|
เนวิน บอกจะไม่กับไปเล่นการเมืองอีกแล้ว จะทุ่มให้ บุรีรัมย์ พีอีเอ 100 %
จากบทสัมภาษณ์ จากคมชัดลึก
คมชัดลึก : แม้ว่าบนเวทีการเมืองจะไม่ปรากฏเงาของเขาขึ้นแสดงในฐานะดารานำ แต่ชื่อของ “เนวิน ชิดชอบ” ถูกผูกโยงให้เข้ามาเกี่ยวข้องแทบทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรัฐบาล ก้าวย่างของเขานั้น โดดเด่น ตั้งแต่เป็นคน "วงใน" ของ ทักษิณ ชินวัตร เมื่อครั้งยังรุ่งเรืองกับอำนาจการเมือง แต่เมื่อเกิดเหตุพลิกผัน "มันจบแล้วครับนาย" หลายคนยังจำประโยคทองนี้ได้ เพราะมันทำให้การเมืองไทยพลิกผัน
ในวันนี้ แม้ว่าเนวิน จะเผชิญกับวิบากกรรมถูกจองจำทางการเมือง 5 ปี แต่ดูเหมือนว่า 5 ปี นั้นไม่อาจกักขังอำนาจและบารมีของเขาได้เลยแม้แต่น้อย การอยู่เบื้องหลังของเขากลับโดดเด่นมากกว่านักการเมืองหลายคนที่มีไมโครโฟนจ่อปากทุกวันเสียด้วยซ้ำ ...5 ปี ที่กำลังจะครบกำหนด ด้วยบทบาท ด้วยบารมีที่สั่งสม คำถามที่ใครต่อใครอยากถาม และใครต่อใครหวาดหวั่น คือ เมื่อสัมผัสอิสรภาพทางการเมืองแล้ว เนวิน ชิดชอบ จะลุยสนามการเมืองอีกครั้ง เพื่อไขว่คว้าหาตำแหน่งสูงสุดทางการเมืองหรือไม่ ?
เบื้องลึกเป็นอย่างไร เนวิน ให้คำตอบที่ชัดเจน ราวกับเป็นสัญญาประชาคม !
# มีคนบอกว่าคุณกำลังจะเดินตามรอย ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี่ ในอิตาลีที่เป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลและเป็นนายกรัฐมนตรี
ไม่เกี่ยวเลย ผมไม่ได้มองตรงนั้นเลย การทำฟุตบอลมันไม่เหมือนขายของอย่างอื่นที่มีตังค์แล้วทำอะไรก็ได้ แต่ต้องทุ่มเทเวลาให้กับมัน ผมคิดว่าแบร์ลุสโคนี่ไม่ได้ลงสนามซ้อมกับเด็กทุกวันเหมือนผม ไม่เคยต้องไปนั่งอยู่ข้างสนามตากฝนเหมือนผม และผมไม่แน่ใจว่าเขาดีใจเท่าผมหรือไม่เวลาที่ทีมผมยิงประตูได้ มันเป็นความสุขของผม วันไหนที่บอลเสมอผมนอนไม่หลับเป็นคืน วันนี้ผมไม่มีความจำเป็นที่จะต้องโปรโมทตัวเองทางการเมืองอีกแล้ว เพราะว่าผมไม่คิดกลับไปมีตำแหน่งทางการเมืองอีกแล้ว มันไม่ใช่เรื่องว่าผมติดแบนทางการเมืองแล้วมาทำกีฬาคั่นเวลา ถ้าคั่นเวลาแล้วผมจะทำยิ่งใหญ่แบบนี้หรือ ผมถามว่ามีสโมสรไหนบ้างที่มีแคมป์ให้นักกีฬาพักเหมือนผม มีฟิตเนส มีทุกอย่างทั้งที่กรุงเทพฯ และบุรีรัมย์ ผมตั้งใจทำมันจริงๆ เพราะผมคิดว่าชีวิตนี้เป็นชีวิตที่มีความสุขแล้ว ปีหน้า เมษายน-พฤษภาคม ทุกคนจะได้เห็นสเตเดี้ยม ความจุ 2.4 หมื่นที่นั่ง บนที่ดินของผม ใช้เงินตัวเอง ถ้ารวมค่าที่ดิน ก็หลายร้อยล้าน อย่างนี้มันไม่ใช่การเมืองหรอก
# มันอาจจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับการสร้างภาพลักษณ์เคียงคู่กับวงการกีฬา
ผมไม่ต้องการภาพลักษณ์อะไรอยู่แล้ว เพราะผมไม่ได้คิดจะทำอะไร
# ยืนยันว่าหลุดโทษแบนก็จะไม่กลับไปการเมือง
ไม่มีทาง ในชีวิตผ่านมาทุกตำแหน่ง คนคนหนึ่งในชีวิตเป็นรัฐมนตรีมา 12 ปี สำหรับผมพอแล้ว
# แต่ยังเหลืออีกตำแหน่ง นายกฯ ที่ยังไม่ได้เป็น ไม่อยากเป็นหรือ
ผมไม่เอา เมียผมเป็นนายกอบจ.ก็พออยู่แล้ว ผมคิดเอาไว้ตั้งแต่มาเล่นการเมืองใหม่ๆ ว่าผมอยากเป็นคนไทยคนหนึ่งซึ่งเวลาที่บ้านเมืองมีปัญหาแล้วมีคนคิดถึง ว่าเอ้อ คนคนนี้แหละเว้ยมันช่วยตรงนี้ได้ มันแก้ปัญหาตรงนี้ได้ การเป็นคนที่มีคุณค่าต่อแผ่นดินมันไม่ได้อยู่ที่คุณไปเป็นนายกรัฐมนตรี หรือเป็นรัฐมนตรี แต่มันอยู่ที่ว่าคุณได้ทำให้คนที่เขารักคุณมีความสุขและได้โอกาสพัฒนา ไม่ใช่คุณอยู่เพื่อมีตำแหน่งของคุณ ปัญหาอยู่ตรงที่ว่าคุณคิดถึงบ้านเมืองหรือคุณคิดถึงการเมือง วันนี้ผมถูกกล่าวหาว่า ทำอะไรก็คิดถึงเรื่องการเมือง ผมถูกกล่าวหาว่า เฮ้ย ! เนวิน ทำอะไรก็ทำเพื่อการเมือง แต่ผมยืนยันว่าผมทำเพื่อบ้านเมือง และผมมีมุมมองที่ไม่เหมือนคนอื่นเขา พอผมเข้ามาทำทีมฟุตบอลมีคนมาคุยกับผมเยอะแยะ ท่านไปเป็นกรรมการสมาคมมั้ย เป็นโน่นเป็นนี่มั้ย ผมบอกเลย อยู่กันให้สบายในสมาคมนะครับ ตำแหน่งใหญ่กว่านี้ผมยังไม่อยากเป็น ฉะนั้น ตำแหน่งในสมาคมไม่ต้องมาพูด ขอให้ผมได้อยู่กับฟุตบอลของผมก็พอ
# แต่ทำฟุตบอลจนดัง แฟนบอลก็คือคะแนนเสียง ทำไมถึงไม่อยากนำไปใช้ประโยชน์ทางการเมือง
สำหรับผมที่บุรีรัมย์ ความเป็นเนวิน หรือความเป็นชิดชอบ ไม่จำเป็นต้องฟุตบอลก็ไม่มีใครสู้ผมในสนามเลือกตั้งบุรีรัมย์ได้อยู่แล้ว ผมไม่มีเหตุต้องทำ
# แต่ฟุตบอล จะทำให้ฐานการเมืองเหนียวขึ้น
ไม่จริง กีฬากับการเมืองมันเป็นคนละโหมด ความรู้สึกของคนในทางการเมืองมันเป็นเรื่องแนวความคิดที่มีทั้งเหมือนและต่างกัน แต่ฟุตบอลมันเป็นเรื่องของคนที่มีอารมณ์เดียวกัน ผมเล่นการเมืองมาทั้งตระ(กระผม)ล ตั้งแต่ 12 จนวันนี้ 40 ปี ปีนี้ (2553) คือปีที่ผมอยู่กับคนบุรีรัมย์อย่างมีความสุขที่สุด บนความรู้สึกแตกต่างกับการเล่นการเมือง เวลาที่กระโดดกอดคอกันเวลาที่ฟุตบอลชนะ เป็นเวลาที่เราเดินกอดคอกันด้วยความเสียใจที่บอลเราเสมอ มันเป็นอารมณ์เดียวกัน ได้ดีใจด้วยกันเสียใจด้วยกัน
# มันเป็นคนละอารมณ์กับการเป็นผู้แทนหรือ
มันเป็นคนละเรื่องเลย วันนี้ความเป็นบุรีรัมย์ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเวลาพูดเรื่องการเมืองอาจเห็นต่างพรรคนั้นพรรคนี้ แต่พอพูดเรื่องฟุตบอล ทุกคนกล้าประกาศตัวเองว่าข้าคือบุรีรัมย์ วันนี้บุรีรัมย์-พีอีเออยู่ในสายเลือดคนบุรีรัมย์แล้ว
# นักการเมืองพอเห็นคุณ บุรีรัมย์ทำแล้วฟีเวอร์ เลยอยากจะทำตามกันหลายราย
ส่วนใหญ่เอาชื่อเป็นประธาน แล้วไปปรากฏตัววันไหนที่น่าชนะ แล้วมีคนดูเยอะ แต่ผมเช้ามาต้องโทรถามโค้ชแต๊ก (อรรถพล บุษปาคม) เฮ้ย ใครเจ็บบ้าง เราดูพวกเขาเหมือนลูก เด็กในทีมอยากเรียนหนังสือ ผมให้ทุนเรียน คุณเรียนไปจนกว่าจะไม่อยากเรียน สโมสรออกทุนให้ เราจะรับคนที่เข้ามาอยู่ในสโมสรต้องมีวินัย
# ชีวิตของเนวิน ชิดชอบ ไม่คิดหรือว่าพรรคภูมิใจไทยจะเป็นอย่างไร ผู้ว่าจะโยกย้ายกันอย่างไร รถเมล์เอ็นจีวีจะไม่ผ่านครม.อีกแล้ว
ผมคิดเรื่องการเมืองน้อยมากแล้ว เรื่องพวกนี้ผมห่วงน้อยกว่าเด็กผมคนไหนเจ็บบ้าง รถเมล์จะเข้าครม.หรือไม่ช่างหัวมัน มติครม.ไม่ผ่านโครงการเช่ารถเมล์ ผมยังไม่เสียใจเท่ากับเด็กผมแพ้บางกอก ยูไนเต็ดเลย นอนไม่ได้ทั้งคืน กลุ้มใจมาก คือเรื่องการเมืองเป็นเรื่องของพรรคของกระทรวงเขาทำไป เขามาปรึกษาก็ให้เขา ถ้าไม่ปรึกษาก็ช่างเขา เราก็อยู่ในโลกฟุตบอล
# โดยสรุปชีวิต 100 เปอร์เซ็นต์แบ่งให้ฟุตบอลและการเมืองอย่างละกี่เปอร์เซ็นต์
การเมืองไม่ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ พี่น้องในพรรคภูมิใจไทย รู้อยู่แล้วพอบ่ายสามโมงถึงเวลาซ้อมบอล ผมหนีแล้ว ไม่รับโทรศัพท์ใครแล้ว อาจจะมีโทรมาบ้างแต่ผมจะบอกว่า "(กระผม)ไม่ว่าง"
# อยากจะบอกอะไรกับนักการเมืองที่คิดจะก้าวมาทำทีมฟุตบอล
อยากบอกว่าถ้าจะเข้ามาทำกีฬาขอให้เข้ามาด้วยหัวใจที่อยากจะพัฒนากีฬาอย่างแท้จริง อย่าคิดเอากีฬาเป็นเครื่องมือทางการเมือง ถ้าคิดแบบนี้ขอให้เลิกเถอะ กลับไปเล่นการเมืองของคุณไปเถอะ เพราะนี่คือวงจรอุบาทว์ที่ทำให้กีฬาไทยไม่ไปถึงไหน เพราะคนเข้ามาแบบไม่รู้ แต่ต้องการฉกฉวย ต้องการโอกาส สิ่งเหล่านี้ทำให้กีฬาไทยย่ำเท้าอยู่กับที่ มานานแล้ว
เสถียร วิริยะพรรณพงศา |