|
|
เซียงเมี่ยงเก็บหมาก-เก็บขี้
เณรเมี่ยง เลาบวชได้หลายปีเติบ กินข้าวบาตรจนใหญ่ขึ้น เป็นบ่าวสำน้อย คิดสิเอาดีทางโลก บ่แมนทางธรรม กะเลยสึกออกมาเป็นฆราวาส จากนั่นมา คนกะเลยเอิ้นเลาว่า |
|
|
|
แข่งสานกะต่าในน้ำ
มีอยู่ช่วงนึง เจ้าเมืองเชียง ส่งท้าวอั่นนึง (เอิ้นเลาว่าท้าวสาน ซะเนาะ) ไปเมืองทวาลี เพื่อแข่งสานกะต่าในน้ำ ว่าผู้ได๋สิสานแล้วเร็วกั่วกัน ว่าเด้ กติกา กะคือว่า |
|
|
|
ดินปิ้น
เซียงเมี่ยง แต่ผัดถืกปลดออกจากราชการ ชีวิตกะลำบาก เทิงบ่มีเกียรติ บ่มีศักดิ์ศรี เทิงอยากอายคน นำล่ะหวา คึดหวังไว้ว่า จักมื้อนึง สิเข้ารับราชการอีกให้ได้ |
|
|
|
พนันฮู้ใจ
ขุนศรีฯกับลูกสาวเศรษฐี อยู่นำกันเป็นสามีภรรยา อย่างมีความสุข แบบข้าวใหม่ปลามันเนาะ เรื่องเงินคำกำแก้ว ขุนศรีฯเป็นคนหา ภรรยาเป็นคนใช้ (เป็นคนใช้เงินเด้อ บ่แม่นคนรับใช้) กะเลาเป็นลูกสาวเศรษฐีเนาะ เคยใช้เงินหลายจั่งได๋ |
|
|
|
ให้หาม้าสีฟ้า
“ ฮื้อน้อ... กูน่าสิสั่งให้มันชัดเจนกั่วนี้ น่าสิระบุไปเลยว่า ต้องเป็นซ้างเป็นๆ มีชีวิต ย่างได้ ขึ้นขี่ได้.... เฮาบ่น่าใช้คำว่า ซ้างเผือก เล้ย น่าสิว่า ซ้างด่อน หรือซ้างขาว.... ฮื้อน้อ..... บ่เป็นหยัง เทื่อนี้ มันใช้ปัญญาหามาได้ เทื่อต่อไป อย่าหวังว่าสิหา |
|
|
|
ขอผู้สาว
หลังจากพระเมืองธานีย่านแพ้ แล้วกะเดินทางกลับไปแล้ว พระธนญชัย (หรือว่าเซียงเมี่ยง) กะอยู่เป็นพระต่อไป อีกจักหว่างจักคราว แล้วกะสึกออกมา เป็นทิดเมี่ยง เด้ บาดตาทีเนียะ |
|
|
|
แข่งวาดรูปสัตว์
ยังมีเมืองใหญ่กว้างเมืองนึง ชื่อว่าเมือง พารา อยู่เมืองนี้ ข้าวน้ำซ่ามปลา กะอุดมสมบูรณ์ดี ชาวเมืองกะพากันอยู่เย็นเป็นสุข ความฮู้ การเรียน การศึกษาศิลปวิชา กะรุ่งเรื่องดี นักปราชญ์กะหลาย เด้ |
|
|
|
ขอคนของหมู่มาเฮ็ดเสาเล้าไก่
ขุนศรีฯ เลามีหมู่มีพวกหลายพอสมควร เทิงถืกกันแหน่ บ่ค่อยถืกกันแหน่ นั่นล่ะ หมู่พวกแบบ หาเรื่องกัดกันไปกัดกันมา กะมีหลายคือกัน |
|
|
|
พระราชากินขี้แฮ้ง
เซียงเมี่ยง พอแต่ฮู้ว่า ถืกตั๋วให้กินแฮ้ง กะสูนวะสั่น สูนปานได๋ กะได้แต่สูนนั่นล่ะ เพราะว่าผู้ตั๋วเป็นพระราชา สิจับมาลงโทษกะบ่ได้ เซียงเมี่ยง กะเลยแบกความสูน ย่างกลับบ้าน ไปจกคอฮาก แล้วกะรอคอยโอกาส ตั๋วแก้แค้นพระราชา |
|
|
|
พระราชาไถ่เมี่ยงคืน
พวกลาวเชียง เสียเมี่ยง ให้เณรเมี่ยง จนเหมิดเกี้ยง เลยบ่มีเมี่ยง ให้เจ้าเมียง(เมือง) ซั่นแหล่ว...คันสิกลับเมืองเชียง ไปหาบเมี่ยง มาให้เจ้าเมือง พระราชากะสิเคือง ว่าผิดนัดแท้....บ๋า ต้องไปเข้าเฝ้าพระราชาแจ้งเหตุสาก่อน... |
|
|
|
ผ้าลายตีนแต้ม
พระราชา เพิ่นพยายามหาทางเล่นงาน เซียงเมี่ยงอยู่เรื่อยๆ เป็นการทดลองทดสอบ ปัญญาเซียงเมี่ยงไปนำนั่นล่ะว๋า แต่กะยังบ่สามารถ สิเล่นงานเซียงเมี่ยงได้จังๆ จะๆ จักเทื่อ |
|
|
|
เอาปัญญาไว้ไส
พระราชา ได้ฟังคำอธิบาย ของเซียงเมี่ยงแล้ว กะต้องยอมจำนน ต่อเหตุผลของเซียงเมี่ยง แล้วกะชมเชย ในปัญญาของเซี่ยงเมี่ยง |
|
|
|
ตั๋วพระราชาลงน้ำ
มื้อนึง พระราชา พร้อมทั้งเสนาอำมาตย์ สนมกำนัลทั้งหลาย พากันไปเล่นสวนอุทยานเด้ เซียงเมี่ยง กะได้ไปนำเขาคือเก่านั่นล่ะ |
|
|
|
นักมวยปล้ำ
อยู่เมืองธานี มีท้าวอั่นนึง โตใหญ่ แฮงหลาย (เอิ้นเลาว่า ท้าวพาโล ซะเนาะ) ท้าวพาโลขึ้นเวที แข่งมวยปล้ำ กับผู้นั้นผู้นี้ ในเมืองธานีมาเหมิดแล้ว จนเลาได้ตำแหน่งชนะเลิศนักมวยปล้ำ ผู้ที่มีแฮง หลายที่สุด ในเมืองธานี แฮงของท้าวพาโลนั้น ต้องใช้คนธรรมดา สิบคน จั่ง |
|
|
|
ไฟไหม้บ้าน
หลังจากนั้น... มื้อนึง ขุนงายกะไปประชุมหารือราชการคือเก่า อยู่หม่องเก่านั่นล่ะ ส่วนเซียงเมี่ยง กะเฮ็ดงานอยู่บ้าน (เหมิดสิทธิ์ได้ถือกะต่าหมากแล้วเนาะ) |
|
|
|
|
นิทานวรรณคดี
นิทานพื้นบ้าน ที่พบในภาคอีสาน มีมากมายหลายร้อยเรื่อง ซึ่งเมื่อแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆ จะได้ ๒ ประเภท (ความคิดเห็นส่วนตัวของข้าพเจ้าเอง) ดังนี้
|
|
|
|
เก็บหมากพริก
มื้อนึง พระราชาพร้อมทั้งเสนาอำมาตย์ สนมนางกำนัลทั้งหลาย พากันไปเที่ยว สวนอุทยาน เป็นการพักผ่อนหย่อนใจ ว่าซั่นเถาะ เซียงเมี่ยง กะได้ไปนำขาเจ้าคือเก่านั่นล่ะ |
|
|
|
บอกหนังสือพระสังฆราช
มื้อต่อมา เซียงเมี่ยงเลาจัดตกแต่งเฮือนทองเลา บ่ทันแล้วดีเนาะ เลากะหาข้าวของ มาตกแต่งเฮือนเด้ ไปสั่งช่างให้เฮ็ดแหน่ ไปหาย่างซื้อตามตลาดแหน่ นั่นล่ะ กะบ่ค่อยได้เข้าเฝ้าพระราชาอีก |
|
|
|
ไก่กะโต๊ก
พระราชาเจ้า เทิงเสนาอำมาตย์ใหญ่ ถืกเซียงเมี่ยงหลอกต้ม เจ็บคิงถ้วน ทั่วกัน เฮือนดิ้นได้ ย่างไป ก็ล้มท่าว เหยียบบ่ดี ย่างบ่คอบ เป๋ล้ม ตกป่อง ก็มี บางพ่องเหยียบส้นไม้ ไม้เดี่ยง เสียหลัก คาดลาดโจน ลงน้ำ ก็มี... |
|