|
โฆษก ศอฉ. ขอให้ประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม และสื่อมวลชนที่จะต้องเข้าไปข่าวในพื้นที่การชุมนุม จะเป็นเป้าหมายของกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่พยายามจะสร้างสถานการณ์ในพื้นที่บริเวณราชประสงค์ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อันตราย
วันนี้ เวลา 20.00 น. ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) พ.อ. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ในฐานะโฆษก ศอฉ. แถลงว่า เนื่องจากขณะนี้กลุ่มก่อการร้ายที่ชุมนุมอยู่ในพื้นที่บริเวณราชประสงค์มีความพยายามที่จะสร้างสถานการณ์ความรุนแรงขึ้นมาในรูปแบบต่างๆ และมีความพยายามที่จะปล่อยข้อมูลข่าวสารที่เป็นเท็จ ดังนั้น ศอฉ. มีความจำเป็นที่จะต้องชี้แจงทำความเข้าใจต่อประชาชน ดังนี้ 1. มีข้อมูลข่าวสารที่ชัดเจนว่า กลุ่มผู้ก่อการร้ายพยายามที่จะสร้างสถานการณ์ในลักษณะของการจัดคนซุ่มยิง ซึ่งเป้าหมายสำคัญมีหลายกลุ่ม อาทิ เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความรู้สึกหวาดระแวงซึ่งกันและกัน มีพี่น้องประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม และสื่อมวลชนที่จะต้องเข้าไปทำข่าวในพื้นที่ดังกล่าว แม้กระทั่งกลุ่มผู้ชุมนุมที่หลงเชื่อคำชักชวนเข้ามาอยู่ในพื้นที่การชุมนุมที่ราชประสงค์ก็ตาม ก็เป็นเป้าหมายหนึ่งที่กลุ่มก่อการร้ายพยายามจะสร้างสถานการณ์ ศอฉ.จึงขอเรียนว่าพื้นที่บริเวณราชประสงค์เป็นพื้นที่ที่อันตราย หากไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเข้าไปก็ขอให้พยายามหลีกเลี่ยงให้มากที่สุด และถ้ามีความจำเป็นที่จะต้องทำงานหรือพักอาศัยอยู่ในนั้น ด้วยไม่มีที่พักสำรองอื่น ๆ ก็ขอให้ประสานกับเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจในด่านต่าง ๆ เพื่อช่วยตรวจสอบความปลอดภัยก่อนที่จะผ่านเข้าไปในพื้นที่ ในขณะเดียวกันขอให้สื่อมวลชนระมัดระวังในการที่จะเข้าไปทำงานในพื้นที่ ถ้าเป็นไปได้อยากให้พยายามอยู่หลังแนวทหาร เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ จะช่วยดูแลความปลอดภัยให้ได้ในระดับหนึ่ง
สำหรับประชาชนทั่วไปขอให้ใช้ความระมัดระวังเช่นเดียวกัน หมายรวมไปถึงเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในด้านของการกู้ภัยช่วยเหลือผู้ประสบเหตุที่จะต้องนำคนเจ็บออกจากพื้นที่ ขอให้ประสานกับเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ เช่นเดียวกัน ก่อนที่จะเข้าไปในพื้นที่เพื่อดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกให้กับท่าน
2. เรื่องข่าวลือ ในช่วงนี้มีข่าวลือค่อนข้างมาก มีความพยายามในการปล่อยข่าวลือ อาทิ มีความขัดแย้งกันในหมู่ของเจ้าหน้าที่ที่ ศอฉ. มีนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีและผู้บังคับบัญชาในส่วนของกองทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติถูกทำร้าย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้บิดเบือนไปจากข้อเท็จจริง เพื่อให้เกิดความสับสนในข้อมูลข่าวสาร จึงขอเรียนทำความเข้าใจในเรื่องนี้
3.ประเด็นคลิปภาพต่างๆ ไม่ว่าที่ปรากฏในสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่ออินเตอร์เน็ต (เปิดภาพและคลิประหว่างแถลงข่าว)
- คลิปแรก เป็นภาพที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ ดูราวคล้ายกับว่ามีประชาชนเสียชีวิตจำนวนมาก โดยในภาพมี 4 คน แต่หากดูภาพถัดไปจะสังเกตว่า 3 คนนี้ ตะแคงหน้า ผงกหัว น่าจะเป็นการที่ทั้ง 3 คนได้ยินเสียงปืนหรือเสียงระเบิด แล้วก็หมอบ ส่วนอีกท่านเข้าใจว่าน่าจะได้รับบาดเจ็บอาจจะถึงขั้นเสียชีวิต ภาพนี้เกิดขึ้นที่ถนนราชปรารภ แถวโรงแรมเซ็นจูรี่ ถ้าได้รับข้อมูลไม่ครบ ก็จะได้ข้อมูลที่ผิดเพี้ยนไปจากข้อเท็จจริง ดูคล้ายกับว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งหนึ่ง ๆ จำนวนมาก แต่แท้จริงแล้วบริเวณนี้มีผู้เสียชีวิต 1 ท่าน
- คลิปที่ 2 ภาพของกลุ่มก่อการร้ายที่เป็นเสื้อแดง ใช้อาวุธปืน M 79 ยิง ตรงนี้เป็นเครื่องที่ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า กลุ่มก่อการร้ายพยายามที่จะสร้างสถานการณ์ โดยเฉพาะ M 79 ยิงไปตกที่โน่นที่นี่อยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดความสูญเสีย เมื่อวานนี้ (15 พ.ค.) ก็เข้าไปที่โรงพักลุมพินี เป็นเหตุให้ครอบครัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งมีเด็กอยู่ด้วยได้รับอันตราย ตรงนี้ยืนยันได้ว่ามีบุคคลลักษณะนี้อยู่ในการชุมนุม เพราะฉะนั้นตรงนี้แสดงออกได้อย่างชัดเจนว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย เจ้าหน้าที่จึงต้องระมัดระวังบุคคลเหล่านี้ รวมถึงประชาชนทั่วไป สื่อมวลชน และเจ้าหน้าที่บรรเทาภัย
- เป็นเรื่องความพยายามในการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อการร้าย ชายคนหนึ่งมือถือไฟแช็ค พยายามที่จะเดินเข้าไปจุดไฟในถังน้ำมัน ปรากฏว่าถูกยิงที่ขา ไม่สามารถสร้างสถานการณ์ได้สำเร็จ ตรงนี้เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าเจ้าหน้าที่ได้ใช้กระสุนลูกซองยิงลงไปที่พื้น หรือยิงเพื่อบังคับกรวยกระสุนไม่ให้เกินหัวเข่า เพื่อยับยั้งการก่อการร้าย การเข้ากดดันเจ้าหน้าที่ หรือยับยั้งการเข้าทำร้ายทำเจ้าหน้าที่ เรามีวัตถุประสงค์เพียงเท่านั้น ไม่ได้ต้องการที่จะเอาชีวิตของกลุ่มก่อการร้าย
- ส่วนคลิปนี้นับว่าเป็นที่สุดของปัญหาในขณะนี้ที่ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์กัน เป็นภาพที่เจ้าหน้าที่ชุดระวังป้องกันใช้ M16 ติดกล้องเล็ง ตนเคยชี้แจงว่าเราจำเป็นที่จะต้องมีเจ้าหน้าที่ระวังป้องกัน ที่เราเรียกว่าคนแม่นปืนระวังป้องกัน เพื่อที่จะคุ้มครองการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ต่ำ หรือตามถนนหนทางโดยทั่วไป เจ้าหน้าที่เหล่านี้จะมีหน้าที่ในการตรวจสอบว่ามีบุคคลผู้ใดถืออาวุธหรือจะเข้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ และจะใช้การยิงคุ้มครอง โดยใช้ปืนทราโว่และปืน M16 โดยในภาพนี้เป็นการใช้ปืน M 16 สังเกตได้จากตรงปลายปากกระบอกปืนมีศูนย์หน้าเป็นรูปสามเหลี่ยมที่เป็นสัญลักษณ์โดยชัดเจนของปืน M 16 และมีการติดกล้องเล็ง และมีเจ้าหน้าที่อีก 1 คน ทำหน้าที่ในการตรวจสอบพื้นที่มุมกว้างให้ แต่ในพื้นที่รายละเอียดของเป้าหมาย เจ้าหน้าที่ผู้ที่เป็นเจ้าหน้าที่ระวังป้องกันผู้นี้จะดูผ่านกล้องเล็ง ในภาพบ่งบอกได้ชัดเจนว่าเขาตรวจพบเป้าหมาย คนถือระเบิดกำลังจะเข้ามาทำร้ายเจ้าหน้าที่ แล้วมีการยิงออกไป และบอกว่าล้มแล้ว รู้แล้ว ตรงนี้เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าไม่ได้ยิงตามอำเภอใจ แต่ยิงเมื่อเห็นเป้าหมายแล้วเท่านั้นและมีผู้ควบคุมกำกับ มีการแต่งกายที่บอกชัดเจนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร
โฆษก ศอฉ. กล่าวอีกว่า มีความพยายามชี้ให้เห็นว่าไหนเจ้าหน้าที่บอกว่าไม่มีปืน M 79 แล้วทำไมมีภาพนี้เกิดขึ้น ดูผิวเผินเหมือนกับเจ้าหน้าที่ทหารยิงปืน M 79 แต่ภาพที่ปรากฏคือเครื่องยิงแก๊สน้ำตา ซึ่งเคยชี้แจงไปแล้วว่าในช่วงแรกไม่ได้ใช้ แต่เมื่อใช้แก๊สน้ำตาไปแล้ว ปรากฏว่ากลุ่มผู้ ชุมนุมหยิบแก๊สน้ำตาแล้วโยนกลับมาฝั่งเจ้าหน้าที่ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องใช้แก๊สน้ำตาแบบ เครื่อง ยิง แต่ว่าการยิงแก๊สน้ำตาแบบเครื่องยิงนั้น เราไม่ได้ยิงเล็งตรงไปยังกลุ่มผู้ชุมนุม แต่ยิงในลักษณะของการไปตกด้านหลัง ตรงกลาง และด้านหน้าในระยะประมาณ 100 เมตร และไม่สามารถใช้ ยิงปืน M 79 ได้ ดังนั้น ที่มีความพยายามจะชี้ให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ทหารเอาปืน M 79 มาใช้ ทั้งที่เคยบอกอยู่เสมอว่าเรามีเฉพาะปืนทราโว่ ปืน M 16 ที่เป็นอาวุธสงครามเท่านั้น นอกเหนือจากนั้นลูกระเบิดขว้าง M 79 อาร์พีจี เราไม่เคยนำมาใช้กับประชาชน ก็ยืนยันได้ว่าสิ่งที่ ศอฉ.ชี้แจงไปเป็นข้อเท็จจริงทุกประการ
โฆษก ศอฉ. กล่าวว่า สิ่งที่อยากวิงวอนผ่านสื่อมวลชนคือเราเข้าใจดีว่าสื่อพยายามที่จะนำเสนอข้อมูลหลากหลาย แต่ขณะนี้บ้านเมืองเราค่อนข้างจะมีปัญหาในเรื่องการบริโภคข้อมูลข่าวสาร เพราะฉะนั้นภาพใดก็แล้วแต่ที่มีความสมบูรณ์ในตัวเอง สามารถที่จะอธิบายความได้ครบ ก็ขอความกรุณาท่านได้นำเสนอให้ครบถ้วน เพื่อให้ประชาชนได้บริโภคข้อมูลข่าวสารแล้วเกิดความเข้าใจ ว่าเจ้าหน้าที่มีความตั้งใจจริงที่จะยุติการชุมนุม โดยหลีกเลี่ยงความรุนแรงทุกรูปแบบ
*************************************
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก ชมพูนุท / รายงาน
|