หน้าหลัก | จังหวัดบุรีรัมย์ | ข่าวประชาสัมพันธ์ | แหล่งท่องเที่ยว | ประเพณีภูมิปัญญา | แนะนำภาพ | แนะนำร้านค้า | ลงนามถวายพระพร | ลงนามถวายพระพร | เว็บบอร์ด | ติดต่อโฆษณา
User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

เกาะติดประเด็นร้อน

ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » เทศกาลประเพณี ภูมิปัญญา » เซียงเมี่ยง

 

ขอคนของหมู่มาเฮ็ดเสาเล้าไก่

 

ขอคนของหมู่มาเฮ็ดเสาเล้าไก่
ขุนศรีฯ เลามีหมู่มีพวกหลายพอสมควร เทิงถืกกันแหน่ บ่ค่อยถืกกันแหน่ นั่นล่ะ หมู่พวกแบบ หาเรื่องกัดกันไปกัดกันมา กะมีหลายคือกัน

มีหมู่ผู้นึง (เอิ้นเลาว่า ขุนเกิ่ง ซะเนาะ) ขุนเกิ่งเป็นหมู่ขุนศรีฯ ที่บ่ค่อยยอมกันเด้ กัดกันไปกัดกันมานั่นล่ะ... แต่ว่าคันผู้ได๋เดือดร้อน กะซ่อยเหลือกันคือเก่านั่นล่ะ

ช่วงนึง ขุนศรีฯ เลาสิเฮ็ดเล้าให้ไก่น้อ คนใช้ของขุนศรีฯ กะมีบ่พอ ขุนศรีฯ เลยไปหาขุนเกิ่ง ขอคนมาซ่อยงาน สะล่ะล่ะ

“ ขุนเกิ่งเอ้ย... เฮากำลังเฮ็ดเล้าไก่... เฮาขอคนของขุนเกิ่ง ไปเฮ็ดเสาเล้า แน่เด้อ ได้บ่”

“ ปะสาส่ำนี้ เป็นหยังสิบ่ได้ ต้องการจักคนล่ะ”

“ ขอจักสิบคน เด้อ ข้าวปลาอาหาร เฮาสิหาสู่อยู่สู่กินดอก”

ขุนเกิ่ง กะจัดคนให้ไปสิบคน เพื่อเฮ็ดเสาเล้าไก่ ให้ขุนศรีฯ

ขุนศรีฯ กะให้คนของเจ้าของ ขุดหลุมสำหรับเสาเล้าไก่ ไว้สิบหลุม เลิ่กเพียงหัวเข้านี่ล่ะ (เล้าไก่หยัง ใช้เสาหลายปานเฮือนเอาโลด???) จากนั้นขุนศรีฯ กะให้คนของขุนเกิ่ง ไปยืนอยู่ในหลุม ถมขาไว้บ่ให้ย่างหนี ให้แบกขื่อ แบกไม้โครงหลังคาไว้... มุงเผียกหญ้าคาเรียบร้อย เอาไม้มามัดกับคนของขุนเกิ่ง แอ้มคอกไก่เรียบร้อย.... ได้เวลาอาหาร กะหาข้าวหาน้ำมาให้กิน

คนของขุนเกิ่ง ยืนขาแข็ง แอวแข็งแบกหลังคาไว้ หนักกะหนัก สิปงกะบ่ได้ สิย่างหนีกะไปบ่ได้ กะยังว้ากะยังว่า

ฝ่ายขุนเกิ่ง เห็นว่าตะเว็นใกล้ค่ำแล้ว บ่เห็นคนใช้กลับมา กะเลยย่างเลาะไปเบิ่ง เห็นคนของเจ้าของ ยืนซื่อคิ่งนิ่ง เหี่ยแตกเหี่ยแตนอยู่ ..... หลังจากถามเรื่องราวแล้ว กะไปหาขุนศรีฯ ถามว่า

“ เป็นหยังจั่งเฮ็ดจั่งซี้ กับคนของเฮา เขาเฮ็ดผิดอีหยัง”

“ คนของขุนเกิ่ง บ่ได้เฮ็ดผิดอีหยังดอก เฮาขอคนของขุนเกิ่ง มาเอ็ดเสาเล้าไก่ แล้วขุนเกิ่ง กะเป็นคนอนุญาตเอง บ่แม่นติ”

“ ไสว่าเอามาเฮ็ดเสาเล้าไก่ คือบ่ให้เฮ็ดเสาเล้าไก่ เป็นหยังเอามายืน แล้วกะฝังไว้จั่งซี้”

“ กะนี่ล่ะ เสาเล้าไก่ คนของขุนเกิ่งนี่ล่ะ เป็นเสาเล้าไก่... กะยังว่า ขอมาเฮ็ดเสาเล้าไก่ เนาะฮึ...”

???

“ เอ๋า..ว่าแม่นให้มาเฮ็ดเสา ผัดเอามาเฮ็ดเสาน้อ ขุนศรีฯเอ้ย... แบบนี้ เฮาบ่ยอม เฮาขอคนของเฮาคืน”

จากนั้น กะเลยม่างเล้าไก่ ขุดเอาคนของขุนเกิ่งขึ้นมา พากลับบ้าน

ขุนเกิ่ง เทิงเจ็บใจ เทิงสูน อุตส่าห์ใจดี ให้คนมาซ่อยงาน บัดถืกขุนศรีฯ ล่อตั๋ว เล่นงานคนของเจ้าของ...

"ฮือน้อ... ฮือน้อ... แค้นนี้ต้องชำระ... ต้องเอาคืน ต้องเอาคืน..” ว่าซั่นเด้

 

 

บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้ อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆที่ทีมงานคิดว่ามีประโยชน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดความบันเทิง และให้ความรู้ โดยเราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ E-mail crm_buriramguideแอดhotmail.co.th ทีมงานจะนำบทความนั้นๆออกทันทีี

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอข้อมูลกับบุรีรัมย์ไกด์ดอทคอมและบุรีรัมย์ไทม์ด้วยวิธีง่ายๆ
เพียงส่งรูปภาพหรือข้อมูลข่าวสารกิจกรรมที่ท่านมีเกี่ยวกับบทความเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ มาให้เราที่ buriramguideแอดhotmail.co.th ทางทีมงานจะนำรูปภาพและบทความของท่านมาปรับปรุงข้อมูลและลงชื่อท่านเพื่อเป็นเกียรติค่ะ
เขียนเมื่อ : 30 ม.ค. 2555,15:13   เข้าชม : 215 ครั้ง

เทศกาลประเพณี ภูมิปัญญา » เซียงเมี่ยงอื่นๆที่น่าสนใจ
กินข้าวต้มเปียก
มื้อนึงขุนงาย มีประชุมด่วน แต่เช้า เลากะเลยฟ้าวออกจากบ้านแต่เช้ามืด ไปประชุม กับพวกเสนาอำมาตย์ทั้งหลาย นั่นล่ะ ข้าวเช้า เลากะเลยบ่ทันได้กิน
แข่งนกเว้า
เมืองธานี มีนกแก้วโตนึง เว้าเก่งคัก เว้าได้ปานคน กะยังว้ากะยังว่า เอานกแก้วโตนี้ ไปประกวดโต้วาที (..โฮ้ โต้วาทีปานคนเอาโลด เด้เดียวหนิ นกกะดาย...) … ไปประกวดเว้า นั่นล่ะ แข่งอยู่ไส กะชนะ เด้
พนันฮู้ใจ
ขุนศรีฯกับลูกสาวเศรษฐี อยู่นำกันเป็นสามีภรรยา อย่างมีความสุข แบบข้าวใหม่ปลามันเนาะ เรื่องเงินคำกำแก้ว ขุนศรีฯเป็นคนหา ภรรยาเป็นคนใช้ (เป็นคนใช้เงินเด้อ บ่แม่นคนรับใช้) กะเลาเป็นลูกสาวเศรษฐีเนาะ เคยใช้เงินหลายจั่งได๋
นางสนมขี้ใส่เฮือนทอง
หลังจากเซียงเมี่ยง มีที่ดิน มีเงินทองหลายเติบแล้ว เลากะสร้างเฮือนนั่นตั้วบาดเนียะ ช่วงนั้น เลาผัดยุ่งอยู่กับการจัดตกแต่งเฮือนเนาะ เลยลืมเข้าเฝ้าพระราชา
หลวงพ่อแยคันทัน
เฒ่าพ่อใหญ่นั่น กะเลยอดทนคองคอยท่าจนฮอดยามเทาเกิด เลากะไปหาทาวเทา ได้เทาอ่อนอั่วลั่วดี้ดี เลากะเอามาลาบใส่ป่นปลาค่อ ทุบหมากเขือขื่นใส่พร้อม ปรุงอย่างแซบนัว กะเอาไปถวายเณรเมี่ยง กับหลวงพ่อ
ยาวิเศษกินข้าวแซบ
ขุนงาย แต่ผัดได้เซียงเมี่ยง มาอยู่นำ กะต้องปวดหัว อยู่เกือบซุมื้อ ซุเว็นเอาโลด ในที่สุด กะทนบ่ไหว ขี้คร้านเว้า ขี้คร้านเถียง ขี้คร้านเล่นสำนวนกับมัน คันสิไล่หนีไปซือ ๆ กะเกรงใจหลวงพ่อที่พามาฝาก คันสิเอาไปฝากไว้กับขุนนาง เสนาอำมาตย์ผู้อื่น กะย่านมันไปก่อเร
ขอคนของหมู่มาเฮ็ดเสาเล้าไก่
ขุนศรีฯ เลามีหมู่มีพวกหลายพอสมควร เทิงถืกกันแหน่ บ่ค่อยถืกกันแหน่ นั่นล่ะ หมู่พวกแบบ หาเรื่องกัดกันไปกัดกันมา กะมีหลายคือกัน
นักมวยปล้ำ
อยู่เมืองธานี มีท้าวอั่นนึง โตใหญ่ แฮงหลาย (เอิ้นเลาว่า ท้าวพาโล ซะเนาะ) ท้าวพาโลขึ้นเวที แข่งมวยปล้ำ กับผู้นั้นผู้นี้ ในเมืองธานีมาเหมิดแล้ว จนเลาได้ตำแหน่งชนะเลิศนักมวยปล้ำ ผู้ที่มีแฮง หลายที่สุด ในเมืองธานี แฮงของท้าวพาโลนั้น ต้องใช้คนธรรมดา สิบคน จั่ง
ชวนหมู่ไปกินข้าว
หลังจากนั้น ต่อมาอีกดนเติบ มีช่วงนึงขุนศรีฯ มีความดีความชอบ พระราชา กะพระราชทานรางวัลให้ ขุนศรีฯ ถือเป็นโอกาสดี ที่สิได้ตอบแทนคุณหมู่ ที่เลี้ยงอาหารพิเศษ กะเลยไปชวนหมู่ ไปกินข้าวอยู่บ้านจะของเด้
ตั๋วพระราชาลงน้ำ
มื้อนึง พระราชา พร้อมทั้งเสนาอำมาตย์ สนมกำนัลทั้งหลาย พากันไปเล่นสวนอุทยานเด้ เซียงเมี่ยง กะได้ไปนำเขาคือเก่านั่นล่ะ
หลวงพ่อแบกกะทอเกลือ
ช่วงออกพรรษาเนาะ ช่วงนั้นกะมีงานเทศน์ออกพรรษา กะคือ พระแต่ละวัด กะสิเวียนไปเทศน์ อยู่วัดบ้านอื่นนำนั่นหนา หลวงพ่อกะรับนิมนต์ ไปเทศน์บ้านอื่น วัดอื่น คือกัน
แข่งวาดรูปสัตว์
ยังมีเมืองใหญ่กว้างเมืองนึง ชื่อว่าเมือง พารา อยู่เมืองนี้ ข้าวน้ำซ่ามปลา กะอุดมสมบูรณ์ดี ชาวเมืองกะพากันอยู่เย็นเป็นสุข ความฮู้ การเรียน การศึกษาศิลปวิชา กะรุ่งเรื่องดี นักปราชญ์กะหลาย เด้
ไฟไหม้บ้าน
หลังจากนั้น... มื้อนึง ขุนงายกะไปประชุมหารือราชการคือเก่า อยู่หม่องเก่านั่นล่ะ ส่วนเซียงเมี่ยง กะเฮ็ดงานอยู่บ้าน (เหมิดสิทธิ์ได้ถือกะต่าหมากแล้วเนาะ)
เซียงญาณดมตดเจ้าของ
มีท้าวอั่นนึง คนเอิ้นเลาว่า เซียงญาณ เป็นคนเมืองธานี พุ่นล่ะ เซียงญาณ ได้ยินชื่อเสียงเลียงนามของเซียงเมี่ยง ว่าเป็นคนฉลาด มีปัญญาหลักแหลม ไหวดี บ่มีผู้ได๋ตั๋วได้
พระราชาไถ่เมี่ยงคืน
พวกลาวเชียง เสียเมี่ยง ให้เณรเมี่ยง จนเหมิดเกี้ยง เลยบ่มีเมี่ยง ให้เจ้าเมียง(เมือง) ซั่นแหล่ว...คันสิกลับเมืองเชียง ไปหาบเมี่ยง มาให้เจ้าเมือง พระราชากะสิเคือง ว่าผิดนัดแท้....บ๋า ต้องไปเข้าเฝ้าพระราชาแจ้งเหตุสาก่อน...
แข่งสานกะต่าในน้ำ
มีอยู่ช่วงนึง เจ้าเมืองเชียง ส่งท้าวอั่นนึง (เอิ้นเลาว่าท้าวสาน ซะเนาะ) ไปเมืองทวาลี เพื่อแข่งสานกะต่าในน้ำ ว่าผู้ได๋สิสานแล้วเร็วกั่วกัน ว่าเด้ กติกา กะคือว่า
กำเนิดบักเมี่ยง
ยังมีเมืองใหญ่กว้าง เฮียกซื่อ “ ทวาลี ” มีพญาทวาละ นั่งเมืองเป็นเจ้า มีมเหสีบ่ทันเฒ่า นามว่า สุวรรณบุปผา เพิ่นปกครองเมืองมา จนอยู่เย็นทั้งภายพื้น ซื่นซื่นพร้อม ชาวประชา หัวม่วน มวลชนสุขลื่นล้น ย่อนบุญเจ้าหน่อพญา ซั่นแหลว
เซียงเมี่ยง ชุดที่2 ตอน หัวล้านชนกัน โดย สี คันโซ่
เซียงเมี่ยง ชุดที่2 ตอน หัวล้านชนกัน โดย สี คันโซ่
ขอที่ขนาดแมวดิ้นตาย
หลังจากพระเมืองลงกากลับไปแล้ว มหาเล็น กะสึกออกมา เป็นเซียงเมี่ยงคือเก่า พระราชา กะเอิ้นเซี่ยงเมี่ยงมาสอบถาม ถึงคัมภีร์ไตรปู กับคัมภีร์ไตรคต
หลวงพ่อเคียดให้ปลา
หลวงพ่อฮู้โตว่า เสียฮู้เณรเมี่ยง เลากะสิสูนเติบอยู่ล่ะว๋า คึดในใจว่า เดี๋ยวกลับไปฮอดวัดก่อน จั่งค่อยจัดการลงโทษเณรเมี่ยง พอแบกย่างไป ได้อีกจักหน่อย ฮู้ว่าแบกกลับไป บ่ฮอดวัดคัก ๆ กะเลยคึดสิเอาเซี่ยงไว้แถวๆ นั่นก่อน จั่งค่อยพาเณรเมี่ยง กลับมาเอาทีหลัง ว่าซั
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : ขอคนของหมู่มาเฮ็ดเสาเล้าไก่
 

Satiti.com ฟรีสถิติ โค้ดสถิติ สถิติเว็บไซต์ ตัวอย่างสถิติ เว็บสถิติ จัดอันดับเว็บไซต์ ฟรีบริการเก็บสถิติเว็บไซต์
สำนักงานบุรีรัมย์ไกด์ 67 หมู่ที่ 9 ตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ 31000
Graphic designed By :: buriramguide © 2008 สงวนลิขสิทธิ์ | E-Mail crm_buriramguideแอดhotmail.co.th