หน้าหลัก | จังหวัดบุรีรัมย์ | ข่าวประชาสัมพันธ์ | แหล่งท่องเที่ยว | ประเพณีภูมิปัญญา | แนะนำภาพ | แนะนำร้านค้า | ลงนามถวายพระพร | ลงนามถวายพระพร | เว็บบอร์ด | ติดต่อโฆษณา
User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

เกาะติดประเด็นร้อน

ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » เทศกาลประเพณี ภูมิปัญญา » เซียงเมี่ยง

 

พนันฮู้ใจ

 

พนันฮู้ใจ
ขุนศรีฯกับลูกสาวเศรษฐี อยู่นำกันเป็นสามีภรรยา อย่างมีความสุข แบบข้าวใหม่ปลามันเนาะ เรื่องเงินคำกำแก้ว ขุนศรีฯเป็นคนหา ภรรยาเป็นคนใช้ (เป็นคนใช้เงินเด้อ บ่แม่นคนรับใช้) กะเลาเป็นลูกสาวเศรษฐีเนาะ เคยใช้เงินหลายจั่งได๋ กะใช้จั่งซั่นคือเก่า ขุนศรีฯบ่ได้เป็นเศรษฐี เป็นแค่ข้าราชการเงินเดือนหน่อยๆ บ่มีเงินพอให้เมีย เอาไปใช้ฟุ่มเฟือยแบบนี้เดิ๊ก...

บ่ทันดนปานได๋ เงินทองที่เก็บสะสมไว้ กะเริ่มร่อยหรอลง จนเกือบใกล้สิเหมิด เมียขุนศรีฯ เห็นเงินเหลือหน่อย ใช้สอยบ่สะใจ กะเลยบอกขุนศรีฯว่า

“ ตอนนี้เงินเหลือหน่อยคักแล้ว บ่มีเงินใช้จ่ายในบ้าน เจ้าฟ้าวไปหาเงิน มาให้ข้อยแหน่”

“ เอ้อ เอ้อ เดี๋ยวสิหามาให้ดอก ” ว่าซั่น ขุนศรีฯกะดาย

มื้อลุนมา ขุนศรีฯ กะไปเฮ็ดงานในวังคือเก่านั่นล่ะ ขุนศรีฯ กะเว้าให้พวกเสนาอำมาตย์ ทั้งหลายฟังว่า เจ้าของมีวิชาดี สามารถฮู้ใจของผู้อื่น ทายใจผู้อื่นได้ถืกต้องบ่มีผิด ว่าซั่นเด้.... พวกเสนาอำมาตย์ฟังแล้ว กะบ่เชื่อ หาว่าขุนศรีฯ ขี้คุย ขี้โม้ ... ขุนศรีฯกะเลยว่า

“ คันบ่เชื่อ กะมาพนันกันเบิ่งตี้ล่ะ... ข้อยสิทายใจหมู่เจ้าทุกคนให้เบิ่ง... คันข้อยทายใจผู้ได๋บ่ถืก ถือว่าข้อยแพ้พนัน.. พนันท่อได๋ข้อยกะยอมจ่าย”

พวกเสนาอำมาตย์ กะพากันคึดว่า

“ ผู้ได๋สิมาทายใจผู้อื่นได้ถืก... ถึงสิทายถืก เฮาบอกว่าบ่ถืก สิเอาหลักฐานมาแต่ไส ว่าเฮาได้คึดจั่งซั่นอีหลี... บักขุนศรีฯมันคือโง่แท้ หาเรื่องเสียเงินชัดๆ"

กะเลยพากันพนันกับขุนศรีฯ ผู้ละบ่ต่ำกั่วพันตำลึง ก๋าว่างวดนี้รวยคักๆ ....

ขุนศรีฯ กะรับพนันกับทุกคน อย่างบ่สะทกสะท้าน จากนั้นกะว่า

“ ถ้าสิให้ดี เพื่อความยุติธรรม ควรสิไปทายใจต่อหน้าพระราชา ดีกั่ว”

เสนาอำมาตย์กะเห็นดีนำ ..... ช่วงที่เข้าเฝ้าพระราชา อำมาตย์ใหญ่ กะทูลพระราชาให้ฮู้เรื่อง แล้วกะขอให้พระราชาเป็นพยาน เด้

พระราชากะว่า

“ เอ้อ ดีคือกัน สิได้ฮู้ว่าผู้ได๋คึดจั่งได๋ ผู้ได๋คิดบ่ซื่อ บ่ตรง”

จากนั้น ขุนศรีฯ กะเริ่มทายใจเสนาอำมาตย์ทั้งหลายว่า

“ เสนาอำมาตย์ทั้งหลาย ทุกผู้ทุกคน บ่มีผู้ได๋คึดคดทรยศ ต่อพระองค์ ดอก จิตใจของเสนาอำมาตย์ทั้งหลาย จงรักภักดีต่อพระองค์ กันทุกคน พะเจ้าค่า”

“ แมนจั่งซั่นอีหลีบ่ เสนาอำมาตย์ ใจของหมู่เจ้า จงรักภักดีต่อเฮา จั่งขุนศรีฯทายบ่?"

เสนาอำมาตย์ทั้งหลาย ต่างเว้าเป็นเสียงเดียวกันว่า

“ แมนแล้ว ถืกต้องแล้ว พะเจ้าค่า ”

เสนาอำมาตย์ บ่มีไผกล้าบอกว่า ขุนศรีฯทายผิด เพราะถ้าเป็นจั่งซั่น กะเท่ากับว่า เจ้าของ บ่จงรักภักดีต่อพระราชา อาจถืกตัดหัวได้... กะเลยยอมรับ แล้วกะยอมเสียพนันให้ขุนศรีฯ

มื้อนั้น ขุนศรีฯ ได้เงินพนันจากเสนาอำมาตย์ ตั้งวะหลายกระสอบ... รวยเลยแหล่ว

 

 

บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้ อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆที่ทีมงานคิดว่ามีประโยชน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดความบันเทิง และให้ความรู้ โดยเราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ E-mail crm_buriramguideแอดhotmail.co.th ทีมงานจะนำบทความนั้นๆออกทันทีี

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอข้อมูลกับบุรีรัมย์ไกด์ดอทคอมและบุรีรัมย์ไทม์ด้วยวิธีง่ายๆ
เพียงส่งรูปภาพหรือข้อมูลข่าวสารกิจกรรมที่ท่านมีเกี่ยวกับบทความเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ มาให้เราที่ buriramguideแอดhotmail.co.th ทางทีมงานจะนำรูปภาพและบทความของท่านมาปรับปรุงข้อมูลและลงชื่อท่านเพื่อเป็นเกียรติค่ะ
เขียนเมื่อ : 30 ม.ค. 2555,15:12   เข้าชม : 226 ครั้ง

เทศกาลประเพณี ภูมิปัญญา » เซียงเมี่ยงอื่นๆที่น่าสนใจ
พระราชากินขี้แฮ้ง
เซียงเมี่ยง พอแต่ฮู้ว่า ถืกตั๋วให้กินแฮ้ง กะสูนวะสั่น สูนปานได๋ กะได้แต่สูนนั่นล่ะ เพราะว่าผู้ตั๋วเป็นพระราชา สิจับมาลงโทษกะบ่ได้ เซียงเมี่ยง กะเลยแบกความสูน ย่างกลับบ้าน ไปจกคอฮาก แล้วกะรอคอยโอกาส ตั๋วแก้แค้นพระราชา
แข่งควายชนกัน
ช่วงนึงเนาะ..... เมืองธานี ขาเจ้ามีควายโตด โตนึงชนเก่งคัก เหมิดเมืองธานี บ่มีควายโตได๋ สิชนสู้ควายโตดโตนี้ได้ เป็นควายชนะเลิศในเมืองธานี ว่านเถาะไป๋
เอาปัญญาไว้ไส
พระราชา ได้ฟังคำอธิบาย ของเซียงเมี่ยงแล้ว กะต้องยอมจำนน ต่อเหตุผลของเซียงเมี่ยง แล้วกะชมเชย ในปัญญาของเซี่ยงเมี่ยง
หลวงพ่อเคียดให้ปลา
หลวงพ่อฮู้โตว่า เสียฮู้เณรเมี่ยง เลากะสิสูนเติบอยู่ล่ะว๋า คึดในใจว่า เดี๋ยวกลับไปฮอดวัดก่อน จั่งค่อยจัดการลงโทษเณรเมี่ยง พอแบกย่างไป ได้อีกจักหน่อย ฮู้ว่าแบกกลับไป บ่ฮอดวัดคัก ๆ กะเลยคึดสิเอาเซี่ยงไว้แถวๆ นั่นก่อน จั่งค่อยพาเณรเมี่ยง กลับมาเอาทีหลัง ว่าซั
ให้หาม้าสีฟ้า
“ ฮื้อน้อ... กูน่าสิสั่งให้มันชัดเจนกั่วนี้ น่าสิระบุไปเลยว่า ต้องเป็นซ้างเป็นๆ มีชีวิต ย่างได้ ขึ้นขี่ได้.... เฮาบ่น่าใช้คำว่า ซ้างเผือก เล้ย น่าสิว่า ซ้างด่อน หรือซ้างขาว.... ฮื้อน้อ..... บ่เป็นหยัง เทื่อนี้ มันใช้ปัญญาหามาได้ เทื่อต่อไป อย่าหวังว่าสิหา
กินข้าวต้มเปียก
มื้อนึงขุนงาย มีประชุมด่วน แต่เช้า เลากะเลยฟ้าวออกจากบ้านแต่เช้ามืด ไปประชุม กับพวกเสนาอำมาตย์ทั้งหลาย นั่นล่ะ ข้าวเช้า เลากะเลยบ่ทันได้กิน
เซียงเมี่ยงติดคุกมด
นางสนมกำนัลทั้งหลาย พากันกุมปากกุมแก้ม ไปเข้าเฝ้าพระราชา ฟ้องพระราชาว่า ถืกเซียงเมี่ยงตั๋ว ให้กินโตปัญญา จนเผิ้งตอดปาก ตอดสีสบ ตอดหน้า ตอดแก้ม โปล่กป่ก ไค่อึ่งลึ่ง เจ็บปวด เหมิดเอาโลด ให้พระราชา ลงโทษเซียงเมี่ยง ให้แหน่ ว่าซั่น
หลวงพ่อหัวบักโต่น
ฝ่ายเณรเมี่ยง กะบ่อยากตื่นแต่เดิ่ก ลุกแต่เช้า ย่อนว่า ช่วงเช้ามืดน่ะ มันเป็นช่วงที่นอนแซบ ที่สุด แต่ว่าคันสิบ่ปลุกหลวงพ่อ กะบ่ได้ เลากะเลย เอาขี้กะบอง ขึ้นไปมัดไว้ปลายตาล แล้วกะจุดไฟ เด้
นิทานเซียงเมี่ยง ตอนขั้วขี้ให้หมู่กิน โดยสีคันโซ่
นิทานเซียงเมี่ยง ตอนขั้วขี้ให้หมู่กิน โดยสีคันโซ่
โก่งดากใส่พระราชา
“ เทื่อก่อน มันตั๋วให้ดมตด ดมตดกะยังว่าดีกว่ากินขี้ กินขี้หยังบ่กิน บัดได้กินขี้แฮ้ง แฮ้ง สัตว์สกปรกเหม็นกุย ที่คนทั้งหลายขี้เดียด บ่กล้าเข้าใกล้ บ่กล้ากินซิ้น แต่ว่า เฮาถืกเซียงเมี่ยงตั๋วให้กินขี้แฮ้ง”
พระราชาตายภายในเจ็ดมื้อ
ช่วงนึง พระราชา เพิ่นบ่สำบายแฮง ถึงขนาดลุกจากเตียงบ่ได้ ว่าซั่นเถาะ หมอหลวง กะพยายามถวายการรักษา อย่างดีคัก แต่ว่า อาการกะยังบ่ดีขึ้นเลย กินยาบ่หาย กะต้องหาเบิ่งดวงซาตา สะล่ะล่ะ โหรหลวงกะเข้ามา ขีดๆ เขียนๆ กระดานย่อกๆ แล้วกะทูลพระราชาว่า
เก็บหมากพริก
มื้อนึง พระราชาพร้อมทั้งเสนาอำมาตย์ สนมนางกำนัลทั้งหลาย พากันไปเที่ยว สวนอุทยาน เป็นการพักผ่อนหย่อนใจ ว่าซั่นเถาะ เซียงเมี่ยง กะได้ไปนำขาเจ้าคือเก่านั่นล่ะ
เก็บหมากแค่ง
มื้อนึง เซียงเมี่ยง เฮ็ดงานตักน้ำ กวาดบ้าน ถูเฮือน มาตั้งแต่เช้า เมื่อยหลายเมื่อยแฮง อยากนั่งเซาพักผ่อน พอแต่นั่งลงดากยังบ่ทันได้เย็นย่อน เมียขุนงายกะมาใช้เซียงเมี่ยงไป เก็บ หมากแค่งอยู่สวน มาไว้กินกับปลาแดกบอง แหน่ ว่าซั่น
แข่งนกเว้า
เมืองธานี มีนกแก้วโตนึง เว้าเก่งคัก เว้าได้ปานคน กะยังว้ากะยังว่า เอานกแก้วโตนี้ ไปประกวดโต้วาที (..โฮ้ โต้วาทีปานคนเอาโลด เด้เดียวหนิ นกกะดาย...) … ไปประกวดเว้า นั่นล่ะ แข่งอยู่ไส กะชนะ เด้
แข่งตอบปัญหาธรรมะ
เมืองธานี ที่ผ่านมา กะพยายามท้าประลองกับเมืองทวาลี ตั้งวะหลายเทื่อ แต่กะต้องแพ้ปัญญาเซียงเมี่ยง กลับไปทุกเทื่อ เจ้าเมืองเอง กะหาทางสิเอาชนะ เมืองทวาลีอยู่ตลอด ในที่สุด กะคึดออก...
ขอที่ขนาดแมวดิ้นตาย
หลังจากพระเมืองลงกากลับไปแล้ว มหาเล็น กะสึกออกมา เป็นเซียงเมี่ยงคือเก่า พระราชา กะเอิ้นเซี่ยงเมี่ยงมาสอบถาม ถึงคัมภีร์ไตรปู กับคัมภีร์ไตรคต
หลวงพ่อแก้แค้นแมงวัน
พอดี้ ตอนนั้น มีแมงวันโตหนึ่ง บินมาจับอยู่หน้าผากหลวงพ่อ หลวงพ่อเลายังเคียดให้แมงวันอยู่แล้ว กะเลยเอิ้นเณรเมี่ยง พร้อมกับเอามือ ซี้ใส่หน้าผากเจ้าของ แบบบ่กะดุกกะดิกร่างกาย กะดิกแต่นิ้ว นั่นหนา
กินยาถ่าย
หลวงพ่อ ถืกเซียงเมี่ยง เอาขี้หมินหม้อทาดาก พ่องถืกถีบดาก จนเซซวนล้ม กะสูนอย่างคัก ลุกขึ้นได้ เหลียวแนมหา เห็นแต่ก้นเซียงเมี่ยงอยู่ไกลๆ กะได้แต่ฮ้องป้อยด่านำก้น
เซียงญาณดมตดเจ้าของ
มีท้าวอั่นนึง คนเอิ้นเลาว่า เซียงญาณ เป็นคนเมืองธานี พุ่นล่ะ เซียงญาณ ได้ยินชื่อเสียงเลียงนามของเซียงเมี่ยง ว่าเป็นคนฉลาด มีปัญญาหลักแหลม ไหวดี บ่มีผู้ได๋ตั๋วได้
หลวงพ่อแยคันทัน
เฒ่าพ่อใหญ่นั่น กะเลยอดทนคองคอยท่าจนฮอดยามเทาเกิด เลากะไปหาทาวเทา ได้เทาอ่อนอั่วลั่วดี้ดี เลากะเอามาลาบใส่ป่นปลาค่อ ทุบหมากเขือขื่นใส่พร้อม ปรุงอย่างแซบนัว กะเอาไปถวายเณรเมี่ยง กับหลวงพ่อ
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : พนันฮู้ใจ
 

Satiti.com ฟรีสถิติ โค้ดสถิติ สถิติเว็บไซต์ ตัวอย่างสถิติ เว็บสถิติ จัดอันดับเว็บไซต์ ฟรีบริการเก็บสถิติเว็บไซต์
สำนักงานบุรีรัมย์ไกด์ 67 หมู่ที่ 9 ตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ 31000
Graphic designed By :: buriramguide © 2008 สงวนลิขสิทธิ์ | E-Mail crm_buriramguideแอดhotmail.co.th