หน้าหลัก | จังหวัดบุรีรัมย์ | ข่าวประชาสัมพันธ์ | แหล่งท่องเที่ยว | ประเพณีภูมิปัญญา | แนะนำภาพ | แนะนำร้านค้า | ลงนามถวายพระพร | ลงนามถวายพระพร | เว็บบอร์ด | ติดต่อโฆษณา
User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

เกาะติดประเด็นร้อน

ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » ห้างร้าน โรงแรม ท่องเที่ยว » สถานที่ท่องเที่ยว

 

ปราสาทหินเมืองต่ำ

 

ปราสาทหินเมืองต่ำ

ประวัติความเป็นมา
ปราสาทหินเมืองต่ำตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ ที่อุดมสมบูรณ์มีลำห้วยที่ไหลผ่าน คือ ลำห้วยจระเข้มาก ลำปะเทีย เป็นต้น และที่สำคัญ ยังตั้งอยู่บนเส้นทางคมนาคม จากเมืองพระนครศูนย์กลางของ อาณาจักรขอมโบราณ ไปยังเมืองพิมายอีกด้วย จากการขุดค้นทางโบราณคดี บริเวณโคกสลองตอง ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับ ปราสาทเมืองต่ำ ได้พบหลักฐาน อย่างชัดเจนว่า บริเวณพื้นที่แถบนี้ มีมนุษย์เข้ามาอาศัย ตั้งแต่ก่อนการสร้างปราสาทเมืองต่ำคือ สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย
 


ประวัติความเป็นมาของปราสาทหินเมืองต่ำยังไม่ทราบชัดเพราะไม่พบหลักฐานที่แน่นอนว่าสร้างขึ้นเมื่อใด หรือใครเป็นผู้สร้าง มีลักษณะของศิลปะขอมแบบบาปวน ซึ่งมีอายุอยู่ในราว พ.ศ. 1550-1625 โดยลักษณะของศิลปะขอมแบบคลังซึ่งมีอายุราว พ.ศ. 1508-1555 ปะปนอยู่ด้วย ภาพสลักส่วนใหญ่เป็นภาพเทพในศาสนาฮินดู จึงอาจกล่าวได้ว่า ปราสาทแห่งนี้คงจะสร้างขึ้นประมาณพุทธศตวรรษที่ 15-17 เพื่อใช้เป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู

สถานที่น่าสนใจ
ตัวปราสาทเมืองต่ำ
ปราสาทเมืองต่ำ เป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ก่อสร้างด้วยวัสดุ 3 ชนิดปนกัน คือ อิฐ หินทรายและศิลาแลง มีแผนผัง เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด กว้างxยาว ประมาณ 120x127 เมตร ตั้งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก  จากการศึกษารูปแบบศิลปกรรม ของปราสาทเมืองต่ำ อาจกล่าวได้ว่า ศาสนสถานแห่งนี้ สร้างขึ้นตามแบบศิลปขอม ในช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ 16 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 17 หรือเมื่อราว 1,000 ปีมาแล้ว ปราสาทเมืองต่ำ เป็นศาสนสถานขนาดใหญ่ ประกอบไปด้วย อาคารสิ่งก่อสร้างน้อยใหญ่ เป็นจำนวนมาก โดยเริ่มจากศูนย์กลาง ของปราสาท อันเปรียบเสมือน ศูนย์กลางของจักรวาล อันเป็นที่ประทับของ เทพเจ้า ตามคติความเชื่อของศาสนาฮินดู ก่อสร้างเป็นกลุ่มปราสาทอิฐ จำนวน 5 หลัง ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน แบ่งออกได้เป็น 2 แถว แถวหน้า 3 องค์ แถวหลัง 2 องค์ โดยปราสาทประธานองค์กลาง ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดนั้น ได้ชำรุดหักพังเหลือเพียงฐานล่าง ปัจจุบันมีสภาพสมบูรณ์เพียง 4 หลัง เฉพาะปราสาทประธานเดิม มีการประดับด้วย ลวดลายปูนปั้น ซึ่งชำรุดหมดแล้ว นอกจากนี้แล้ว ยังมีทับหลังสลัก เป็นรูปเทพเจ้า ในศาสนาฮินดู เช่น พระศิวะปางอุมามเหศวร พระวรุณทรงหงส์ พระกฤษณะยกเขาโควรรธนะ พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ เป็นต้น และยังได้มีการพบศิวลึงค์ ขนาดใหญ่ในบริเวณใกล้กับ กลุ่มปราสาทอิฐด้วย

 ตรงด้านหน้าของกลุ่มปราสาทอิฐ มีบรรณาลัย หรืออาคารเก็บคัมภีร์ทางศาสนา ตั้งอยู่จำนวน 2 หลัง โดยทั้งหมด ถูกล้อมรอบด้วยระเบียงคต รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กึ่งกลางของระเบียงคตทั้ง 4 ด้าน มีซุ้มประตูทางเข้า-ออก ขนาดใหญ่ ด้านละ 1 ประตู ในส่วนของทับหลัง หน้าบัน เสาติดผนัง มีการสลักภาพเทพเจ้า และลวดลายประดับ อย่างสวยงาม เช่น พระกฤษณะปราบนาคกาลียะ พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ลายก้านดอก เป็นต้น

 


ด้านนอกมุมระเบียงคตทั้ง 4 มุม มีสระน้ำขนาดใหญ่อย่างละ 1 สระ ทุกสระมีลักษณะเหมือนกัน คือมีแผนผังเป็นรูปตัว L ผนังสระ และพื้นสระกรุด้วยศิลาแลง ขอบสระมีรูปพญานาคราช 5 เศียร มีบันไดทางขึ้น-ลงสระละ 2 บันได

จากลักษณะของสระน้ำดังกล่าว เชื่อกันว่าสระน้ำทั้ง 4 สระนี้ คงเป็นสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่พราหมณ์จะได้นำมาใช้ ในบริเวณศูนย์กลางของปราสาท นอกจากนี้แล้ว จารึกที่พบที่ปราสาทเมืองต่ำนี้ ยังกล่าวว่าสระน้ำเหล่านี้คือ สิ่งที่คุ้มครองดูแลรักษาปราสาท  ถัดจากสระน้ำออกไป เป็นกำแพงแก้ว ล้อมรอบปราสาท ก่อด้วยศิลาแลง สูงประมาณ 2 เมตร บนสันกำแพง ประดับด้วยบราลีหินทราย ตรงกึ่งกลางของกำแพงทั้ง 4 ด้าน มีซุ้มประตูทางเข้า-ออก ก่อด้วยหินทรายขนาดใหญ่ ด้านละ 1 ประตู ในส่วนของทับหลังหน้าบัน และเสาติดผนัง มีการสลักรูปเทพเจ้า และลวดลายต่าง ๆ ประดับ เช่น รูปพระกฤษณะปราบนาคกาลียะ ลายก้านต่อดอก ลายก้านขด และลายประจำยามก้ามปู เป็นต้น

 

 ทะเลเมืองต่ำ
ด้านนอกปราสาทเมืองต่ำ ทางทิศเหนือห่างออกไปประมาณ 200 เมตร มีบารายขนาดใหญ่ ซึ่งชาวบ้านเรียกกัน "ว่าทะเลเมืองต่ำ" เป็นสระน้ำขนาดใหญ่มาก มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด กว้างxยาว ประมาณ 510x1,090 เมตร สันนิษฐานว่า บารายแห่งนี้คงขุดเพื่อใช้ เป็นแหล่งน้ำตามคติความเชื่อ ทางศาสนาฮินดู และใช้ในการอุปโภคบริโภค ของประชาชนในสมัยนั้น

 


ในบริเวณใกล้เคียงกับปราสาทเมืองต่ำ นอกจากปราสาทพนมรุ้งแล้ว ยังมีปราสาทศิลปขอมขนาดเล็ก อีกหลายแห่งที่สำคัญ เช่น กุฏิฤาษีเมืองต่ำ กุฏิฤาษีหนองบัวราย อันเป็นอโรคยาศาล หรือโรงพยาบาลโบราณ สมัยพุทธศตวรรษที่ 18 และปราสาทบ้านบุ อันเป็นธรรมศาลา หรือที่พักคนเดินทาง สมัยพุทธศตวรรษที่ 18 เป็นต้น

สถานที่ตั้ง ตั้งอยู่ที่  บ้านโคกเมือง  ตำบลจระเข้มาก อำเภอประโคนชัย ห่างจากปราสาทหินพนมรุ้ง 8 กิโลเมตร เส้นทางราดยางตลอด

การเดินทาง
สามารถใช้ได้ 2 เส้นทาง คือ
1. เส้นทางสายบุรีรัมย์-นางรอง-พนมรุ้ง เมื่อถึงปราสาทหินพนมรุ้ง 8 กิโลเมตร จะพบทางแยกขวาเข้าปราสาทเมืองต่ำ เป็นระยะทางอีก 5 กิโลเมตร
2. เส้นทางบุรีรัมย์-ประโคนชัย จากตัวอำเภอประโคนชัย ใช้ทางหลวงหมายเลข 2221 เป็นระยะทาง 13 กิโลเมตร แยกซ้ายไปปราสาทเมืองต่ำอีก 5 กิโลเมตร

อัตราค่าเข้าชมปราสาทเมืองต่ำ
คนไทย               5 บาท
ชาวต่างประเทศ     20 บาท

 

 

บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้ อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆที่ทีมงานคิดว่ามีประโยชน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดความบันเทิง และให้ความรู้ โดยเราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ E-mail crm_buriramguideแอดhotmail.co.th ทีมงานจะนำบทความนั้นๆออกทันทีี

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอข้อมูลกับบุรีรัมย์ไกด์ดอทคอมและบุรีรัมย์ไทม์ด้วยวิธีง่ายๆ
เพียงส่งรูปภาพหรือข้อมูลข่าวสารกิจกรรมที่ท่านมีเกี่ยวกับบทความเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ มาให้เราที่ buriramguideแอดhotmail.co.th ทางทีมงานจะนำรูปภาพและบทความของท่านมาปรับปรุงข้อมูลและลงชื่อท่านเพื่อเป็นเกียรติค่ะ
เขียนเมื่อ : 08 ธ.ค. 2554,19:43   เข้าชม : 603 ครั้ง

ห้างร้าน โรงแรม ท่องเที่ยว » สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆที่น่าสนใจ
ปราสาทบ้านบุ
ตั้งอยู่ในหมู่ 5 บ้านบุ ต.จระเข้มาก อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ อยู่ทางทิศเหนือของปราสาทเมืองต่ำไปประมาณ 6.2 กิโลเมตร ลักษณะทางสถาปัตยกรรมทำให้เชื่อกันว่าเป็นที่พักสำหรับคนเดินทาง พบชิ้นส่วนทับหลังสลักภาพพระ พุทธรูปปางสมาธิ
แหล่งเตาโบราณ
ตั้งอยู่ที่โรงเรียนบ้านกรวดวิทยาคาร ระหว่างหลักกม.ที่ 21-22 ทางหลวง หมายเลข 2075 ห่างจากตัวเมือง 66 กม. นักโบราณคดีได้สำรวจพบเตาเผา และเครื่องปั้นดินเผา โบราณจำนวนมาก พบว่ามีอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 14-19
แหล่งหินตัด
ตั้งอยู่ในเขตอำเภอบ้านกรวด บริเวณเขากลอยและเขากระเจียว การเดินทางใช้เส้นทางสายบุรีรัมย์-ประโคนชัย ทางหลวงหมายเลข 219 ต่อด้วยทางสายประโคนชัย-บ้านกรวด ทางหลวงหมายเลข 2075
ทริปบุรีรัมย์ บุญบั้งไฟ
ทริปบุรีรัมย์ บุญบั้งไฟ และโซล่า เพาเวอร์ ฟาร์ม จัดโดย สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ วันที่ 16-18 กันยายน 2554
ศาลหลักเมือง บุรีรัมย์
ศาลหลักเมืองจังหวัดบุรีรัมย์ จากเดิมเป็นศาลขนาดเล็ก ตั้งอยู่ในอำเภอใจกลางเมืองบุรีรัมย์ เริ่มก่อส้รางตั้งแต่ ๒๕๔๘-๒๕๕๐ ซึ่งในปัจจุบัน ยังเป็นสถานที่คู่บ้านคู่เมือง กราบไหว้สักการะบูชา ของชาวเมืองบุรีรัมย์
ต้นโยนีปีศาจ
ต้นหีผี และมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Schrebera swietenioides Roxb. เป็นพืชม้ประเภทยืนต้น ลักษณะไม้เปลือกแข็ง ลำต้นสูงใหญ่ ประเภทใบเลี้ยงคู่ออกดอกเป็นช่อๆ สีขาวแกมเหลืองเล็กน้อยคล้ายๆ ดอกพวงพยอม แต่ไม่มีกลิ่นหอม จะเริ่มออกดอกในระยะต้นของเดือนพฤษภาคม
แหล่งหินตัด
ตั้งอยู่ในเขตอำเภอบ้านกรวด บริเวณเขากลอยและเขากระเจียว การเดินทางใช้เส้นทาง สายบุรีรัมย์-ประโคนชัย ทางหลวงหมายเลข219 ต่อด้วยทางสายประโคนชัย-บ้านกรวด
ห้องสมุดจังหวัดบุรีรัมย์
สำหรับห้องสมุดตู้รถไฟ ที่จังหวัดบุรีรัมย์เป็นแห่งที่ 2 ของประเทศ มีจำนวน 5 ตู้ ประกอบด้วยตู้ที่ 1 ให้บริการวารสาร นิตยสาร และหนังสือพิมพ์ ตู้ที่ 2 ให้บริการหนังสือทั่วไปและคู่มือเตรียมสอบ ตู้ที่ 3
อ่างเก็บน้ำวนอุทยานภูเขาไฟกระโดง จังหวัดบุรีรัมย์
อยู่ด้านหน้าของภูเขาไฟกระโดง มีทางแยกซ้ายมือก่อนจะถึงเขากระโดง เพื่อเข้าไปยังค่ายลูกเสือ “บุญญานุศาสตร์” และสวนสัตว์ บริเวณอ่างเก็บน้ำเป็นสถานที่พักผ่อนที่ดีมากอีกแห่งหนึ่ง และจากจุดนี้สามารถมองเห็นองค์พระสุภัทรบพิตรบนยอดเขากระโดงได้
วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง จังหวัดบุรีรัมย์
เขากระโดงเป็นภูเขาไฟเก่าแก่ที่มองเห็นลักษณะปากปล่องได้ชัดเจน อยู่ห่างจากอำเภอเมือง 6 กิโลเมตร บนทางสาย บุรีรัมย์-ประโคนชัย (ทางหลวงหมายเลข 219) วนอุทยานเหล่านี้มีพันธุ์ไม้พื้นเมืองน่าศึกษาหลายชนิด สามารถขึ้นได้ 2 ทาง คือ ทางรถยนต์
วัดเขาอังคาร
เขาอังคารเป็นภูเขาไฟดับสนิทแล้ว ห่างจากพนมรุ้ง 20 กิโลเมตร โดยลงมาจากพนมรุ้งถึงบ้านตาเป็กแล้ว เลี้ยวซ้ายมาตามทางที่จะไปละหานทราย ประมาณ 13 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางลูกรังอีกประมาณ 7 กิโลเมตร พบใบเสมาหินทรายสมัยทวารวดีหลายชิ้น ปัจจุบันมีวัดเขาอังคารอยู
อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง
ตั้งอยู่บนเขาพนมรุ้ง บ้านตาเป็ก ตำบลตาเป็ก จากตัวจังหวัดบุรีรัมย์ สามารถเดินทางไป พนมรุ้งได้ 2 เส้นทาง คือ
หินลาวาลอยน้ำ
จากที่กล่าวมาแล้ว เขากระโดงเป็นภูเขาไฟที่เย็นตัวลงและดับสนิทแล้ว จึงพบหินภูเขาไฟหลากหลายชนิด ซึ่งหินที่พบมากที่สุด ได้แก่
ภูเขาพระอังคาร
อยู่ในเขต อ.เฉลิมพระเกียรติ และ อ.ละหานทราย ห่างจากภูเขาพนมรุ้งไปทางตะวันตกประมาณ 8 ก.ม. มีทางเท้าและทางเกวียนขึ้นไปสู่ยอดเนินภูเขานี้หลายเส้นทาง ปัจจุบันมีการสร้างทางรถยนต์พื้นแข็งลูกรังผสมหินภูเขาไฟจากหมู่บ้านเชิงเขาซึ่งอยู่ทางตะวันออกของภูเขาไฟนี้ เ
เขื่อนลำนางรอง
เขื่อนลำนางรอง...ทะเลสาบแห่งอีสานใต้ แหล่งน้ำเพื่อการเกษตร อุปโภค-บริโภคและพักผ่อนหย่อนใจคลายร้อน ในพื้นที่อำเภอโนนดินแดง “ที่บุรีรัมย์...เราก็มีทะล”.....
ใบเสมาหินวัดโพธิ์ย้อย
วัดโพธิ์ย้อย ตั้งอยู่ หมู่ที่ 1 บ้านปะคำ ต.ปะคำ อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ ภายในบริเวณวัดมีศาสนสถานศิลาแลงและเก็บรักษาโบราณวัตถุต่างๆ ที่พบในบริเวณใกล้เคียง ได้แก่ ทับหลัง 5 ชิ้น ใบเสมา 3 แผ่น เสาศิลา 5 หลัก
รวมสถานที่จัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษา
วันเข้าพรรษา เป็นวันสำคัญในพุทธศาสนาวันหนึ่ง ที่พระสงฆ์เถรวาทจะอธิษฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง ตลอดระยะเวลาฤดูฝน ที่มีกำหนดเป็นระยะเวลา 3 เดือน ตามที่พระธรรมวินัยบัญญัติไว้
ปราสาทหินเมืองต่ำ
ปราสาทหินเมืองต่ำตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ ที่อุดมสมบูรณ์มีลำห้วยที่ไหลผ่าน คือ ลำห้วยจระเข้มาก ลำปะเทีย เป็นต้น และที่สำคัญ ยังตั้งอยู่บนเส้นทางคมนาคม จากเมืองพระนครศูนย์กลางของ อาณาจักรขอมโบราณ ไปยังเมืองพิมายอีกด้วย จากการขุดค้นทางโบราณคดี บริเวณโคกสลองตอง
ปราสาทหนองหงส์
ตั้งอยู่ในเขตบ้านโนนดินแดง ต.โนนดินแดง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ชื่อศาสนสถานแห่งนี้ได้มาจากชื่อสระน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่ห่างไปทางทิศเหนือประมาณ 100
เที่ยวบุรีรัมย์ ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง
เที่ยวบุรีรัมย์ ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : ปราสาทหินเมืองต่ำ
 

Satiti.com ฟรีสถิติ โค้ดสถิติ สถิติเว็บไซต์ ตัวอย่างสถิติ เว็บสถิติ จัดอันดับเว็บไซต์ ฟรีบริการเก็บสถิติเว็บไซต์
สำนักงานบุรีรัมย์ไกด์ 67 หมู่ที่ 9 ตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ 31000
Graphic designed By :: buriramguide © 2008 สงวนลิขสิทธิ์ | E-Mail crm_buriramguideแอดhotmail.co.th