|
ชื่อเรื่อง รายงานผลการจัดกิจกรรมกลุ่มเพื่อพัฒนาการรู้จัก เข้าใจและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนวัดบ้านกะชาย
ผู้รายงาน นางเพ็ญศรี นพกุล
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ โรงเรียนวัดบ้านกะชาย อำเภอบ้านด่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1
ปีที่พิมพ์ 2553
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ 1) ศึกษาผลของการใช้จัดกิจกรรมกลุ่มที่มีต่อการรู้จัก เข้าใจและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น 2)เปรียบเทียบคะแนนการรู้จัก เข้าใจและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมกลุ่ม และ3) ศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อการใช้กิจกรรมกลุ่ม เพื่อพัฒนาการรู้จัก เข้าใจและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนวัดบ้านกะชาย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2551 จำนวน 28 คน ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาได้แก่
1) แบบประเมินและวิเคราะห์การรู้จัก เข้าใจและการเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น มีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ ที่ครอบคลุมองค์ประกอบการรู้จัก เข้าใจและความรู้สึกเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่นทั้ง 5 ด้าน จำนวน 30 ข้อ มีค่า IOC ตั้งแต่ 0.80-1.00 มีค่าอำนาจจำแนกรายข้อตั้งแต่ 0.27 ถึง 0.84 ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ (α ) เท่ากับ .95 2) กิจกรรมกลุ่มเพื่อพัฒนาการรู้จัก เข้าใจและการเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น จำนวน 14 กิจกรรม ที่มีความเหมาะสมมากที่สุด คือมีคะแนนเฉลี่ย ( ) เท่ากับ 4.77 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) เท่ากับ 0.16 3) แผนการจัดกิจกรรมกลุ่ม จำนวน 14 แผน ที่มีเหมาะสมมากที่สุด คือมีคะแนนเฉลี่ย ( ) เท่ากับ 4.71 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) เท่ากับ 0.18 และ4) แบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อการใช้กิจกรรมกลุ่ม มีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ ตามหลักของลิเคร์ท (Likert) จำนวน 20 ข้อ ซึ่งมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์รายข้อ (rxy) ตั้งแต่ 0.25-0.72 ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.93 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบสมมติฐานใช้ The Wilcoxon Signed-Rangs Test ผลกา ฏ ดังนี้
1. ผลการจัดกิจกรรมกลุ่มเพื่อพัฒนาการรู้จัก เข้าใจและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนวัดบ้านกะชาย ในภาพรวม พบว่า การทำกิจกรรมต่าง ๆ ในแต่ละครั้งนั้นเป็นแรงจูงใจทางบวกที่จะช่วยให้นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม เกิดความรู้สึกต่อตนเองในทางที่ดี มีความเข้าใจตนเอง ยอมรับตนเอง มีอำนาจในการควบคุมตนเอง มีความรู้สึกว่าตนเอง มีความสามารถ มีคุณค่า ทำอะไรให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายของตนเองได้ ซึ่งตรงตามจุดประสงค์ที่ได้ตั้งไว้
2. ผลการวิเคราะห์จากคะแนนเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนการรู้จัก เข้าใจและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น พบว่า โดยรวมแล้วก่อนเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ย อยู่ในระดับปานกลางถึงน้อยที่สุด คือมีค่าเฉลี่ย () เท่ากับ 2.81 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.24 และหลังการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด คือมีค่าเฉลี่ย () เท่ากับ 4.77 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.06 ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักเรียนมีการรู้จัก เข้าใจและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่นดีขึ้น
3. ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบคะแนนการรู้จัก เข้าใจและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น ของนักเรียนก่อนและหลังเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม พบว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนวัดบ้านกะชาย มีคะแนนการรู้จัก เข้าใจและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่นก่อนและหลังเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
4. ความคิดเห็นของนักเรียนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนวัดบ้านกะชายที่มีต่อกิจกรรมกลุ่มเพื่อพัฒนาการรู้จัก เข้าใจและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น พบว่า ภายหลังการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม มีคะแนนความคิดเห็นอยู่ในเห็นด้วยอย่างยิ่ง คือมีคะแนนรวมเฉลี่ย () เท่ากับ 4.66 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.55
ผลการศึกษาสามารถสรุปได้ว่า กิจกรรมกลุ่มสามารถพัฒนาการรู้จัก เข้าใจและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่นได้ เพราะกิจกรรมกลุ่มช่วยสนองความต้องการของบุคคลได้ ทั้งร่างกายและจิตใจ เช่น ความต้องการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม ความปลอดภัยและความต้องการของกลุ่มช่วยสร้างพัฒนาการด้านอารมณ์และสังคม โดยฝึกให้สมาชิกของกลุ่มรู้จักเก็บอารมณ์ การแสดงอารมณ์ให้ถูกต้องและสมเหตุสมผล รู้จักการพูดคุยทักทาย รวมทั้งการแสดงออกตามกาลเทศะการแสดงสัมพันธภาพกับสมาชิกกับคนอื่น ๆ ของกลุ่ม ช่วยพัฒนาด้านทัศนคติ ความสนใจและความสามารถ ถือเป็นเทคนิคและวิธีการที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ |