกิดภาวะแห้งแล้งหรือเกิดโรคระบาดอย่างร้ายแรง จนมีคนตายเป็นจำนวนมาก คนที่มีชีวิตรอดคงจะอพยพไปอยู่ที่อื่น ดังหลักฐานที่พบใน " บริเวณคิวรถพุทไธสง " (บริเวณโรงเรียนพุทไธสงเดิม) และบริเวณ " ที่ทำการสาธารณสุขอำเภอ " (หน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอพุทไธสง) เคยพบกระดูกคนเป็นจำนวนมากอยู่ในหม้อดินเผาและฝังไว้ ซึ่งบริเวณดังกล่าวนี้ไม่ใช่ป่าช้า
เมื่อผู้คนอพยพไปอยู่ที่อื่นหมด เมืองพุทไธสงจึงถูกปล่อยให้รกร้างตั้งแต่นั้นมา ภายในคูเมืองพุทไธสง " ไม่มีหลักฐานแสดงว่าเป็นของขอม " เช่น ศิลาแลง พระปรางค์ " แต่มีผู้ขุดได้ทองคำแท่งฝังอยู่ในดิน ในราว พ.ศ. 2500 มีผู้ขุดได้ทองคำแท่ง ณ บริเวณด้านทิศตะวันออกของโรงเรียนบ้านพุทไธสง (โอภาสประชานุกูล) ในปัจจุบัน" |