|
ศุภกิจ จินะใจ กัปตันทีมบุรีรัมย์เอฟซี กล่าวถึงสภาพความพร้อมของลูกทีมที่จะสู้ศึกกับทีมเลยซิตี้ ว่าทุกคนตั้งใจฝึกซ้อมกันเป็นอย่างดี เพราะผู้ฝึกสอนมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเล่นจากเดิมที่ใช้ 4-4-2 แล้วเปลี่ยนมาเป็น 3-5-2 และล่าสุดที่จะพบกับทีมเลยฯ เปลี่ยนมาเป็น 4-3-3
ทั้งนี้ตนยอมรับว่าทีมเลยซิตี้เป็นทีมที่แข็งแกร่งทีมหนึ่ง เพราะเคยเป็นถึงแชมป์เก่า และเชื่อว่าเขาคงจะจ้องมาล้มเราในบ้านอยู่แล้ว แต่ที่นี้ผมว่าเราเหนื่อยหน่อยแมตช์นี้ แต่ยังได้เปรียบที่เราเล่นอยู่ในบ้านซึ่งทำให้เรามีแรงฮึด และเป็นจุดแข็งของเราด้วย อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าการเปลี่ยนรูปแบบการเล่นใหม่คงจะไม่กระทบอะไรต่อลูกทีมมากนัก เพราะลูกทีมทุกคนสามารถเล่นได้ในทุกตำแหน่งอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการปรับตัวของลุกทีมแต่ละคนว่าจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับเกมได้มากน้อยเพียงใด แต่เราทุกคนพร้อมอยู่แล้วที่จะเล่น ต้องไม่แพ้
“ถึงแม้ระบบ 4-3-3 จะเป็นเกมรุกก็จริง แต่เราก็ไม่ประมาทและจะไม่เร่งจนเกินไป ทุกอย่างที่บอกว่าทีมเลยก็เป็นแชมป์เก่า บางทีถ้าเสียบอลง่ายเกินไปศักดิ์ศรีของแชมป์เก่าก็ไม่ธรรมดา เพราะว่าเขาสามารถตั้งเกมสู้เราได้อย่างทันท่วงที และเราคงจะไม่รีบร้อนและไม่เสียบอลง่าย โดยจะพยายมเซ็ตบอลให้มันแตก และถ้าเป็นเกมรักจะต้องทำให้ไวถึงจะทำแต้มได้”กัปตันป๊อบ กล่าว
เมื่อถามว่าแล้วรู้สึกหนักใจที่จะต้องพบกับทีมที่เคยเป็นอดีตแชมป์เก่าในแมตช์นี้ “กัปตันป๊อบ” กล่าวว่ามีบ้างเพราะการที่พบกับแชมป์เก่า มันคงเป็นอะไรที่ไม่ง่าย และเขาคงจะเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีเช่นเดียวกัน และตนมองว่าการที่ทีมอดีตแชมป์เก่าและเป็นทีมอันดับ 1 อันดับ 2 มาพบกันตนมองว่าเป็นเกมชิงชนะเลิศอย่างหนึ่ง แต่ทุกคนที่ลงไปเล่นพร้อม
ถามต่อว่า คิดอย่างไรที่แมตช์นี้ไม่มี “คิว โด้ เหลิม” ลงเล่น “กัปตันป๊อบ กล่าวว่าการที่ขาดสามคนนี้ไป แน่นอนในเรื่องของประสิทธิภาพอาจจะน้อยลงบ้าง แต่ว่าทุกคนสามารถลงทดแทนกันได้ทุกตำแหน่ง แต่ในเรื่องของศักยภาพอาจจะไม่เท่า 3 คนนี้ เกมรับเราอาจจะมีจุดบอกพร่องบ้างเกมรุกอาจจะปิดเกมยาก ก็หนักใจอยู่บ้าง แต่ก็ต้องพยายามกระตุ้นให้ทุกคนมีความพร้อม และขอให้ลงไปเล่นกันอย่างเต็มที่
ผู้สื่อข่าวถามว่า เห็นว่าจะมีผู้ตัดสินที่เคยตัดสินครั้งเมื่อทีมบุรีรัมย์เอฟซีพบกับทีมหนองคายฯและทีมอุดรฯ มีความเห็นในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง “กัปตันป๊อบ” กล่าวว่าเรื่องดังกล่าวตนยังไม่ทราบ ถ้าเป็นจริงอย่างว่าก็รู้สึกหนักใจ เพราะตนยอมรับในความคิดของตนเองว่า ถ้าแข่งขันในโซนเดียวกันนี้ทั้งในเรื่องของผู้เล่นและทีมต่างๆเราไม่เคยกลัวอยู่แล้ว แต่กังวลในเรื่องของกรรมการ
“ถ้าอยากจะให้บอลไทยมีมาตรฐานเทียบเท่าสากล จะต้องยกมาตรฐานให้ดีกว่านี้ไม่ใช่อะลุ่มอล่วย ถ้าอย่างงั้นบอลก็ไม่สนุก เพราะไปเจอบ้านใครบ้านมันเจอกรรมการก็แย่ และคงจะหนักใจ”กัปตันป๊อบ กล่าว
ถามอีกว่า แล้วอย่างนี้จะมีการแอนตี้กรรมการชุดนี้หรือไม่ “กัปตันป๊อบ” กล่าวว่าคงไม่เพราะต้องเข้าใจว่าเกมฟุตบอลคือเกมตามธรรมดาที่จะต้องพบเจอกับเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว หากพบว่ามันเกินไปคงจะต้องเรียกร้องให้ผู้ใหญ่ของสโมสรและสมาคมฯเป็นผู้เข้ามาจัดการดูแลแก้ไขปัญหาดังกล่าว
////////////////////// |