การประเมินโครงการศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่
ตามแนวพระราชดำริ:เศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนชุมชนบ้านหัววัว (ราษฎร์อุทิศ)
นายภาสวัฒน์ เนาว์พิริยวัฒน์ *
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ทั่วไปเพื่อประเมินผลการดำเนินงานของโครงการศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ:เศรษฐกิจพอเพียงโรงเรียนชุมชนบ้านหัววัว(ราษฎร์อุทิศ) และวัตถุประสงค์เฉพาะ เพื่อประเมินบริบท ปัจจัยนำเข้า กระบวนการดำเนินกิจกรรม รวมถึงผลผลิตของโครงการศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ:เศรษฐกิจพอเพียงโรงเรียนชุมชนบ้านหัววัว(ราษฎร์อุทิศ) ตลอดจนเพื่อรวบรวมปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับการดำเนินโครงการ เป็นการวิจัยเชิงประเมินผล ใช้วิธีการศึกษาแบบผสมผสานระหว่างการศึกษาเชิงปริมาณและการศึกษาเชิงคุณภาพ โดยใช้รูปแบบการประเมินตามกรอบแนวคิดของของสตัฟเฟิลบีม (Stufflebeam’s CIPP Model) และปรับเพิ่มเติมให้เป็น CIPPO Model ตามแนวทางของ นายธเนศ ต่วนชะเอม เก็บรวบรวมข้อมูลจากนักเรียนช่วงชั้นที่ 3 โรงเรียนชุมชนบ้านหัววัว (ราษฎร์อุทิศ) ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ประจำปีการศึกษา 2550 จำนวน 184 คน เป็นนักเรียนเพศชายร้อยละ 49.5 เพศหญิงร้อยละ 50.5 มีอายุเฉลี่ย 14.03 ปี เป็นนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 1 ร้อยละ 20.1 ชั้นมัธยมปีที่ 2 ร้อยละ 47.3 ชั้นมัธยมปีที่ 3 ร้อยละ 32.6 โดยใช้แบบสอบถาม เก็บข้อมูลแบบสอบถามในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ 2550 และศึกษาจากสรุปผลการดำเนินงานโครงการ นำมาวิเคราะห์ข้อมูลโดยข้อมูลจากแบบสอบถาม ด้านอายุ วิเคราะห์โดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เพศ ชั้น วิเคราะห์โดยใช้ร้อยละ ความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างต่อ ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ ผลผลิต วิเคราะห์โดยใช้สถิติค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ข้อมูลพฤติกรรมของนักเรียนเกี่ยวกับการนำความรู้เรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ:เศรษฐกิจพอเพียงไปใช้และเผยแพร่ตลอดจนปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะ ใช้การวิเคราะห์เนื้อความ(Content Analysis) แล้วสรุปผลในเชิงบรรยาย การวิเคราะห์เชิงเนื้อหาแบบพรรณนา ข้อมูลจากการศึกษาเอกสาร วิเคราะห์เชิงเนื้อหาแบบพรรณนา
ผลการวิจัยมีดังนี้
1. บริบทด้านนโยบายของสถานศึกษา พบว่าการดำเนินงานโครงการสอดคล้องกับนโยบายของสถานศึกษาเนื่องจากคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนชุมชนบ้านหัววัว (ราษฎร์อุทิศ) มีนโยบายจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ:เศรษฐกิจพอเพียงโรงเรียนชุมชนบ้านหัววัว(ราษฎร์อุทิศ) ขึ้นในปีการศึกษา 2549 โดยได้รับความอนุเคราะห์ที่ดินจากกรมทางหลวง และมอบหมายให้นายภาสวัฒน์ เนาว์พิริยวัฒน์ เป็นผู้รับผิดชอบจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
2. ปัจจัยนำเข้า แบ่งการประเมินเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่ 1 จากแบบสอบถาม ดังนี้ ปัจจัยนำเข้าในภาพรวม พบว่า มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก ผ่านเกณฑ์ที่น่าพอใจ 3 ด้าน คือ ด้านความเหมาะสมของสถานที่ ความเพียงพอของวัสดุอุปกรณ์ และความสอดคล้องของความสามารถนักเรียนกับกิจกรรมในโครงการ ส่วนด้านความเพียงพอของบุคลากรมีความเหมาะสมอยู่ในระดับปานกลาง ไม่ผ่านเกณฑ์ที่น่าพอใจ ส่วนที่ 2 จากการศึกษาเอกสาร ดังนี้ ปัจจัยนำเข้า ด้านงบประมาณ พบว่าไม่เพียงพอผู้รับผิดชอบโครงการแก้ไขปัญหาโดยขอการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน บางกิจกรรมขอความร่วมมือจากชุมชนทำให้ไม่มีค่าใช้จ่าย ด้านบุคลากร พบว่าไม่มีคุณวุฒิโดยตรงด้านการเกษตร จบการศึกษาปริญญาตรีเอกสังคมศึกษา แต่มีความรู้ความสนใจด้านการเกษตร จนผู้บริหารเล็งเห็นความสามารถ มีการพัฒนาตนเอง โดยการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมด้านการเกษตรเพื่อเตรียมความพร้อมในการสอนและพัฒนาประสิทธิภาพการเรียนการสอน ทั้งจากเอกสาร ตำรา อินเตอร์เน็ท ศึกษาความรู้จากนักวิชาการเฉพาะด้าน และปราชญ์ชาวบ้านตลอดจนเข้าอบรมหลักสูตรภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านสถานที่ พบว่ามีความเหมาะสมในการจัดการเรียนรู้แบบเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ ด้านหน่วยงาน พบว่าหน่วยงานสนับสนุนมีทั้งภาครัฐและเอกชน รูปแบบการสนับสนุนมีทั้งด้าน งบประมาณ บุคลากร และการดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้
3. กระบวนการ แบ่งการประเมินเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่ 1 จากแบบสอบถาม ดังนี้ กระบวนการดำเนินงานในภาพรวม พบว่า มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก ผ่านเกณฑ์ที่น่าพอใจ เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่ามีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากทั้ง 2 ด้านคือ ด้านเนื้อหาการสอน และด้านเทคนิค/รูปแบบ/กิจกรรม/วิธีการสอน ผ่านเกณฑ์ที่น่าพอใจ ส่วนที่ 2 จากการศึกษาเอกสาร ดังนี้ กระบวนการด้านการจัดการเรียนการสอน พบว่าการจัดการเรียนการสอนมีทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เรื่องการจัดรูปที่ดินตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ การพัฒนาที่ดิน (ปุ๋ยหมัก/น้ำหมักชีวภาพ ปุ๋ยพืชสด )นาข้าวอินทรีย์ การปลูกพืชพลังงานทดแทน การปลูกป่า การปลูกพืชอาหาร การเลี้ยงปลาในนาข้าว การอบรมเกี่ยวกับการเกษตรและภูมิปัญญาท้องถิ่น การศึกษาดูงานด้านการเกษตร ตลอดจนเชิญนักวิชาการที่มีความชำนาญเฉพาะด้านมาร่วมด้านสอน/สาธิต ด้านการแก้ปัญหาและอุปสรรค พบว่าปัญหาเรื่องงบประมาณไม่เพียงพอ ผู้รับผิดชอบโครงการแก้ปัญหาโดยขอทุนสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน ปัญหาเรื่องความชำนาญเฉพาะด้าน ผู้รับผิดชอบโครงการแก้ปัญหาโดยเชิญนักวิชาการที่มีความชำนาญเฉพาะช่วยสอน/สาธิตปุ๋ยหมัก/น้ำหมักชีวภาพ ประสานผู้ปกครองนักเรียนที่มีความชำนาญด้านการทำนาร่วมสอนการทำนาภาคปฏิบัติ ปัญหาด้านภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร แก้ปัญหาโดยให้นักเรียนที่มีความสามารถในการสื่อสารทั้งภาษาไทย ภาษาถิ่น (ภาษาอีสาน ภาษาเขมร) ช่วยในการสื่อสารเพิ่มเติม และขยายความ
4. ผลผลิต แบ่งการประเมินเป็น 3 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 จากการศึกษาเอกสาร ด้านผลผลิต พบว่าจำนวนนักเรียนที่ได้รับความรู้จากการจัดการเรียนการสอนครบถ้วนตามแผน ด้านจำนวนนักเรียนที่ได้รับการอบรม พบว่านักเรียนเข้าอบรมหลักสูตรการเกษตร จำนวน 6 คน เข้ารับการอบรมหลักสูตรวปอ. ( วิทยากรกระบวนการผู้นำการเปลี่ยนแปลงสู่การพึ่งตนเองและพึ่งพากันเอง ภาคประชาชน ) ณ ศูนย์การเรียนรู้ปราชญ์ชาวบ้าน พ่อเชียง ไทยดี จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 20 คน ด้านผลผลิตในโครงการ มีดังนี้คือ ข้าวหอมมะลิ 26 กระสอบ (พื้นที่ทำนา 8ไร่) ปุ๋ยหมัก 300 กิโลกรัมน้ำหมักชีวภาพ 150 ลิตร ต้นสบู่ดำจำนวน 100 ต้น (ในพื้นที่ 1.2 ไร่) ต้นไม้ในโครงการพลิกฟื้นผืนป่าด้วยพระบารมี
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอข้อมูลกับบุรีรัมย์ไกด์ดอทคอมและบุรีรัมย์ไทม์ด้วยวิธีง่ายๆ
เพียงส่งรูปภาพหรือข้อมูลข่าวสารกิจกรรมที่ท่านมีเกี่ยวกับบทความเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ มาให้เราที่ buriramguideแอดhotmail.co.th ทางทีมงานจะนำรูปภาพและบทความของท่านมาปรับปรุงข้อมูลและลงชื่อท่านเพื่อเป็นเกียรติค่ะ |