|
ภูมิปัญญาในการตีมีด เจ้าของภูมิปัญญาในการตีมีดคือ นายเกียรติ วะโรรัมย์ ปัจจุบันอาศัยอยู่เลขที่ 66 บ้านฝ้าย หมู่ 10 ต.สวายจีก อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ เกิดวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2477 แม้ปัจจุบันจะมีอายุ 73 ปีแล้วก็ยังคงประกอบอาชีพตีมีดอยู่ โดยเน้นความประณีตและคุณภาพ เหล็กที่นำมาใช้ตีมีดต้องเป็นเหล็กคุณภาพดีเท่านั้น ปัจจุบันได้ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้กับนายวันนา กะสินรัมย์ ซึ่งเป็นลูกเขยได้สืบทอดต่อ
อุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ในการตีมีด ได้แก่ เหล็ก เตาเผา ถ่านไม้และเหล็กเขี่ยถ่าน ทั่งเหล็กสำหรับใช้รองเหล็กที่จะตีหรือตัด ค้อนเหล็ก เหล็กสกัดสำหรับตัดเหล็กให้ได้ขนาดตามต้องการ คีมจับเหล็ก ตะไบเหล็ก เครื่องเจียระไนไฟฟ้า เครื่องสูบลมไฟฟ้า อ่างน้ำหรือถังน้ำ หินลับมีด เหล็กตอกลวดลาย (ตุ๊ดตู่) เศษผงเหล็กสำหรับขัดผิวเหล็กให้เรียบ
ขั้นตอนและกรรมวิธีในการตีมีด มีดังนี้
1. การตัดและผ่าเหล็ก ช่างจะนำเหล็กที่จะใช้ทำมีดมาวัดขนาดความยาวเท่ากับชนิดของมีดที่ต้องการ แล้วนำส่วนที่จะตัดไปเผาจนเหล็กร้อนแดงได้ที่ จากนั้นจะใช้คีมจับไปวางบนทั่ง ตัดด้วยเหล็กสกัด แล้วนำเหล้กที่ตัดไปเผาไฟอีกครั้งเพื่อผ่าทแยงตามความยาวของเหล็ก
2. การแบนหรือการตีหลาบ คือ นำท่อนเหล็กที่ผ่าแล้วไปเผาไฟให้ร้อนแดงแล้วใช้คีมคีบออกมาวางบนทั่ง เพื่อตีให้แบนและได้รูปทรงของมีดตามที่ต้องการ การเผาเหล็กให้ร้อนแดงแล้วนำมาตีแต่ละครั้ง ช่างเรียกว่า "แดง" การแบนมีดจะเริ่มจากส่วนที่เป็นด้ามหรือกั่นมีดก่อน แล้วจึงตีส่วนที่เป็นตัวมีด
3. การทำบ้องหรือเดือย บ้องหรือเดือย คือ ส่นที่เป็นด้ามมีด ด้ามมีดที่เป็นแบบเดือยทำได้โดยช่างจะตีส่วนโคนของด้ามมีดให้มีลักษณะเรียว ปลายแหลม เพื่อนำไปเสียบฝังในด้ามไม้ ส่วนการบ้อง คือ การตีเหล็กส่วนโคนของมีดให้เป็นแผ่นแล้วตีให้ปลายทั้ง 2 ด้านโค้งเข้าหากัน ด้ามมีแบบบ้องสามารถนำไปใช้ได้เลย หรืออาจใช้ด้ามไม้ต่อให้ยาวขึ้น
4. การตีแต่ง เป็นการตีเหล็กเพื่อให้ผิวเหล็กเรียบและได้มีดที่มีรูปร่างตามต้องการ ย้ำคมให้บางและตรง
5. การตะไบแต่ง หลังจากที่ตีมีดให้ได้รูปตามที่ต้องการแล้ว ช่างจะตะไบแต่งส่วนคมมีดโดยใช้ตะไบเหล็ก แต่ปัจจุบันมักใช้เครื่องเจียระไนไฟฟ้าเป็นเครื่องทุ่นแรง
6. การชุบคม ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญยิ่งของการตีเหล็ก ซึ่งช่างต้องมีความชำนาญเป็นพิเศษ เพราะเป็นขั้นตอนที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์มีความคม แข็ง ไม่บิ่นง่าย โดยนำเหล็กที่ใช้ทำมีดที่ตกแต่งคมเรียบร้อยแล้วไปเผาเฉพาะส่วนคมเท่านั้น เมื่อเหล็กร้อนแดงเสมอกันโดยตลอดแล้ว (มีสีแดงเหมือนลูกหนู) จะรีบนำมาจุ่มในอ่างน้ำ โดยจุ่มลงไปเฉพาะส่วนคม ประมาณ 1-2 เซนติเมตร การจุ่มน้ำจะต้องทำอย่างรวดเร็ว ประมาณ 1-2 ครั้ง ในช่วงที่เหล็กที่เผาเปลี่ยนสีจากสีขาวเป็นสีเหลือง ให้รีบจุ่มลงในอ่างน้ำทันที และแช่ไว้จนเย็นจึงนำขึ้น ก็จะได้มีดที่มีคมแข็ง ไม่บิ่นหรือบิดเบี้ยวง่าย หากจุ่มน้ำเร็วเกินไปคือในช่วงที่เหล็กเปลี่ยนเป็นสีขาว จะทำให้มีดแข็งและบิ่นง่าย หรือหากจุ่มน้ำช้าไปคือตอนที่เหล็กเปลี่ยนเป็นสีเขียวแล้ว ก็จะทำให้เหล็กคืนตัว ทำให้คมมีดไม่แข็ง บิดเบี้ยวง่าย และใช้การได้ไม่ดี
7. การตกแต่งลวดลายลงด้านบนของมีด
การเลือกมีดที่มีคุณภาพดีให้ทดลองใช้คมมีดถูสันมีดเล่มอื่น หากถูไปแล้วติดคม ไม่ลื่น แสดงว่าคมมีดแข็ง คม เหมาะที่จะซื้อไปใช้งาน หากถูแล้วลื่น ไม่ติดคม แสดงว่ามีชุบคมไม่ดี เมื่อนำไปใช้งานจะทื่อ (สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบุรีรัมย์. 2549. "ตีมีด" หน้า 2, 7-19 |