หน้าหลัก | จังหวัดบุรีรัมย์ | ข่าวประชาสัมพันธ์ | แหล่งท่องเที่ยว | ประเพณีภูมิปัญญา | แนะนำภาพ | แนะนำร้านค้า | ลงนามถวายพระพร | ลงนามถวายพระพร | เว็บบอร์ด | ติดต่อโฆษณา
User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

เกาะติดประเด็นร้อน

ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » มุมสงบ » พระพุทธรูปปางต่างๆ

 

พระอิริยาบถ

 

 
 
ลักษณะไทย โดยธนาคารกรุงเทพ
รูปที่ ๒.๑.
พระอิริยาบถประทับขัดสมาธิราบ
 
ลักษณะไทย โดยธนาคารกรุงเทพ
รูปที่ ๒.๒.
พระอิริยาบถประทับขัดสมาธิเพชร
 
ลักษณะไทย โดยธนาคารกรุงเทพ
รูปที่ ๒.๓
พระอิริยาบถประทับห้อยพระบาท
๒. พระอิริยาบถ
พระอิริยาบถของพระพุทธปฏิมาที่สร้างขึ้นในประเทศไทยก่อนที่จะรับเอานิกายเถรวาท คณะมหาวิหาร มาจากลังกานั้น สร้างขึ้นตามแบบพระพุทธปฏิมาของอินเดีย ซึ่งมี ๓ พระอิริยาบถหลัก คือ ประทับ (นั่ง) ยืน และไสยาสน์ (นอน) และเมื่อรับนิกายเถรวาท คณะมหาวิหารแล้ว จึงเพิ่มพระอิริยาบถลีลา (เดิน) ขึ้น รวมทั้งสิ้นเป็น ๔ พระอิริยาบถ
เฉพาะพระอิริยาบถประทับนั้น มี ๓ แบบหลัก ได้แก่ ประทับขัดสมาธิราบ ประทับขัดสมาธิเพชร และ ประทับห้อยพระบาท
- ประทับขัดสมาธิราบ (วีราสนะ) ได้แก่ประทับบนพื้นไขว้
          พระชงฆ์ขวาซ้อนเหนือพระชงฆ์ซ้าย (รูปที่ ๒.๑)เป็นพระ
          อิริยาบถของพระพุทธปฏิมาอินเดียภาคใต้ ที่สร้างขึ้นในรัฐ
          อานธรประเทศ และพระพุทธปฏิมาลังกา
- ประทับขัดสมาธิเพชร (วัชราสนะ) ได้แก่ ประทับบนพื้น
          ไขว้พระชงฆ์หงายฝ่าพระบาทขึ้นทั้งสองข้าง (รูปที่ ๒.๒)
          เป็นพระอิริยาบถของพระพุทธปฏิมาที่สร้างขึ้นทาง
          ภาคเหนือของประเทศอินเดีย
- ประทับห้อยพระบาท (ภัทราสนะ) ได้แก่ประทับบนบัลลังก์
          ห้อยพระบาท (รูปที่ ๒.๓)เป็นพระอิริยาบถของพระพุทธ-
          ปฏิมาในรัฐอานธรประเทศ (ดูรูปที่ ๔.๔ ก.,ข.) และใน
          ถ้ำอชัญฏารัฐ มหาราษฎร์ ประเทศอินเดีย
 
 
 
 
 
 
 
 
พระอิริยาบทยืนมี ๒ แบบ ได้แก่ ยืนตรง และยืนเอียงพระวรกาย ยืนตรง (สมภังค์) คือ การยืนที่พระบาททั้งสองข้างรับน้ำหนักของพระวรกายเท่ากัน (รูปที่ ๒.๔) และการยืนเอียงพระวรกาย (ตริภังค์) คือ การยืนที่พระบาททั้งสองข้างรับน้ำหนักของพระวรกายไม่เท่ากัน โดยทิ้งน้ำหนักลงที่ พระบาทข้างใดข้างหนึ่ง ซึ่งจะทำให้พระเศียร พระอังสา (ไหล่) และพระโสณี (สะโพก) เอียงทำมุมซึ่ง กันและกันเพื่อให้เกิดความสมดุล (รูปที่ ๒.๕)
ลักษณะไทย โดยธนาคารกรุงเทพ
ลักษณะไทย โดยธนาคารกรุงเทพ
รูปที่ ๒.๔ พระอิริยาบถยืน

 

รูปที่ ๒.๖
พระอิริยาบถลีลา
 
รูปที่ ๒.๘ ก.
ปางประทานอภัย คันธารราษฎร์
 
 
รูปที่ ๒.๗ พระอิริยาบถไสยาสน์
 
 
พระอิริยาบถลีลา หรือทรงพระดำเนิน (เดิน) คือ ฝ่าพระบาทข้างหนึ่งเหยียบราบลงบนพื้น อีกข้างหนึ่งยกส้นพระบาทขึ้น นิ้วพระบาทจรดพื้น (รูปที่ ๒.๖)
พระอิริยาบถไสยาสน์ คือ บรรทมตะแคงขวา พระหัตถ์ขวารองรับพระเศียร พระหัตถ์ซ้ายวางทอดตามพระปรัศว์ (สีข้าง) ด้านซ้าย (รูปที่ ๒.๗)
๓. ปาง และที่มาของปาง
พระอิริยาบถทั้ง ๔ ที่กล่าวถึงข้างต้นนี้ มีพระกิริยาของพระกรและพระหัตถ์เป็นองค์ประกอบ ซึ่ง เรียกว่า ปาง หรือ มุทรา ปางแรกที่ปรากฏขึ้นพร้อมกับพระพุทธรูปในประเทศอินเดียได้แก่ ปางประทานอภัย ในสมัยราชวงศ์ปารเทียน ในรัฐคันธารราษฎร์ ประเทศอัฟกานิสถานและปากีสถานในปัจจุบัน ประมาณกลางพุทธศตวรรษที่ ๖ (ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 1) ต่อมาในช่วงที่ราชวงศ์กุษาณ ปกครองรัฐ คันธารราษฎร์ และรัฐมถุราทางภาคเหนือของอินเดีย ประมาณกลางพุทธศตวรรษที่ ๗ – กลาง ๘ (ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 1 – ปลาย 2) จึงสร้างปางสมาธิ ปางมารวิชัย ปางปฐมเทศนา และปางปรินิพพาน ในช่วงเวลาเดียวกันราชวงศ์สาตวาหน ปกครองรัฐอานธรประเทศทางภาคใต้ นิยมสร้างพระพุทธปฏิมา ปางสมาธิ นาคปรก ในช่วงสมัยราชวงศ์คุปตะปกครองภาคกลางช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ ๙ – ปลาย ๑๑ (ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 4 – กลาง 6) จึงเพิ่มปางประทานพร ปางแสดงธรรม และปางอุ้มบาตร ส่วนลังกาประดิษฐ์ปางรำพึงขึ้นสมัยโปโลนนารุวะ ในช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๖ – ปลาย ๑๘ (ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 11 – กลาง 13)
ปางประทานอภัย (อภัยมุทรา)
คำว่า อภัย หมายถึงการไม่มีภัยอันตรายใดๆ ปางประทานอภัย ได้แก่ ยกพระกรขวา พระหัตถ์ขวาหงายออกและตั้งขึ้น เป็นพระกิริยาของพระหัตถ์ที่มีความเก่าแก่ที่สุด มีความหมายว่าเมื่อ มีพระองค์เป็นสรณะแล้ว ภยันตรายใด ๆ จะไม่เกิดขึ้นกับผู้ที่เคารพบูชาพระพุทธปฏิมา มีทั้งที่อยู่ในลักษณะของพระอิริยาบถลีลา และยืน (รูปที่ ๒.๘ ก.) ซึ่งเป็นปางของพระพุทธปฏิมาแก่นจันทน์จำลอง (ดูรูปที่ ๑.๓ – ๑.๖) แบบประทับขัดสมาธิเพชรที่สร้างขึ้นที่รัฐคันธารราษฎร์ และมถุรา (Huntington 1985, 120, 123) และแบบประทับขัดสมาธิราบที่รัฐอานธรประเทศ (เรื่องเดียวกัน, 181) ในช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ ๖ – กลาง ๗ (คริสต์ศตวรรษที่ 1) และปรากฏขึ้นในมณฑลเสฉวน ประเทศจีนใน ศตวรรษต่อมา (Brinker 2002, 28)

 

๔. ปางซึ่งเป็นที่นิยมในประเทศไทย

๔.๑ พระพุทธปฏิมาประจำวัน

การบูชาพระพุทธปฏิมาประจำวันเป็นการผสมผสานพุทธศาสนาเข้ากับโหราศาสตร์ตามคัมภีร์ มหาทักษา ซึ่งเชื่อว่าจำนวนของกำลังพระเคราะห์ของดาวพระเคราะห์ทั้ง ๘ หรืออัฐเคราะห์ เป็นจำนวน ปีที่พระเคราะห์นั้นๆ จะเข้ามาครองหรือเสวยอายุ ซึ่งก็คือช่วงเวลาที่พระเคราะห์นั้นจะมีอิทธิพลต่อชีวิต นั่นเอง ซึ่งจะไล่เรียงลำดับเวียนขวาหรือหมุนตามเข็มนาฬิกาตามผังทักษา โดยเริ่มนับไล่ตั้งแต่วันเกิด ของเจ้าชะตาไปตามลำดับอายุที่เพิ่มขึ้น อันได้แก่

พระอาทิตย์ (๑) เสวยอายุ ปี
พระจันทร์ (๒) เสวยอายุ ๑๕ ปี
พระอังคาร (๓) เสวยอายุ ปี
พระพุธ (๔) เสวยอายุ ๑๗ ปี
พระเสาร์ (๗) เสวยอายุ ๑๐ ปี
พระพฤหัสบดี (๕) เสวยอายุ ๑๙ ปี
พระราหู (๘) เสวยอายุ ๑๒ ปี
พระศุกร์ (๖) เสวยอายุ ๒๑ ปี

 

ลักษณะไทย โดยธนาคารกรุงเทพ

ยกตัวอย่างเช่น ผู้ที่เกิดวันพุธช่วงกลางวันในช่วงอายุแรกเกิดจนถึง ๑๗ ปี จะเป็นช่วงที่พระพุธ เข้าเสวยอายุ หรือดาวพุธมีอิทธิพลต่อชีวิตในช่วงนั้น และเชื่อกันว่าควรจะบูชาพระพุทธปฏิมาปางอุ้มบาตร ซึ่งเป็นพระพุทธปฏิมาประจำวันพุธ และอีก ๑๐ ปีต่อมา นั่นคือ ตั้งแต่อายุ ๑๗ ปี กับอีก ๑ วัน จนถึง อายุครบ ๒๗ ปี จะเป็นช่วงที่พระเสาร์เสวยอายุ และเชื่อกันว่าควรจะบูชาพระพุทธปฏิมาปางนาคปรก อันเป็นพระพุทธปฏิมาประจำวันเสาร์ และในช่วงอีก ๑๙ ปีถัดมา ก็จะเข้าสู่ช่วงที่พระพฤหัสเข้าเสวยอายุ ซึ่งต่อจากนั้นก็จะเป็นช่วงของพระราหูเสวยอายุต่ออีก ๑๒ ปี และพระศุกร์อีก ๒๑ ปีไล่เรียงเวียนไป จนกว่าจะสิ้นอายุขัย

ส่วนพระเกตุนั้นเสวยอยู่ตลอดไป จึงมีพระเคราะห์รวมทั้งสิ้น ๙ องค์ หรือ นพเคราะห์ และ จำนวนปีที่เสวยอายุของพระเคราะห์ทั้งหมดเมื่อนำมารวมกันแล้วจะได้เท่ากับ ๑๐๘ พอดี ซึ่งถือว่าเป็น เลขอันเป็นสิริมงคล (เทพย์, บาง และอุระคินทร์, ๒๕๒๑, ๙๗ - ๑๒๘)

 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.laksanathai.com

 

 

บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้ อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆที่ทีมงานคิดว่ามีประโยชน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดความบันเทิง และให้ความรู้ โดยเราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ E-mail crm_buriramguideแอดhotmail.co.th ทีมงานจะนำบทความนั้นๆออกทันทีี

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอข้อมูลกับบุรีรัมย์ไกด์ดอทคอมและบุรีรัมย์ไทม์ด้วยวิธีง่ายๆ
เพียงส่งรูปภาพหรือข้อมูลข่าวสารกิจกรรมที่ท่านมีเกี่ยวกับบทความเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ มาให้เราที่ buriramguideแอดhotmail.co.th ทางทีมงานจะนำรูปภาพและบทความของท่านมาปรับปรุงข้อมูลและลงชื่อท่านเพื่อเป็นเกียรติค่ะ
เขียนเมื่อ : 13 ก.ค. 2553,10:08   เข้าชม : 2073 ครั้ง

มุมสงบ » พระพุทธรูปปางต่างๆอื่นๆที่น่าสนใจ
พระนอนวัดคูหาภิมุข
พระนอนวัดคูหาภิมุข ซึ่งประชาชนทั่วไปเรียกว่า พระนอนวัดหน้าถ้ำ ประดิษฐานอยู่ภายในถ้ำวัดคูหาภิมุข อำเภอเมือง จังหวัดยะลา อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นพระนอนที่เก่าแก่ที่สุดองค์หนึ่งของประเทศไทย
พระพุทธรูปปางต่างๆ:ปางพระพุทธรูป ของประเทศไทย
พระพุทธรูปปางต่างๆ:ปางพระพุทธรูป ของประเทศไทยซึ่งมีที่มาของ พระพุทธรูปปางต่าง ๆ จากพุทธประวัติ รวบรวมพระพุทธรูปปางต่างๆ ในพระอิริยาบถลักษณะต่างๆของ ปางพระพุทธรูป ที่ได้รวบรวมใว้
ปางสมาธิเพชร
พระพุทธรูปอยู่ในพระอริยาบถประทับ (นั่ง) ขัดสมาธิไขว้พระชงฆ์ (แข้ง) หงายฝ่าพระบาททั้งสองข้าง พระหัตถ์วางซ้อนกันบนพระเพลา (ตัก) พระหัตถ์ขวาซ้อนทับพระหัตถ์ซ้าย
กำเนิดพระพุทธรูปและพระพุทธปฏิมา
น่าจะเป็นไปได้ว่าประเทศไทยมีพระพุทธรูปมากกว่าประเทศอื่นๆ ในโลก มีทั้งขนาดจิ๋วถึงขนาดใหญ่โต และสร้างจากวัสดุต่างๆ เช่น ศิลา ปูน ดินเผา แก้วผลึกหรือหยก ไม้ งาช้าง สัมฤทธิ์ เป็นต้น
ปางถวายเนตร
พระพุทธรูปอยู่ในพระอริยาบถยืน ลืมพระเนตรทั้งสองเพ่งไปข้างหน้า พระหัตถ์ทั้งสองห้อยลงมาประสานกันอยู่ระหว่างพระเพลา (ตัก) พระหัตถ์ขวาซ้อนเหลื่อมพระหัตถ์ซ้าย อยู่ในพระอาการสังวรทอดพระเนตรดูต้นพระศรีมหาโพธิ์
พระพุทธลักษณะ พระอิริยาบถ และปาง
คัมภีร์ ลลิตวิสตระ พระพุทธประวัติภาษาสันสกฤตซึ่งเรียบเรียงจากคัมภีร์ของ นิกายสรรวาสติวาส (Keown 2003, 153) แปลเป็นภาษาจีนเมื่อประมาณกลางพุทธ ศตวรรษที่ ๖ – กลาง ๗ (คริสต์ศตวรรษที่ 1)
หลวงพ่อเพชร
องค์หลวงพ่อเพชร เป็นพระพุทธรูปมีพระพุทธลักษณะที่งดงามและทรงพุทธานุภาพอันศักดิ์สิทธิ์องค์หนึ่งของประเทศไทย ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ วัดท่าหลวง(พระอารามหลวง) ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร
พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก วัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหาร
ประวัติพระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร วัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหาร" ตั้งอยู่ที่ 34 ถ.อรุณอมรินทร์ แขวงวัดอรุณฯ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ
หลวงพ่อพระใส
หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย จ.หนองคาย เป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่เมือง ประดิษฐานอยู่ที่วัดโพธิ์ชัย ซึ่งมีฐานะเป็นวัดอารามหลวง
ปางห้ามสมุทร
พระพุทธรูปอยู่ในพระอริยาบถยืน ยกพระหัตถ์ทั้งสองแบตั้งขึ้นยื่นออกไปข้างหน้าเสมอพระอุระ (อก) เป็นกิริยาห้าม บางแบบเป็นพระทรงเครื่อง (บางตำราใช้พระปางห้ามพยาธิเป็นพระประจำวันจันทร์)
ปางนาคปรก
พระพุทธรูปอยู่ในพระอริยาบถประทับ (นั่ง) ขัดสมาธิ หงายพระหัตถ์ทั้งสองวางซ้อนกันบนพระเพลา (ตัก) พระหัตถ์ขวาซ้อนทับพระหัตถ์ซ้ายเหมือนปางสมาธิ แต่มีพญานาคขนดร่างเป็นวงกลมเป็นพุทธบัลลังก์และแผ่พังพานปกคลุมอยู่เหนือพระเศียร
ปางโปรดอสุรินทราหูปางไสยาสน์
พระพุทธรูปอยู่ในพระอริยาบถนอนตะแคงขวา พระบาททั้งสองข้างซ้อนทับเสมอกัน พระหัตถ์ซ้ายทาบไปตามพระวรกาย พระหัตถ์ขวาตั้งขึ้นรับพระเศียรและมีพระเขนย (หมอน) รองรับ บางแบบพระเขนยวางอยู่ใต้พระกัจฉะ (รักแร้)
ปางสมาธิหรือปางตรัสรู้
พระพุทธรูปอยู่ในพระอริยาบถประทับ (นั่ง) ขัดสมาธิ พระหัตถ์ทั้งสองวางหงายซ้อนกันบนพระเพลา (ตัก) พระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้าย พระชงฆ์ (แข้ง) ขวาทับพระชงฆ์ซ้าย
ปางรำพึง
พระพุทธรูปอยู่ในพระอริยาบถยืน พระหัตถ์ทั้งสองประสานกันยกขึ้นประทับที่พระอุระ (อก) พระหัตถืขวาทับพระหัตถ์ซ้าย
พระอิริยาบถ
พระอิริยาบถของพระพุทธปฏิมาที่สร้างขึ้นในประเทศไทยก่อนที่จะรับเอานิกายเถรวาท คณะมหาวิหาร มาจากลังกานั้น สร้างขึ้นตามแบบพระพุทธปฏิมาของอินเดีย ซึ่งมี ๓ พระอิริยาบถหลัก คือ ประทับ (นั่ง) ยืน และไสยาสน์ (นอน)
ปางอุ้มบาตร
พระพุทธรูปอยู่ในพระอริยาบถยืน พระหัตถ์ทั้งสองประคองบาตรราวสะเอว
สถาบันพระมหากษัตริย์กับพระพุทธปฏิมา
ความสัมพันธ์ระหว่างพระมหากษัตริย์กับการสร้างพระพุทธรูป เป็นสิ่งที่คู่กันมาตั้งแต่ครั้งพระเจ้าปเสนทิแห่งแคว้นโกศล และพระเจ้าอุ-
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : พระอิริยาบถ
 

Satiti.com ฟรีสถิติ โค้ดสถิติ สถิติเว็บไซต์ ตัวอย่างสถิติ เว็บสถิติ จัดอันดับเว็บไซต์ ฟรีบริการเก็บสถิติเว็บไซต์
สำนักงานบุรีรัมย์ไกด์ 67 หมู่ที่ 9 ตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ 31000
Graphic designed By :: buriramguide © 2008 สงวนลิขสิทธิ์ | E-Mail crm_buriramguideแอดhotmail.co.th