หน้าหลัก | จังหวัดบุรีรัมย์ | ข่าวประชาสัมพันธ์ | แหล่งท่องเที่ยว | ประเพณีภูมิปัญญา | แนะนำภาพ | แนะนำร้านค้า | ลงนามถวายพระพร | ลงนามถวายพระพร | เว็บบอร์ด | ติดต่อโฆษณา
User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

เกาะติดประเด็นร้อน

ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » นานาสาระ » วันปิยามหาราช

 

23 ตุลาคมของทุกปี คือ วันปิยมหาราช

 

23 ตุลาคมของทุกปี คือ วันปิยมหาราช

23 ตุลาคมของทุกปี คือ วันปิยมหาราช

โดยเฉพาะ 23 ตุลาคม 2553 ถือเป็นวันสำคัญกว่าทุกปี เพราะเป็นวาระครบรอบ 100 ปีแห่งวันสวรรคต ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยจะมีการเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงคุณูปการที่ทรงมีแก่ประเทศชาติและประชาชนชาวไทย"๑๐๐ ปี แห่งการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว"

ชื่องานที่รัฐบาลกำหนดจัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ เป็น 100 ปีที่ทรงมีคุณูปการต่อประเทศชาติ โดยเฉพาะ ทรงนำพาประเทศให้ รอดพ้นจากการล่าอาณานิคม ชาติไทยจึงเป็นเอกราชมาจนถึงทุกวันนี้ ทั้งทรงริเริ่มและวางแผนให้โครงสร้างของสังคมไทยมีความทันสมัยทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ

ที่สำคัญ ทรง "เลิกทาส" เพื่อให้คนไทย ได้เป็น "ไท" เท่าเทียมกัน อันเป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

คุณูปการจากพระราชกรณียกิจเป็นที่ประจักษ์ ต่อนานาประเทศทั่วโลก และใน ปี พ.ศ.2546 องค์ การยูเนสโก ได้ยกย่องและประกาศเกียรติคุณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็น "บุคคลสำคัญของโลก" และในปี พ.ศ.2552 ก็ประกาศขึ้นทะเบียนเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ของพระองค์เป็น "มรดกความทรงจำของโลก"

และในวาระสำคัญนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาต แบบตราสัญลักษณ์ ๑๐๐ ปี แห่ง การสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ ประชาชนนำไปประดับบ้านเรือนเทิดพระเกียรติในวาระดังกล่าวด้วย

โดยตราสัญลักษณ์ มีอักษรพระ ปรมาภิไธย จปรประดิษฐานอยู่ใจ กลางตรา หมายถึง พระองค์ทรงสถิตอยู่ในใจไพร่ฟ้าประชากร ดั่งเลข ๑๐๐ ในหัวใจสีชมพู ด้านล่าง แบบลวดลายไทย หมายถึง ความเป็นไทย เอกลักษณ์ไทย แพรแถบประดิษฐ์อักษร ๑๐๐ ปี แห่งการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอม เกล้าเจ้าอยู่หัว สีที่ใช้ ชมพู คือ สีประจำวันพระบรม ราชสมภพ สีน้ำเงิน หมายถึงพระมหากษัตริย์ สีเหลือง แทน แสงสว่าง สีทองนั้นด้วยพระองค์เปี่ยมคุณค่าหา ผู้ใดเปรียบ สีเขียว คือความสดชื่น เกษมสำราญ

ศ.(พิเศษ) ธงทอง จันทรางศุ เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) กล่าวว่า 100 ปีแห่งวันสวรรคตคือ 100 ปี แห่งบทเรียนที่คนไทยควรเรียนรู้ในพระราชกรณียกิจของพระองค์ ที่ทรงนำบ้านเมืองฝ่าฟันอุปสรรคจนไทยเป็นชาติที่มั่นคงมาจนถึงปัจจุบัน โดย เฉพาะด้านการศึกษา เพราะทรงต้องการให้คนไทยมีความรู้ โปรดให้มีการปฏิรูปครั้งใหญ่ มีการตั้งโรงเรียนเพื่อวางรากฐาน สร้างครู ที่สำคัญเปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้เรียนหนังสือเทียมเท่ากับผู้ชาย ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มากในสมัยนั้น

"ทรงทำให้คนฉลาด แต่ ขณะเดียวกันทรงเน้นมีความรู้ ต้องคู่กับศีลธรรม เพราะรู้มากฉลาดมากก็โกงมาก รู้น้อยฉลาดน้อย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่โกง ดังนั้น ต้องมีศีลธรรมหรือธรรมะกำกับ" ศ.(พิเศษ) ธงทอง ระบุชัดเจน

ด้านพระพุทธศาสนา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้มี การชำระและการพิมพ์พระไตรปิฎกเป็นอักษรไทยครั้งแรกในประเทศไทย และพระราชทานแด่พระอารามหลวงและวัดราษฎร์ ทั้งในกรุงเทพฯและหัวเมือง ทรงสร้างวัดขึ้นใหม่ คือ วัดราชบพิธ วัดเทพศิรินทราวาส วัดเบญจมบพิตร วัดอัษฎางค์นิมิต วัดจุฑาทิศราชธรรมสภา วัดนิเวศน์ธรรมประวัติ และ ทรงปฏิสังขรณ์วัดมหาธาตุ ทำให้มีสร้อยนามว่า "วัดมหาธาตุ ยุวราชรังสฤษฎิ์"

ทั้งโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโรงเรียนสอนพระปริยัติธรรมขึ้นตามวัดต่างๆ ทรงกำหนดให้มีการสอบไล่พระปริยัติธรรมเป็นประจำทุกปี และโปรดเกล้าฯให้จัดตั้งสถาบันการศึกษาชั้นสูงสองแห่งจนกลายมาเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ในปัจจุบัน คือ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พระธรรมวรเมธี กรรมการมหาเถรสมาคม   ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดงานที่วัดราชบพิธฯ กล่าวว่า พระองค์ทรงใช้วัดเป็นศูนย์กลางการศึกษาของประชาชนในรูปแบบของ "บวร" หรือ บ้าน วัด โรงเรียน ที่สำคัญทรงเป็นผู้ให้กำเนิดการปกครองคณะสงฆ์ ทรงให้คณะสงฆ์ปกครองตนเอง และให้มีการตรากฎหมายคณะสงฆ์ขึ้นครั้งแรก

"วัดราชบพิธฯ และหน่วยงานต่างๆ กว่า 300 แห่งที่ใช้พระปรมาภิไธยของพระองค์ท่าน ร่วมจัดกิจกรรม ตั้งแต่วันที่ 21-23 ต.ค.นี้ ที่วัดราชบพิธฯ โดยวันที่ 23 ต.ค. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงบำเพ็ญ พระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระอุโบสถวัดราชบพิธฯ ด้วย" พระธรรมวรเมธี กล่าว

พระพรหมเมธี เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส และกรรมการมหาเถรสมาคม กล่าวว่า วัดเทพศิรินทราวาสจะจัดงานในวันที่ 22 ต.ค.มีทั้งตักบาตรพระสงฆ์ 100 รูป มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน 100 ทุน  และเวลา 17.00 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯแทนพระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลที่พระอุโบสถวัดเทพศิรินทราวาส

สำหรับกิจกรรมในส่วนของรัฐบาลนั้น ส่วนกลางจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-25 ต.ค.โดยมีพิธีการทำบุญ ตักบาตรและพิธีบวงสรวงบริเวณสวนอัมพร วันที่ 23 ต.ค. และ ลานพระราชวังดุสิต มีนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ ของ 25 หน่วยงานภาครัฐ ที่ อาคารถาวรวัตถุ หน้าวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ จัดนิทรรศการถาวรเฉลิมพระเกียรติ หอประชุมกองทัพเรือ กองบัญชาการกองทัพเรือ มีสัมมนาเชิงวิชาการ "รำลึก 100 ปี ปิยมหาราชานุสรณ์ : บทเรียนความอยู่รอดของชาติท่ามกลางความขัดแย้ง" โรงละคร แห่งชาติ   มีแสดงละครบทพระราชนิพนธ์เรื่องเงาะป่า และ หอสมุดดำรงราชานุภาพ หลังอาคารถาวรวัตถุ จัดฉายภาพยนตร์ ภาพนิ่งเกี่ยวกับเหตุการณ์ในรัชสมัย

ส่วนภูมิภาค จัดใน 4 ภูมิภาค ภูมิภาคละ 8 จังหวัด ตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค.-31 ธ.ค.2553 เป็นนิทรรศการเคลื่อนที่ ขณะที่ กรมป่าไม้ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนาขึ้น จัดให้อาสาสมัครพิทักษ์ป่าปลูกต้นไม้ทั่วประเทศ

ทีมข่าวการศึกษา มั่นใจว่า ถึงวันนี้แม้ผ่านมาถึง 100 ปีแห่งการสวรรคต แต่พระพุทธเจ้าหลวงยังคงสถิตในหัวใจของคนไทยทุกหมู่เหล่า ทั้งสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงริเริ่มและพระราชทานกิจการด้านต่างๆ มากมาย อันเป็นรากฐานของความเจริญทัดเทียมนานาอารยประเทศ ที่สืบทอดมาถึงปัจจุบัน

ดั่งพระสมัญญานาม "พระปิยมหาราช"..... พระราชาอันเป็นที่รักยิ่งแห่งราษฎร.

ทีมข่าวการศึกษา
 
 
ที่มา thairath.co.th
 

 

 

บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้ อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆที่ทีมงานคิดว่ามีประโยชน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดความบันเทิง และให้ความรู้ โดยเราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ E-mail crm_buriramguideแอดhotmail.co.th ทีมงานจะนำบทความนั้นๆออกทันทีี

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอข้อมูลกับบุรีรัมย์ไกด์ดอทคอมและบุรีรัมย์ไทม์ด้วยวิธีง่ายๆ
เพียงส่งรูปภาพหรือข้อมูลข่าวสารกิจกรรมที่ท่านมีเกี่ยวกับบทความเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ มาให้เราที่ buriramguideแอดhotmail.co.th ทางทีมงานจะนำรูปภาพและบทความของท่านมาปรับปรุงข้อมูลและลงชื่อท่านเพื่อเป็นเกียรติค่ะ
เขียนเมื่อ : 23 ต.ค. 2553,14:47   เข้าชม : 1679 ครั้ง

นานาสาระ » วันปิยามหาราชอื่นๆที่น่าสนใจ
บทสรุป
รัชสมัยอันยาวนานในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เป็นระยะที่แนวความคิดทางการเมือง การทหาร และวัฒนธรรมทางตะวันตกกำลังหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดระยะ
ปรับปรุงการขนส่งและการสื่อสาร
ในปี พ.ศ. 2431 โปรดให้คณะเสนาบดีและกรมโยธาธิการสำรวจ เพื่อวางรากฐานการสร้างทางรถไฟ จกกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ มีการวางแผนให้ทางรถไฟสายนี้ตัดเข้าเมืองใหญ่ๆ ในบริเวณภาคกลางของประเทศ
ด้านกฎหมาย
การชำระกฎหมายในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการสร้างประมวลกฎหมายอาญาขึ้นมาเพื่อให้มีความทันสมัย ให้ทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ โดยอาศัยผู้เชี่ยวชาญกฎหมายจากต่างประเทศมาดำเนินการให้
เลิกทาส
ประเทศไทยนั้นมีการใช้ทาสมาเป็นเวลานานเพื่อใช้ทำกิจการต่าง ๆ ในบ้านเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ที่สูงศักดิ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นทาสนี้มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ
23 ตุลาคม วันปิยมหาราช
พระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 คือ การประกาศเลิกทาส ทำให้ปวงชนชาวไทยได้เป็นไทมาจวบจนทุกวันนี้
23 ตุลาคมของทุกปี คือ วันปิยมหาราช
โดยเฉพาะ 23 ตุลาคม 2553 ถือเป็นวันสำคัญกว่าทุกปี เพราะเป็นวาระครบรอบ 100 ปีแห่งวันสวรรคต ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยจะมีการเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงคุณูปการที่ทรงมีแก่ประเทศชาติและประชาชนชาวไทย"๑๐๐ ปี
การเสด็จประพาส
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงชื่นชอบการเสด็จประพาสยิ่งนัก พระองค์ทรงเสด็จประพาสทั้งเป็นทางกาและไม่เป็นทางการ บางครั้งทรงปลอมพระองค์ทรงปลอมพระองค์เป็นสามัญชนบ้าง
ด้านสถาปัตยกรรม
ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นงานศิลปที่ได้รับอิทธิพลมาจากตะวันตกด้วยเหตุผลที่ว่าจะประหยัดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างเนื่องด้วยสถาปัตยกรรมตะวันตกไม่สลับซับซ้อนเท่าไรอีกทั้งยังทรงได้มีการเสด็จประพาสยุโรป
พระราชประวัติ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 4 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระนางเจ้าฟ้ารำเพยภมราภิรมย์ (สมเด็จพระเทพศิรินทรา บรมราชินี) ทรงพระราชสมภพเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2396
วันปิยมหาราช 23 ตุลาคม
วันปิยมหาราช หมายถึง วันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพัฒนาการศึกษา การทหาร การสื่อสาร การรถไฟ และทรงโปรดให้มีการเลิกทาส โดยมิได้มีการเสียเลือดเนื้อ
การปกครอง
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่พระองค์ทรงมิได้ปฏิบัติพระองค์แบบผูกขาดอำนาจแต่เพียงผู้เดียวไม่
วันครบรอบ 100 ปี วันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
วันครบรอบ 100 ปี วันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ระหว่างวันที่ 22-25 ตุลาคม 2553
การพยาบาลและสาธารณสุข
พระองค์ทรงดำริที่จะสร้างโรงพยาบาล เพื่อใช้เป็นที่รักษาประชาชน ด้วยการรักษาแบบยากลางบ้านนั้นล้าสมัย ไม่สามารถช่วยคนได้อย่างทันท่วงที ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากมายในสมัยก่อนเมื่อเกิดโรคระบาด พระองค์ทรงแต่งตั้งกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการจัดสร
เสด็จประพาสยุโรป
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จประพาสยุโรปเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2440 โดยประเทศที่ได้เสด็จประพาส คือ ประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส เดนมาร์ก สวีเดน เบลเยี่ยม อิตาลี ออกสเตรเลีย ฮังการี สเปน เนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ อียิปต์และเยอรมัน ทั้งนี้มีเหตุผล
การไปรษณีย์ การโทรเลขและการโทรศัพท์
ประเทศไทยได้สมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิดภาคีสหภาพสากลไปรษณีย์เมื่อปี พ.ศ. 2428 เพื่อนำวิทยาการทางการสื่อสารเข้ามาใช้ปรับปรุงแก้ไขการสื่อสารทางไปรษณีย์ ที่มีการก่อตั้งขึ้นมาก่อนหน้านี้มาได้ 2 ปีแล้ว
ด้านการปกครอง
ในปี พ.ศ. 2431 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเปลี่ยนแปลงแบบแผนการปกครองจากเดิมที่ยึดการบริหารจากเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ เมื่อบ้านเมืองมีความเจริญก้าวหน้าขึ้น การปกครองจึงมีความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับกาลสมัย โดยมอบหมายงา
ด้านวรรณกรรม
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นกวีเอกที่ยิ่งใหญ่พระองหนึ่งในแผ่นดินสยาม พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์วรรณกรรมไว้อย่างมากมาย พระราชนิพนธ์ของพระองค์ท่าน ที่ได้รับความนิยมและใช้เป็นส่วนหนึ่งของแบบเรียนคือ
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : 23 ตุลาคมของทุกปี คือ วันปิยมหาราช
 

Satiti.com ฟรีสถิติ โค้ดสถิติ สถิติเว็บไซต์ ตัวอย่างสถิติ เว็บสถิติ จัดอันดับเว็บไซต์ ฟรีบริการเก็บสถิติเว็บไซต์
สำนักงานบุรีรัมย์ไกด์ 67 หมู่ที่ 9 ตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ 31000
Graphic designed By :: buriramguide © 2008 สงวนลิขสิทธิ์ | E-Mail crm_buriramguideแอดhotmail.co.th