|
ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้หนังสือการ์ตูนประกอบการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค STAD เรื่อง เศษส่วน และการบวก การลบ การคูณการหารเศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
อนันท์ บุตรศรีเมือง
บทคัดย่อ
การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้จึงมีความมุ่งหมายเพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้หนังสือการ์ตูนประกอบการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค STAD กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เรื่อง เศษส่วน และการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้หนังสือการ์ตูนประกอบการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค STAD เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้หนังสือการ์ตูนประกอบการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค STAD และเพื่อเปรียบเทียบความสนใจในการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียน ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านถนนโคกใหญ่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต 2 ภาคเรียนที่ 1
ปีการศึกษา 2550 จำนวน 24 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้ามี 3 ชนิด ได้แก่ แผนการเรียนรู้โดยใช้หนังสือการ์ตูนประกอบการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค STAD จำนวน 22 แผน หนังสือการ์ตูนประกอบการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค STAD กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นแบบปรนัย ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ และแบบวัดความสนใจของนักเรียนต่อกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้หนังสือการ์ตูนประกอบการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค STAD เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 20 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานด้วย t-test (One Sample) และ t-test (Dependent Samples) ผลการศึกษาค้นคว้าปรากฏ ดังนี้
1. กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้หนังสือการ์ตูนประกอบการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค STAD กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เรื่อง เศษส่วน และการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน มีประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 85.05/80.83 โดยประสิทธิภาพด้านกระบวนการ (E1) และประสิทธิภาพด้านผลลัพธ์ (E2) สูงกว่าเกณฑ์ 75/75 ที่ตั้งไว้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
2. ดัชนีประสิทธิผลของการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้หนังสือการ์ตูนประกอบ การเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค STAD กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีค่าเท่ากับ 0.6947 หรือคิดเป็นร้อยละ 69.47
3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้หนังสือการ์ตูนประกอบ การเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค STAD กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
4. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีความสนใจในการเรียนคณิตศาสตร์หลังเรียนด้วยกิจกรรม
การเรียนรู้โดยใช้หนังสือการ์ตูนประกอบการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค STAD กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์สูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
บทนำ
คณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ก่อให้เกิดความเจริญก้าวหน้าทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โลกในปัจจุบันเจริญขึ้นเพราะการคิดค้นทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งต้องอาศัยความรู้ทางคณิตศาสตร์ทั้งสิ้นนอกจากนี้คณิตศาสตร์ยังช่วยพัฒนาให้แต่ละบุคคลเป็นคนที่สมบูรณ์ เป็นพลเมืองดี ทั้งนี้เพราะคณิตศาสตร์ช่วยเสริมสร้างความมีเหตุผล ความเป็นคนช่างคิด ช่างริเริ่มสร้างสรรค์ มีระบบระเบียบในการคิด มีการวางแผนในการทำงาน มีความสามารถในการตัดสินใจ มีความรับผิดชอบต่อกิจการงานที่ได้รับมอบหมาย ตลอดจนมีลักษณะของความเป็นผู้นำในสังคม (สิริพร ทิพย์คง. 2545 : 1) และคณิตศาสตร์ยังช่วยให้สามารถวิเคราะห์ปัญหา และประเมินสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วนรอบคอบ ทำให้สามารถคาดการณ์ วางแผนตัดสินใจและแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม อีกทั้งคณิตศาสตร์ยังเป็นเครื่องมือในการศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนศาสตร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นคณิตศาสตร์จึงมีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต และช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการจึงได้กำหนดวิสัยทัศน์ของกลุ่มสาระคณิตศาสตร์ไว้ว่า เป็นการศึกษาเพื่อปวงชนที่เปิดโอกาสให้เยาวชนทุกคนได้เรียนรู้คณิตศาสตร์อย่างต่อเนื่อง และตลอดชีวิตตามศักยภาพ ทั้งนี้เพื่อให้เยาวชนทุกคนเป็นผู้มีความสามารถทางคณิตศาสตร์ที่พอเพียง สามารถนำความรู้ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ที่จำเป็นไปพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น รวมทั้งสามารถนำไปเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ต่าง ๆ และเป็นพื้นฐานสำหรับการศึกษาต่อ ดังนั้นจึงเป็นความรับผิดชอบของสถานศึกษาที่ต้องจัดสาระการเรียนรู้ที่เหมาะสมแก่ผู้เรียนแต่ละคน ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ (กรมวิชาการ. 2545 : 2) เมื่อผู้เรียนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ชั้นปีแล้ว ผู้เรียนจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาสาระคณิตศาสตร์ มีทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ มีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ มีความตระหนักในคุณค่าของคณิตศาสตร์ สามารถนำความรู้ทางคณิตศาสตร์ไปพัฒนาคุณภาพชีวิต เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ และเป็นพื้นฐานในการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น
การจัดการเรียนการสอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ที่ผ่านมาพบว่ายังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสาเหตุ และปัจจัยหลายประการ เช่น หลักสูตร เนื้อหา ครูผู้สอน นักเรียน สภาพแวดล้อม ผู้ปกครอง การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ตลอดจนเทคนิคและวิธีการสอนของครู ซึ่งสาเหตุและปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์อยู่ในเกณฑ์ต่ำ จากรายงานการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระดับชาติ (NT) โดยใช้แบบทดสอบของสำนักทดสอบทางการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการจากปีการศึกษา 2548-2549 โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนบ้านถนนโคกใหญ่ อำเภอบ้านกรวด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต 2 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เฉลี่ยเท่ากับร้อยละ 43.99 และ 44.00 ตามลำดับ (สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต 2. 2549 : ไม่มีเลขหน้า ; 2550 : ไม่มีเลขหน้า) ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ต่ำไม่เป็นที่น่าพอใจ จากปัญหาดังกล่าว การจัดเนื้อหาสาระทางคณิตศาสตร์จึงต้องคำนึงถึงความยากง่าย ความต่อเนื่อง และลำดับขั้นของเนื้อหา ลำดับขั้นของการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ควรจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับความสนใจ และความถนัดของผู้เรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลรวมทั้งวุฒิภาวะของผู้เรียน อีกทั้งควรจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้ทั้งสามด้าน คือ ด้านความรู้ ด้านทักษะกระบวนการ และด้านคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่ดี (สำนักทดสอบทางการศึกษา. 2546 : 5) ครูผู้สอนควรใช้วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย เน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง และได้ลงมือปฏิบัติร่วมกันเป็นกลุ่ม รวมทั้งการใช้สื่อการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและน่าสนใจ สามารถเร้าให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้เต็มตามศักยภาพ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจในคณิตศาสตร์พื้นฐาน มีทักษะระบวนการทางคณิตศาสตร์ที่จำเป็น มีความสามารถในการทำงานอย่างเป็นระบบ มีระเบียบวินัย มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีวิจารณญาณ พร้อมทั้งตระหนักในคุณค่า มีความสนใจในการเรียนและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ (กรมวิชาการ. 2545 : 3)
กิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ (Cooperative Learning) เป็นวิธีการหนึ่งที่สามารถนำมาใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ เพราะเป็นการจัดกิจกรรมที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และเป็นวิธีการที่เน้นการจัดสภาพแวดล้อมทางการเรียนให้แก่ผู้เรียนได้เรียนรู้ร่วมกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ แต่ละกลุ่มประกอบ ด้วยสมาชิกที่มีความรู้ ความสามารถแตกต่างกัน โดยที่แต่ละคนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการเรียนรู้ และในความสำเร็จของกลุ่ม ทั้งโดยการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การแบ่งปันทรัพยากรการเรียนรู้ รวมทั้งการเป็นกำลังใจแก่กันและกัน คนที่เรียนเก่งจะช่วยเหลือคนที่อ่อนกว่า สมาชิกในกลุ่มไม่เพียงแต่รับผิดชอบต่อการเรียนของตนเองเท่านั้น หากแต่จะต้องร่วมรับผิดชอบต่อการเรียนรู้ของเพื่อนสมาชิกทุกคนในกลุ่ม ความสำเร็จของบุคคลคือความสำเร็จของกลุ่ม (วัฒนาพร ระงับทุกข์. 2542 : 34) และการจัดการเรียนรู้กิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค STAD (Student Teams Achievement Divisions) เป็นการเรียนรู้แบบร่วมมือกันอีกรูปแบบหนึ่ง ที่เหมาะสำหรับวิชาที่เน้นคำถามแบบที่ต้องการคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว (สมศักดิ์ ภู่วิภาดาวรรธน์. 2545 : 4) ซึ่งมีความเหมาะสมที่จะนำไปใช้ในการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ เพราะธรรมชาติของวิชาคณิตศาสตร์มักจะถามคำถามที่ต้องการคำตอบที่ตรงไปตรงมา เพียงคำตอบเดียว กิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือเทคนิค STAD เป็นกิจกรรมการเรียนรู้ที่สามารถช่วยให้ผู้เรียนประสบความสำเร็จทางด้านวิชาการ เพราะทุกคนมีส่วนร่วมในการเรียน ช่วยเหลือซึ่งกันและกันและแลกเปลี่ยนความรู้ โดยมุ่งให้ผลการเรียนของกลุ่มมีคะแนนสูงเมื่อมีการวัดผล ทำให้สมาชิกกลุ่มต้องสนใจศึกษาในเรื่องที่ได้รับมอบหมาย จึงช่วยให้ผู้เรียนประสบความสำเร็จทางด้านวิชาการสูงขึ้น และเพิ่มความมั่นใจให้ผู้เรียน เพราะผู้เรียนแต่ละคนจะรู้ถึงคุณค่าและความสำคัญของตนเองในการเป็นสมาชิกรวมทั้งการมีส่วนร่วมในการทำงานกลุ่มทำให้เพิ่มความมั่นใจ มีอิสระที่จะคิดและเสนอความเห็นต่อกลุ่มอีกทั้งยังช่วยให้ผู้เรียนมีความสนใจในการเรียน เนื่องจากธรรมชาติและลักษณะของการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ จะสนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ถกเถียงปัญหาและเสนอความคิดเห็นต่อกลุ่ม อธิบายหรือบอกเล่าสิ่งที่รู้ให้แก่เพื่อนร่วมกลุ่มเข้าใจ ซึ่งอาจทำให้ผู้บอกเล่ามีความเข้าใจเนื้อหาวิชาเป็นอย่างดีและชัดเจนมากขึ้น ผู้รับฟังก็จะสามารถเข้าใจในอีกแนวคิดหนึ่งที่นอกเหนือจากแนวคิดของตน (รวิวรรณ ศรีคร้ามครัน. 2543 : 171-173)
นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยสื่อการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ และน่าสนใจ จึงจะทำให้กิจกรรมการเรียนรู้นั้นประสบความสำเร็จได้ด้วยดี หนังสือการ์ตูนจัดเป็นสื่อการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและน่าสนใจสำหรับเด็ก โดยเฉพาะเด็กในระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้น ทั้งนี้เพราะหนังสือการ์ตูนดูง่าย เข้าใจง่าย และสามารถเรียกร้องความสนใจของผู้เรียนได้เป็นอย่างดี หนังสือการ์ตูนสามารถแปลความหมายจากนามธรรมเป็นรูปธรรมได้ เด็กจึงชื่นชอบและเกิดความสนุกสนานเพลิดเพลินในการเรียนรู้ (เทพพิทักษ์ โกยกอบเกียรติ. 2538 : 19-25) นอกจากนี้ หนังสือการ์ตูนยังทำให้เกิดมโนภาพที่ดี สร้างสรรค์ให้เด็กเกิดความคิด และจินตนาการ เกิดแนวความคิดที่ดี เพราะธรรมชาติของหนังสือการ์ตูนเป็นการเขียนเรื่องราวโดยอาศัยภาพประกอบ จึงทำให้เด็กสามารถจดจำเรื่องราว เนื้อหาที่นำเสนอได้อย่างแม่นยำ และสามารถช่วยให้เด็กเกิดทักษะ ความชำนาญในการอ่าน ได้รับความรู้ ความสนุกสนานอีกด้วย (อเนก รัตน์ปิยะภาภรณ์. 2534 : 24) ดังนั้น หนังสือการ์ตูนจึงมีคุณค่าทางการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง หากครูผู้สอนได้นำหนังสือการ์ตูน มาใช้ประกอบในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จะช่วยให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพราะหนังสือการ์ตูนสามารถเร้าความสนใจของผู้เรียน สร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลายในชั้นเรียน ประกอบการอธิบายความรู้ให้เห็นจริงเป็นรูปธรรม สร้างความประทับใจ และก่อให้เกิดการจำได้นานยิ่งขึ้น สร้างทัศนคติ ค่านิยม และจิตสำนึกที่ดีของผู้เรียน สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตและโลกทัศน์ที่กว้างไกลแก่ผู้เรียน
จากเหตุผลและความสำคัญดังกล่าวผู้ศึกษาจึงต้องการที่จะนำวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้หนังสือการ์ตูนประกอบกิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค STAD มาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในกลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เรื่อง เศษส่วน และการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน โดยจะใช้หนังสือการ์ตูนเป็นสื่อการเรียนรู้ประกอบกิจกรรมในขั้นตอนการเรียนกลุ่มย่อยของกิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค STAD เพราะเห็นว่าเป็นเทคนิคการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และเป็นกิจกรรมที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ส่งเสริมการร่วมมือกันทำงานเป็นกลุ่ม ผู้เรียนได้ช่วยเหลือกันขณะทำงาน มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทุกคนมีส่วนร่วมในความรับผิดชอบทั้งต่อตนเอง และต่อสมาชิกในกลุ่ม นอกจากนี้ผู้เรียนยังได้เรียนรู้ด้วยความสนุกสนานเพลิดเพลิน และได้ความรู้โดยใช้หนังสือการ์ตูนเป็นสื่อในการศึกษาเนื้อหาร่วมกัน ซึ่งจะสามารถพัฒนาผู้เรียนให้เป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจในคณิตศาสตร์พื้นฐาน สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มีทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ที่จำเป็น สามารถแก้ปัญหาด้วยวิธีการที่หลากหลายรวมทั้งมีความ สามารถในการทำงานอย่างเป็นระบบ มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ มีความเชื่อมั่นในตนเอง พร้อมทั้งมีความตระหนักในคุณค่า และมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์
ความมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า
1. เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้หนังสือการ์ตูนประกอบการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค STAD กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เรื่อง เศษส่วน และการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75
2. เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้หนังสือการ์ตูนประกอบการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค STAD กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
3. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้หนังสือการ์ตูนประกอบการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค STAD กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
4. เพื่อเปรียบเทียบความสนใจในการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน
|