หน้าหลัก | จังหวัดบุรีรัมย์ | ข่าวประชาสัมพันธ์ | แหล่งท่องเที่ยว | ประเพณีภูมิปัญญา | แนะนำภาพ | แนะนำร้านค้า | ลงนามถวายพระพร | ลงนามถวายพระพร | เว็บบอร์ด | ติดต่อโฆษณา
User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

เกาะติดประเด็นร้อน

ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » เทศกาลประเพณี ภูมิปัญญา » ภูมิปัญญาชาวบ้าน

 

ภูมิปัญญาการคล้องช้าง

 

ภูมิปัญญาการคล้องช้าง

ภูมิปัญญาในการคล้องช้างหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า การไปเถื่อนช้าง หรือ ไปต่อช้าง  การไปคล้องช้างจะไม่ทำในเดือน 6-7 เพราะเป็นช่วงที่ช้างตกมันและผสมพันธุ์กัน  ย้อนไปประมาณ 50-60 ปี  เมื่อชาวปะกำออกไปคล้องช้างที่ป่าดงใหญ่  จะมีผู้ที่เกี่ยวข้องกับช้างซึ่งมีศักดิ์เรียกกันตามลำดับ ดังนี้ คนเลี้ยงช้าง ควาญช้าง หมอช้าง ครูบาช้าง  และปัดทะยาย  ผู้ที่จะเป็นหมอช้างได้ต้องผ่านพิธีกรรมของชาวช้างก่อน  ซึ่งดำเนินพิธีกรรมโดย ปัดทะยาย  และมีครูบาช้าง เป็นสักขีพยานเหมือนการบวชพระ  ปัดทะยาย เป็น พระอุปัชฌาย์  ครูบาช้าง คือ พระกรรมวาจาจารย์และพระอนุสาวนาจารย์  คนที่จะเป็นหมอช้างได้ต้องสามารถคล้องช้างได้ไม่ต่ำกว่า 6 เชือก  เมื่อชำนาญมากขึ้นจะเลื่อนเป็น ครูบาช้างและปัดทะยายตามลำดับ      การเรียกช้าง  ตัวผู้ เรียก ช้างพลาย  ตัวเมีย เรียก ช้างพัง  ช้างตัวผู้ไม่มีงา เรียก ช้างสีดอ  ช้างต่อที่ดีต้องมีลักษณะหูกางยาน  งวงยาว  สูงโปร่ง  หางตรงดี  เรียกว่า บังพลา  อายุประมาณ 17-18 ปี  มีร่องบนหัวที่นั่งชิดกันดี

การออกไปคล้องช้างต้องมีพิธีบวงสรวงผีปะกำ ณ ศาลปะกำ  ซึ่งปลูกเป็นอาคารถาวรภายนอกรั้วบ้านที่ตนอาศัย  โดยต้องจัดเตรียมเครื่องเซ่นและเสบียงให้พร้อม  เพราะหลังจากทำพิธีเสร็จ  จะกลับเข้าบ้านอีกไม่ได้  ต้องออกป่าทันที  เมื่อเดินทางถึงบริเวณที่คาดว่าจะมีช้างป่าอาศัยอยู่โดยสังเกตจากรอยเท้า  หมอช้างและครูบาช้างก็จะพักตรงนั้น  ในการไปต่อช้างแต่ละครั้ง  ต้องมีช้างต่ออย่างน้อย 2 เชือก  แต่ไม่เกิน 10 เชือก  โดยแต่ละเชือกจะมีคนติดตามไป 2 คน คือ หมอและควาญช้าง  บริเวณที่พัก  เรียกว่า ชมรม  หมอช้างจะทำพิธีกรรมตามความเชื่อทางไสยศาสตร์  กั้นแนวเขตโดยใช้เวทมนตร์คาถา  ก่อกองไฟ 3 กอง  การออกไปคล้องช้าง  ชาวช้างจะมีภาษาเรียกสิ่งของเครื่องใช้และกิริยาต่าง ๆ เป็นของตนเองต่างกับภาษาปกติ  ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการคล้องช้าง คือ เวลาพลบค่ำ ซึ่งเป็นช่วงที่ช้างออกหากิน  การคล้องช้าง  หมอช้างจะนำช้างต่อเข้าประชิดพอได้จังหวะก็ใช้คันจามเหวี่ยงหนังปะกำไปที่เท้าช้างป่า  เมื่อปะกำติดที่เท้าแล้ว  หมอช้างก็จะปล่อยเชือกปะกำ  โดยปลายเชือกหนึ่งผูกติดที่คอช้างเอาไว้  อีกด้านหนึ่งจะติดที่เท้าช้างป่า  ช่วงนี้จะปล่อยให้ช้างดิ้นต่อสู้  เมื่อหมดแรงแล้ว  หมอช้างก็จะเหวี่ยงทาม (อุปกรณ์ผูกคอช้างไม่ให้ดิ้นต่อสู้) ผูกที่คอช้างป่า  แล้วลากมาผูกกับต้นไม้  ตรงที่เชือกผูกคอจะมีเดื้อง  ลักษณะคล้ายกับวงเวียนเพื่อไม่ให้ทามรัดคอมากเกินไป  อาจทำให้ถึงตายได้

เมื่อคล้องช้างได้ตามที่ต้องการแล้วก็จะทำพิธีออกกรรม  มีการกินอาหารและดื่มสุรา  เป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จแล้วจึงกลับบ้าน 

ช้างป่าที่จับได้จะนำมาฝึกประมาณเดือนครึ่ง  จากนั้นจึงนำไปขายหรือนำไปใช้งานต่อไป  การออกป่าครั้งหนึ่งกินเวลา 6-7 เดือนหรืออาจถึงปี  บริเวณที่มีช้างป่า คือ ป่าดงใหญ่ ดงอีจาน และป่าในเขตกัมพูชา  การฝึกช้าง  จะล่ามช้างไว้ให้หิวเป็นเวลานานพอสมควร  และอาจให้ช้างบ้านตีถ้าดื้อดึง  เมื่อช้างป่าสงบและหิวแล้วจึงนำอาหารไปให้  ช้างก็จะเชื่องลงและเชื่อฟัง  กลายเป็นช้างบ้านในที่สุด (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ, 2544 : 183-185)

 

 

บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้ อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆที่ทีมงานคิดว่ามีประโยชน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดความบันเทิง และให้ความรู้ โดยเราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ E-mail crm_buriramguideแอดhotmail.co.th ทีมงานจะนำบทความนั้นๆออกทันทีี

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอข้อมูลกับบุรีรัมย์ไกด์ดอทคอมและบุรีรัมย์ไทม์ด้วยวิธีง่ายๆ
เพียงส่งรูปภาพหรือข้อมูลข่าวสารกิจกรรมที่ท่านมีเกี่ยวกับบทความเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ มาให้เราที่ buriramguideแอดhotmail.co.th ทางทีมงานจะนำรูปภาพและบทความของท่านมาปรับปรุงข้อมูลและลงชื่อท่านเพื่อเป็นเกียรติค่ะ
เขียนเมื่อ : 13 เม.ย. 2553,20:20   เข้าชม : 2629 ครั้ง

เทศกาลประเพณี ภูมิปัญญา » ภูมิปัญญาชาวบ้านอื่นๆที่น่าสนใจ
กินขนมเนียลกันดีกว่า
ขนมเนียล ถือเป็นขนมหวานที่ชาวบ้านแต่ก่อนมักทำให้ลูกหลานกินเล่นและแบ่งปันญาติพี่น้องบ้านใกล้เรือนเคียง เนื่องจากส่วนผสมสามารถหาได้ง่ายทั่วไปในละแวกบ้าน อีกทั้งอุปกรณ์ที่ใช้ก็มีประจำทุกครัวอยู่แล้ว
เลิงขม๊อจ (ขึ้นผี) เรื่องของ คน กับ ผี ในวิถีชุมชน
ในชุมชนคนเขมรบ้านบัว นอกจากพิธีไหว้ผีปู่ตา ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติตามความเชื่อในเรื่อง “ผีบรรพบุรุษประจำหมู่บ้าน” แล้ว ธรรมเนียมปฏิบัติตามความเชื่อในเรื่อง “ผีบรรพบุรุษประจำสายตระกูล” ก็นับเป็นอีกความเชื่อหนึ่ง
ระบบการเลี้ยงปลานิลแบบใหม่
ระบบการเลี้ยงปลานิลแบบใหม่
การเลี้ยงกบและปลาดุก
การเลี้ยงกบและปลาดุก
“ครกตำข้าว” แรงงานจากปลายเท้าสู่เมล็ดข้าวที่วาวงาม
วันก่อนเขียนถึงเรื่องของ “ครกตำข้าว” ในงานอยู่เย็นเป็นสุขที่มุกดาหาร ว่าสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตการผลิตข้าวสำหรับบริโภคในครัวเรือนของชาวอีสานในอดีต กว่าจะได้ข้าวแต่ละเม็ดต้องใช้แรงกายแรงใจ เหงื่อสักกี่หยดที่หลั่งรินก็ไม่ท้อถอย เพื่อหล่อเลี้ยงครอบครัว
ผ้าไหมมัดหมี่บ้านโคกจิก
บ้านโคกจิก สืบทอดภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษในการ ทอผ้าไหม มาได้อย่างเหนียวแน่น ถึงแม้สภาพ ทางสังคม และเศรษฐกิจในปัจจุบันจะเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่ บ้านโคกจิกยัง รักษาภูมิปัญญาที่เป็นวัฒนธรรมท้องถิ่น
ตังเกบกะดาม
“ตังเกบกะดาม” เป็นชื่อภาษาเขมรของผลไม้พื้นบ้านประเภทหนึ่งครับ “ตังเกบ” แปลว่า “ก้าม” ส่วน “กะดาม” แปลว่า “ปู”
ปลาแดก
ปลาร้า หรือ ปลาแดก ในภาษาอีสาน เป็นอาหารท้องถิ่นภาคอีสาน ของไทย และ ลาว รวมถึง บางส่วนของเวียดนาม
การนวดข้าว โดย นายประพาส วีระแพทย์
หมายถึง การเอาเมล็ดข้าวออกจากรวง แล้วทำความสะอาด เพื่อแยกเมล็ดข้าวลีบและเศษฟางข้าวออกไป เหลือไว้เฉพาะเมล็ดข้าวเปลือกที่ต้องการเท่านั้น ขั้นแรกจะต้องตากข้าวให้แห้งเสียก่อน การกองข้าวสำหรับตากก็มีหลายวิธี แต่หลักสำคัญมีอยู่ว่าการกองจะต้องเป็นระเบียบ
การทอผ้าไหมมัดหมี่พื้นเมือง
การทอผ้ามัดหมี่ของชาวบุรีรัมย์ใช้ลายเก่าแก่ดั้งเดิมที่สืบทอดต่อๆ กันมา และมีการพัฒนาลายใหม่ ๆ ขึ้นเพื่อความแปลกใหม่และสวยงาม เหมาะกับความต้องการของตลาด แต่ไม่ว่าจะพัฒนาลายไปมากน้อยเพียงใด
อุตุนิยมวิทยาชุมชนว่าด้วยเรื่อง ไก่ตากปีก
คนสมัยก่อนถ้าเห็นไก่พากันนอนกลางแดด หรือที่เรียกกันว่า “ไก่ตากปีก” ท่านยืนยันเป็นหนักเป็นแน่นว่า ภายในวันสองวันนี้ฝนจะตกลงมาอย่างแน่นอน
การตำน้ำกิน
เป็นภูมิปัญญาในการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำของชาวบุรีรัมย์ จึงมีคำกล่าวติดปากว่า \"บุรีรัมย์ตำน้ำกิน\" วิธีการ คือ เริ่มจากขุดดินเป็นหลุมขนาดย่อมขึ้นก่อน
มูลมังอิสาน
สวัสดีจ้าพี่น้อง มื้อนี้สิพาไปเบิ่งมูลมังอิสานภูมิปัญญาคนสมัยก่อนจ้า ผุเพิ่นคิดค้นเครื่องไม้เครื่องมือในการดำรงชีวิตสมัยก่อน ภาพนี้ได้มาจากศาลากลาง หมู่บ้านที่สาวทองแพงอยู่จ้า
มะพร้าวเผานางรอง
มะพร้าวเผานางรอง ผลิตที่บ้านถนนหัก บ้านผักหวาน ตำบลถนนหัก และที่บ้านเก่า ตำบลนางรอง อำเภอนางรอง การทำมะพร้าวเผา มีขั้นตอนดังนี้
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนใบตาล
เมื่อประมาณ 40 กว่าปีผ่านมา วิถีชีวิตของคนในชุมชนชนบทในสมัยก่อนที่นิยมนำวัสดุจากธรรมชาติที่หาได้มาได้ง่ายตามหัวไร่ ปลายนาไม่ต้องซื้อหา นำมาทำเป็นของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย
ความรู้เรื่องกระติบข้าว
กระติบข้าวเป็นของใช้ประจำบ้านที่ใช้บรรจุข้าวเหนียว ทุกครัวเรือน ทุกพื้นที่ที่รับประทานข้าวเหนียว
ปุ๋ยชีวภาพ
หากทำเสร็จแล้ว ให้ตรวจวัดอุณหภูมิด้วย เทอร์โมมิเตอร์ หลังจากผ่านไปแล้ว 6 ชั่วโมง อุณหภูมิควรอยู่ ที่ 35-45 องศาเซลเซียส หากเกินต้องกลับปุ๋ยทันทีและกองไว้ ด้วยความสูงที่ต่ำกว่า 30 เซนติเมตร เพื่อระบายอากาศ
ผักตระกูล โหระพา-กระเพา
กะเพรา เป็นพืชล้มลุกที่มีอายุข้ามปี ลำต้นเป็นทรงพุ่มสูงประมาณ 70-80 เซนติเมตร ลำต้นและใบมีขนเล็กน้อย ใบมีสีเขียวและสีม่วง ใบมีกลิ่นหอม กะเพราเป็นพืชที่ใช้ใบประกอบปรุงแต่งอาหาร เพื่อดับกลิ่นคาว และทำให้อาหารมีรสชาด และกลิ่นหอมน่ารับประทาน การเพาะเมล็ดสำหรั
ภูมิปัญญาการคล้องช้าง
ภูมิปัญญาในการคล้องช้างหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า การไปเถื่อนช้าง หรือ ไปต่อช้าง การไปคล้องช้างจะไม่ทำในเดือน 6-7 เพราะเป็นช่วงที่ช้างตกมันและผสมพันธุ์กัน ย้อนไปประมาณ 50-60 ปี เมื่อชาวปะกำออกไปคล้องช้างที่ป่าดงใหญ่
ตามทันแมงดานา
ตามทันแมงดานา
หัวข้อ : ภูมิปัญญาการคล้องช้าง
ความคิดเห็นที่ 1 โพสเมื่อ : 08 ก.พ. 2554,19:09 น.

นายพงศ์ธนัญ

ดีจัง
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : ภูมิปัญญาการคล้องช้าง
 

Satiti.com ฟรีสถิติ โค้ดสถิติ สถิติเว็บไซต์ ตัวอย่างสถิติ เว็บสถิติ จัดอันดับเว็บไซต์ ฟรีบริการเก็บสถิติเว็บไซต์
สำนักงานบุรีรัมย์ไกด์ 67 หมู่ที่ 9 ตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ 31000
Graphic designed By :: buriramguide © 2008 สงวนลิขสิทธิ์ | E-Mail crm_buriramguideแอดhotmail.co.th