หน้าหลัก | จังหวัดบุรีรัมย์ | ข่าวประชาสัมพันธ์ | แหล่งท่องเที่ยว | ประเพณีภูมิปัญญา | แนะนำภาพ | แนะนำร้านค้า | ลงนามถวายพระพร | ลงนามถวายพระพร | เว็บบอร์ด | ติดต่อโฆษณา
User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

เกาะติดประเด็นร้อน

ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » ของฝากชาวบุรีรัมย์ » ชวนชิม

 

ส้มตำ

 

“ส้มตำ” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง ของกินชนิดหนึ่ง เอาผลไม้มีมะละกอเป็นต้น มาตำผสมกับเครื่องปรุงมีรสเปรี้ยว บางท้องถิ่นเรียก “ตำส้ม”

     “ส้มตำ” เป็นอาหารยอดนิยมของคนไทย(อาจจะรวบถึงชาวต่าศอีกมากมาย ที่รู้จักประเทศไทยจากส้มตำ)ในทุกๆภาคในปัจุบันโดยเฉพาะคนอีสานพบได้ทุกสถานที่ โดยเฉพาะตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เช่น ทะเล ภูเขา น้ำตก ฯลฯ จะพบอาหารนี้ได้ทุกซอก ทุกมุม ซึ่งหารับประทานได้ง่ายตามสถานที่ทั่วไป แม้แต่ตามซอกซอย ตามภัตตาคารหรือตามห้างต่างๆ เรียกว่า ส้มตำเป็นอาหารจานโปรดของทุกคนเลยก็ได้ ทำเอาพ่อค้าแม่ขายอาชีพนี้รวยไปตามๆ กัน ส้มตำมีหลายประเภท ได้แก่ ส้มตำไทย, ส้มตำไทยใส่ปู, ส้มตำปูใส่ปลาร้า, ส้มตำลาวใส่มะกอก ส้มตำมักรับประทานกับข้าวเหนียว และแกล้มกับผักชนิดต่างๆ และที่ขาดไม่ค่อยได้เลยคือไก่ย่าง  ซึ่งจะพบว่าร้านส้มตำเกือบทุกร้านจะต้องขายไก่ย่างควบคู่กันไปด้วย

     “ส้มตำ” เป็นภาษากลางที่ใช้เรียกกันทั่วไป ชาวอีสานเรียก ตำบักหุ่ง หรือตำส้ม ส้มตำของชาวอีสานมีความหลากหลายมาก พืชผัก ผลไม้ ชนิดต่างๆ ก็สามารถนำมาตำรับประทานได้ทั้งสิ้น เช่น ตำมะละกอ ตำถั่วฝักยาว ตำกล้วยดิบ ตำหัวปลี ตำมะยม ตำลูกยอ ตำแตง ตำสับปะรด ตำมะขาม ตำมะม่วง เป็นต้น ซึ่งจะมีรสชาติที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเภท  แต่โดยรวมๆแล้วจะเน้นที่ความมีรสจัดจ้านถึงใจและเน้นที่ความเปรี้ยวนำ

     ล้มตำลาว ของชาวอีสานบางครั้งจะใส่ผลมะกอกพื้นบ้าน(เฉพาะฤดูที่มีผลมะกอกพื้นบ้าน) เข้าไปด้วยเพื่อเพิ่มรสชาติ โดยฝานเป็นชิ้นรวมกับส้มตำมะละกอ ช่วยให้รสชาติอร่อยขึ้น ส้มตำลาวเป็นเมนูอาหารหลักของชาวอีสานรองจากข้าวเหนียว  สามารถรับประทานกันได้ทุกวันและทุกมื้อ วัฒนธรรมการกินอาหารอย่างหนึ่งของชาวอีสาน คือ หากมื้อใดมีการทำส้มตำรับประทานก็มักจะเรียกเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงมาร่วมสังสรรค์ รับประทานส้มตำด้วย บางคนถึงกับบอกว่า ทานคนเดียวไม่อร่อย ต้องทานหลายๆ คน หรือแย่งกันทาน เรียกว่าส้มตำรวยเพื่อนก็ไม่ผิดนัก  และตามงานบุญต่างๆของชาวอีสานจะขาดส้มตำไม่ได้เลย  ถ้าขาดส้มตำอาจจะทำให้งานนั้นกร่อยเลยทีเดียว

     บางคนครั้งส้มตำลาวจะอร่อยหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับปลาร้าเป็นสำคัญ ถ้าหากปลาร้าอร่อยมีรสชาติดี ก็จะทำให้ส้มตำลาวครกนั้นมีรสชาติอร่อยไปด้วย ปลาร้าที่ใส่ส้มตำสามารถใส่ได้ทั้งน้ำและตัวปลาร้า หรือบางคนก็ใส่แต่น้ำปลาร้า ใส่เพื่อพอให้มีกลิ่นแล้วแต่คนชอบแต่ต้องทำให้สุกเสียก่อน ชาวอีสานส่วนใหญ่ยังมีความคิดว่ากินปลาร้าดิบแซ่บกว่าปลาร้าสุก  ดังนั้นชาวบ้านตามชนบทมักจะใช้ปลาร้าดิบเป็นส่วนประกอบในส้มตำ ด้วยความคิดเช่นนี้จึงทำให้กลายคนดินปลาร้าแล้วได้พยาธิ(ส่วนใหญ่จะเป็นพยาธิใบไม้ในตับ) ิแถมเข้ามาอยู่ในตัวด้วย ถึงแม้ว่าการใช้เกลือประมาณร้อยละ 30 ของน้ำหมักปลาในการหมัก ก็เป็นเพียงการช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคที่ทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษได้เท่านั้น แต่ยังไม่มีคำยืนยันจากนักวิชาการว่าเกลือสามารถฆ่าพยาธิได้  ดังนั้นควรใช้ปลาร้าที่ต้มสุกแล้วจะปลอดภัยกว่า

     นอกจากนี้จากผลการวิจัยขอคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ยังพบว่าในปลาร้าดิบมีสารที่ยับยั้งการทำงานของวิตามินบีหนึ่ง ซึ่งการที่จะทำให้สารชนิดนี้หมดไปได้มีวิธีเดียวเท่านั้น คือ การทำให้สุกโดยใช้ความร้อน

เครื่องปรุง

มะละกอสับตามยาว

1 ถ้วย (100 กรัม)

มะเขือเทศสีดา

3 ลูก (30 กรัม)

มะกอกสุก

1 ลูก (5 กรัม)

พริกชี้หนูสด

10 เม็ด (15 กรัม)

กระเทียม

10 กลีบ (30 กรัม)

น้ำมะนาว

1-2 ช้อนโต๊ะ (30 กรัม)

น้ำปลา

½ ช้อนโต๊ะ (8 กรัม)

น้ำปลาร้าต้มสุก

1 ช้อนโต๊ะ (15 กรัม)

ผักสด ถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี ยอดปักบุ้ง ยอดและฝักกระถิน ยอดมะยม  ไก่ย่าง  แคบหมู

 วิธีทำ

     1. โขลกกระเทียม พริกขี้หนู พอแตก
     2. ใส่มะละกอ มะเขือเทศผ่าซีก ฝานมะกอกเป็นชิ้นบางใส่ลงโขลกเข้าด้วยกัน
     3. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำปลาร้า น้ำมะนาว โขลกเบาๆ พอเข้ากันชิมตามชอบ รับประทานกับผักสด

 สรรพคุณทางยา

     1. มะละกอ ผลดิบ ต้มกินเป็นบาบำรุงน้ำนม ขับพยาธิ แก้บิด แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้ริดสีดวงทวาร ช่วยย่อยอาหาร ขับน้ำดี น้ำเหลือง
     2. มะเขือเทศ รสเปรี้ยว เป็นผักที่ใช้แต่งสีและกลิ่นอาหาร ช่วยระบาย บำรุงผิว
     3. มะกอก รสเปรี้ยว ฝาด หวาน แก้โรคธาตุพิการเพราะน้ำดีไม่ปกติ แก้บิด แก้โรคเลือดออกตามไรฟัน ผลสุกทำให้ชุ่มคอ แก้กระหายน้ำ
     4. พริกขี้หนู รสเผ็ดร้อน ช่วยเจริญอาหาร ขับลม ช่วยย่อย
     5. กระเทียม รสเผ็ดร้อน ขับลมในลำไส้ แก้ไอ ขับเสมหะ ช่วยย่อยอาหาร แก้โรคผิวหนัง น้ำมันกระเทียมมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อรา แบคทีเรียและไวรัส ลดน้ำตาลในเลือด ลดไขมันในหลอดเลือด
     6. มะนาว เปลือกผลรสขม ช่วยขับลมน้ำในลูกรสเปรี้ยว แก้เสมหะ แก้ไอ แก้เลือดออกตามไรฟัน ฟอกโลหิต
     7. ผักแกล้มต่างๆ ได้แก่
          - ถั่วฝักยาว รสมันหวาน ช่วยกระตุ้นการทำงานของกะเพาะลำไส้ บำรุงธาตุดิน
          - กะหล่ำปลี รสจืดเย็น กระตุ้นการทำงานของกระเพาะลำไส้ บำรุงธาตุไฟ
          - ผักบุ้ง รสจืดเย็น ต้มกินใช้เป็นยาระบาย ทำให้อาเจียน เนื่องจากพิษของฝิ่นและสารหนู
          - กระถิน รสมัน แก้ท้องร่วง สมานแผล ห้ามเลือด ถ่ายพยาธิ
          - มะยม ใบต้มกิน เป็นยาแก้ไอ ช่วยดับพิษไข้ บำรุงประสาท ขับเสมหะ บำรุงอาหาร แก้พิษอีสุกอีใส โรคหัดเลือด

รสและสรรพคุณ
     1. มะละกอดิบ (ผลยาว) มีรสหวาน ปลูกได้ทั่วไปในทุกภาค ออกผลตลอดปี ในทางยา 
          - ต้นมะละกอ สรรพคุณ แก้มุตกิต ขับระดูขาว
          - ดอกมะละกอ สรรพคุณ ขับประจำเดือน ลดไข้
          - ราก รสขมเอียน สรรพคุณ ขับปัสสาวะ
          - เม็ดอ่อน สรรพคุณแก้กลากเกลื้อน
          - ยางมะละกอ สรรพคุณช่วยกัดแผลรักษาตาปลาและหูด ฆ่าพยาธิหลายชนอด ในการทำอาหาร ยอดอ่อนนำมาดองและรับประทานเป็นผักได้ ส่วนผลดิบปรุงเป็นอาหารหลายชนิด ผลมะละกอดิบหั่นเป็นชิ้น นึ่งหรือต้มให้สุกและรับประทานเป็นผักจิ้มกับน้ำพริกหรืออาจปรุงเป็นผัดมะละกอ โดยนำผลห่ามหั่นฝอยเป็นชิ้นยาวๆ ผัดกับไข่และหมูได้ นอกจากนี้เนื้อมะละกอยังนำมาปรุงเป็นแกงส้ม แกงอ่อมได้
     2. มะกอก เมื่อรับประทานทีแรกมีรสเปรี้ยวอมฝาด แต่เมื่อถึงคอแล้วหวานชุ่มคอ อุดมด้วยวิตามินซีใช้เป็นยาฝาดสมาน และแก้โรคลักปิดลักเปิด เปลือกมีกลิ่นหอม ฝาดสมานและเป็นยาเย็นใช้แก้อาการท้องเสีย และโรคที่เกี่ยวกับลำไส้ ระงับอาเจียน ยอดอ่อน ใบอ่อนและผลสุกใช้รับประทานเป็นผัก ยอดอ่อนและใบอ่อนออกมากในฤดูฝนและออกเรื่อยๆ ตลอดปี ส่วนผลเริ่มออกในฤดูหนาว ผลสุกรสเปรี้ยว เย็น ฝาด ทำให้ชุ่มคอ แก้กระหายน้ำ แก้เลือดออกตามไรฟัน
     ในด้านการนำมาทำอาหาร คนไทยทุกภาครู้จักและรับประทานยอดมะกอกเป็นผักสด ในภาคกลางรับประทานยอดอ่อน ใบอ่อน ร่วมกับน้ำพริกปลาร้า เต้าเจี้ยวหลน ชาวอีสารรับประทานร่วมกับลาบก้อย แจ่วป่น และฝานผลเป็นชิ้นรวมกับส้มตำมะละกอหรือพล่ากุ้งช่วยให้รสชาติอร่อยขึ้น

 รสชาติอาหาร

     ส้มตำ 1ครก จะมีหลายรสชาติ เช่น เปรี้ยว มัน เค็ม หวาน (น้ำตาลแล้วแต่คนชอบ) ขม เปลือกมะนาวหรือผลมะกอก) อุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุที่ให้คุณค่าแก่ร่างกายสูง โดยเฉพาะเมื่อนำมาแกล้มกินกับผัก คนอีสานนิยมรับประทานกับเส้นขนมจีน ว่ากันว่ารับประทานเข้ากันดีนัก สำหรับคนภาคกลางมักจะรับประทานร่วมกับอาหารอื่นๆ เช่น ส้มตำ-ไก่ย่าง, ลาบ, น้ำตก, ข้าวเหนียว เรียกว่าเป็นเมนูชุดใหญ่ โดยมีส้มตำเป็นอาหารหลักเลยทีเดียว ซึ่งก็จะช่วยให้เราได้สารอาหารประเภทโปรตีนจากเนื้อสัตว์เพิ่มไปด้วย นอกเหนือจากการกินแต่ผักอย่างเดียว

   คุณค่าทางโภชนาการ

     ส้มตำลาวใส่มะละกอ 1 ชุด ให้พลังงานต่อร่างกาย 205 กิโลแคลอรี ประกอบด้วย
          - น้ำ 417.77 กรัม 
          - โปรตีน 17 กรัม 
          - ไขมัน 2.856 กรัม 
          - คาร์โบไฮเดรต 29 กรัม 
          - กาก 5.75 กรัม 
          - ใยอาหาร 2.67 กรัม 
          - แคลเซียม 163.4 มิลลิกรัม 
          - ฟอสฟอรัส 190.36 มิลลิกรัม 
          - เหล็ก 24.27 มิลลิกรัม 
          - เบต้าแคโรทีน 473.9 ไมโครกรัม 
          - วิตามินเอ 12243 IU 
          - วิตามินบีหนึ่ง 0.552 มิลลิกรัม 
          - วิตามินบีสอง 0.5 มิลลิกรัม 
          - ไนอาซิน 5.545 มิลลิกรัม 
          - วิตามินซี 162 มิลลิกรัม

http://student.nu.ac.th/isannu/food/foodsomtam.htm

 

 

บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้ อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆที่ทีมงานคิดว่ามีประโยชน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดความบันเทิง และให้ความรู้ โดยเราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ E-mail crm_buriramguideแอดhotmail.co.th ทีมงานจะนำบทความนั้นๆออกทันทีี

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอข้อมูลกับบุรีรัมย์ไกด์ดอทคอมและบุรีรัมย์ไทม์ด้วยวิธีง่ายๆ
เพียงส่งรูปภาพหรือข้อมูลข่าวสารกิจกรรมที่ท่านมีเกี่ยวกับบทความเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ มาให้เราที่ buriramguideแอดhotmail.co.th ทางทีมงานจะนำรูปภาพและบทความของท่านมาปรับปรุงข้อมูลและลงชื่อท่านเพื่อเป็นเกียรติค่ะ
เขียนเมื่อ : 04 ก.ค. 2553,20:40   เข้าชม : 12838 ครั้ง

ของฝากชาวบุรีรัมย์ » ชวนชิมอื่นๆที่น่าสนใจ
แกงเห็ด เพื่อสุขภาพ
มีเห็ดฟาง เห็ดขอน เห็ดหูหนู เห็ดนางฟ้า ซื้อมาอย่างละนิด แล้วก็มีบวบหอม ผักติ้วกับใบแมงลัก
“ส้มตำ”
“ส้มตำ” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง ของกินชนิดหนึ่ง เอาผลไม้มีมะละกอเป็นต้น มาตำผสมกับเครื่องปรุงมีรสเปรี้ยว บางท้องถิ่นเรียก “ตำส้ม”
แกงอ่อมไก่ใส่ไข่อ่อน
ผักเหลือเยอะแยะเลยต้องหาเมนูกำจัดค่ะ ก่อนจะเน่าเสีย (เสียดาย อิอิอิ) ชอบแกงอ่อมใช้ผักเยอะดี ไม่มีไขมัน ไม่อ้วน ฮ่าๆๆๆ ใส่ผักไปเยอะแยะ พอยุบเหลืออยู่นิดเดียวเอง
ไก่ใต้น้ำ (สูตรภาคอิสาน บ้านเพื่อนพิม)
\\\"ไก่ใต้น้ำ\\\" อาหารชื่อแปลก แต่อร่อยจานนี้ เป็นอาหารพื้นบ้านทางภาคอิสานค่ะ เพื่อนพิมที่เป็นคนอิสาน เค้าแนะนำพิมมา บอกว่าให้ลองทำกินดู รับรองแซ่บบบ..บ.บ.บ.
ก้อยกะปอม
ขั่นแรกกะจัดการลอกหนังกะปอมออก เอาเครื่องในถิ่ม นำมาย่างไปอ่อนๆให้กะปอมสุกเหลือง
กุ้งเจี๋ยนน้ำมันหอย
1. ล้างกุ้งให้สะอาด แกะเปลือกเหลือหางไว้ ผ่าหลังดึงเส้นดำออก พักไว้ 2. ทอดเส้นหมี่ในน้ำมันร้อนให้กรอบพอง ตักขึ้นใส่จานเสิร์ฟ 3. ทอดกุ้งในน้ำมันร้อนให้พอสุกเล็กน้อย ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน วางกุ้งเรียงบนเส้นหมี่
อาหารเด็ก: ข้าวผัดสเต็กปลา (2 ขวบ)
ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันลงไปเล็กน้อย พอร้อนใส่บร็อคโคลีลงผัด เติมน้ำได้เล็กน้อย ไม่ให้ผักไหม้ พอสุกใส่เห็ดลงผัด ตามด้วยข้าว ปรุงรสด้วยน้ำตาล ซีอิ๊วขาว พริกไทยและซอสปรุงรส ถ้าอยากให้สีเข้มเหยาะซีอิ๊วดำลงไปเล็กน้อยด้วย ผัดให้เข้ากัน ตักขึ้น พักไว้
อ่อมขี้เหล็ก
ใบขี้เหล็กอ่อนล้างน้าให้สะอาด นำเอาใบอ่อนและยอดหรือดอกไปต้มให้หายขมประมาณสองครั้งแล้วบีบน้ำออก
ร้านปุ้มปุ้ย ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง ฯลฯ
คอลัมภ์ร้านในดวงใจวันนี้ จะนำทุกท่านไปรับประทานข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง และเมนูอื่นๆ อีกหลายรายการ
สมาคมตลาดสดไทยแนะ อย.ตามต้นตอ โรงงานลูกชิ้นไม่ติดฉลาก
เมื่อวันที่ 8 ก.ค. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงปัญหาลูกชิ้นที่ไม่มีฉลากและวางขายทั่วไปในตลาดสดว่า
แซบอีลี่ ร้านอาหารอีสานโมเดิร์น
วันนี้เดินเตร็ดเตร่ตระเวนหาของกินแถวทองหล่อ 10 แหม...ไม่รู้ว่าหลงเข้ามาได้ยังไง ก็ย่านนี้เขาไฮโซซะเหลือเกิน จะเดินเข้าไปหาของกินแต่ละร้านก็เกรงใจสะตุ้งสตางค์ในกระเป๋าตัวเองจริง ๆ ไม่เป็นไรไหน ๆ ก็มาแล้ว คงจะมีสักร้านที่เป็นของเรา
ส้มตำ
“ส้มตำ” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง ของกินชนิดหนึ่ง เอาผลไม้มีมะละกอเป็นต้น มาตำผสมกับเครื่องปรุงมีรสเปรี้ยว บางท้องถิ่นเรียก “ตำส้ม”
ข้าวหมกสมุนไพร
1. นำกระทะตั้งไฟใส่เนยจืดให้ร้อน ใส่กระเทียมสับผัดพอหอม 2. ใส่ปีกไก่ผัดให้หนังข้างนอกตึงตัว แล้วใส่หอมหัวใหญ่หั่นเต๋าเล็ก ถั่วลันเตาแช่แข็ง แครอท หั่นเต๋า เมล็ดข้าวโพดหวาน ลงไปผัดให้ผักสลด 3. เติมข้าวสารดำพันธุ์สุโขทัยลงไปผัดให้เข้ากัน พอเป็นตากบ
หลนปูเค็ม
การทำหลนไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด เริ่มจากการนำปูที่ดองเค็มมาล้างให้สะอาด เพื่อชำระความเค็มบางส่วน ออกจากตัวปูไม่ให้เค็มเกินไป จากนั้นนำปูมาหั่นแล้วลวกพอสะดุ้ง
ก้อยไข่มดแดง(อาหารชั้นสูงของคนอีสาน)
ก้อยไข่มดแดง(อาหารชั้นสูงของคนอีสาน)
แกงหน่อไม้
หน่อไม้เป็นต้นอ่อนของไผ่ ไม้ไผ่เป็นทรัพยากรป่าไม้ที่มีค่ายิ่งต่อชีวิตและความเป็นอยู่ประจำวันของคนไทย โดยเฉพาะชาวชนบทจะมีความสัมพันธ์กับไม้ไผ่อย่างแน่นแฟ้น ทุกส่วนของไม้ไผ่นับตั้งแต่รากถึงยอดจะใช้ประโยชน์ได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม เริ่มตั้งแต่รากฝอยของไม้ไผ่ช
แจ่วบอง
แจ่วหรือ น้ำพริก เป็นอาหารที่ชาวอีสานนิยมรับประทานกัน เพราะทำได้ง่ายมีเครื่องปรุงไม่มากนัก แค่มีพริกและปลาร้าในครัวก็สามารถทำแจ่วได้แล้ว ด้วยความที่ทำได้ง่ายจึงจะพบว่าอาหารของชาวอีสานเกือบทุกมื้อจะต้องมีแจ่วเป็น
หมูกะทิ
เมื่อวานพิมตัดใบตองเอามาไว้กะจะทำขนมกล้วย แต่ก็ไม่ได้ทำ เพราะว่ากล้วยไม่งอมพอ มาวันนี้ก็เลยไปเมียง ๆ มอง ๆ ดูในตู้เย็น ว่าพอจะทำอาหารอะไรได้บ้างที่มันได้ใช้ใบตอง (จะได้ไม่ทิ้งเสีย) ก็เลยสรุปมาเป็นเมนูนี้นแหละค่ะ "หมูกะทิ (ห่อใบตอง)"
อีสานแชมป์มะเร็งตับ หมอเตือนเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน
เผยสถิติผู้ป่วยมะเร็ง คนอีสานแชมป์มะเร็งตับ-ท่อน้ำดี เหตุชอบกินอาหารสุกๆ ดิบๆ จำพวกปลาร้า ปลาดิบ ซึ่งจะมีพยาธิใบไม้ตับ ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคมะเร็งตับและ ถุงน้ำดี เตือนเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร...
ผักรวมจานร้อน
หมักเนื้อกับเกลือ กระเทียม ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย แป้งสาลี และพริกไทยป่น ประมาณ 1/2 ชั่วโมง ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน พอร้อนจัด ใส่แครอท กะหล่ำปลี เห็ดฟาง หอมใหญ่ ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว คนให้เข้ากัน ใส่ถั่วงอก ผัดให้เข้ากัน แล้วยกลงทันที ตักใส่จาน ผัดเ
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : ส้มตำ
 

Satiti.com ฟรีสถิติ โค้ดสถิติ สถิติเว็บไซต์ ตัวอย่างสถิติ เว็บสถิติ จัดอันดับเว็บไซต์ ฟรีบริการเก็บสถิติเว็บไซต์
สำนักงานบุรีรัมย์ไกด์ 67 หมู่ที่ 9 ตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ 31000
Graphic designed By :: buriramguide © 2008 สงวนลิขสิทธิ์ | E-Mail crm_buriramguideแอดhotmail.co.th