|
ชื่อเรื่อง รายงานการใช้และพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
ผู้ศึกษา นายกณวรรธน์ จอมไธสง ครู วิทยฐานะชำนาญการ
สถานศึกษา โรงเรียนบ้านกลันทาวิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1
ปีที่พิมพ์ 2551
--------------------------------------------------------------------------------
บทคัดย่อ
การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ มีความมุ่งหมาย1) เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 2) เพื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 3) เพื่อหาค่าดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความ 4) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนกับหลังเรียน 5) เพื่อศึกษาความความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์ และเขียนสื่อความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่ผู้ศึกษาสร้างและพัฒนาขึ้น กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนกลันทาวิทยา อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2550 จำนวน 1 ห้องเรียน นักเรียน 28 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ได้แก่ 1) แบบฝึกทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 8 แบบฝึก ประกอบด้วย หน่วยที่ 1 นิทานคติธรรม หน่วยที่ 2 นิทานเทียบพุทธภาษิต หน่วยที่ 3 บทความ หน่วยที่ 4 ข่าว หน่วยที่ 5 โฆษณา หน่วยที่ 6 บทกลอน หน่วยที่ 7 เพลง หน่วยที่ 8 พระบรมราโชวาท 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่านคิดวิเคราะห์และการเขียนสื่อความ จำนวน 1 ฉบับ 30 ข้อ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) จำนวน 1 ฉบับ 10 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ( ) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) และ t – test แบบ Dependent Sample
ผลการศึกษาค้นคว้าปรากฏ ดังนี้
1. คะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความของนักเรียนจากการทำแบบทดสอบหลังเรียนของแต่ละหน่วยการเรียน มีคะแนนรวมเฉลี่ย 9.14 คิดเป็นร้อยละ 91.43 ส่วนคะแนนรวมเฉลี่ยจากการทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความหลังเรียนแบบฝึกทักษะทุกหน่วยการเรียน นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ย 26.71 คิดเป็นร้อยละ 89.05 ซึ่งเป็นคะแนนที่อยู่ในระดับที่น่าพอใจ เมื่อเทียบกับเกณฑ์การตัดสินผลการเรียนตามระเบียบว่าด้วยการวัดและประเมินผลการเรียน ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ของโรงเรียนบ้านกลันทาวิทยา ผลการเรียนอยู่ในระดับ “4” หรืออยู่ในระดับ “ดีมาก”
2. แบบฝึกทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพ 91.43 / 89.05 ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80 / 80
3. ค่าดัชนีประสิทธิภาพ (The Effectiveness Index : E.I) ของแบบฝึกทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความ กลุ่มสาระ การเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีค่าดัชนีประสิทธิผล 0.7815 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ที่ 0.50 หรือร้อยละ 50
4. ผลการเปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนกับหลังเรียน เรียน แบบฝึกทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์และการเขียนสื่อความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 คะแนนเฉลี่ย หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01 โดยมีค่า t เท่ากับ 40.623
5. ค่าเฉลี่ยของระดับความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านกลันทาวิทยา ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีค่าเฉลี่ย 4.70 อยู่ในระดับ “พึงพอใจมากที่สุด” และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.59 แสดงว่านักเรียนมีความคิดเห็นสอดคล้องกันค่อนข้างสูง จากการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ทำให้ได้แบบฝึกทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีคุณภาพ ตรงตามความสนใจความต้องการของผู้เรียน สอดคล้องกับสภาพ และท้องถิ่นของนักเรียน สามารถนำมาใช้เป็นสื่อ พัฒนาทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญ และเป็นเครื่องมือสำคัญในการเรียนในระดับสูงขึ้นต่อไป
|