|
"นักรบลาวา" บุรีรัมย์ เอฟซี หวิดปราชัยคารัง หลังเปิดบ้านถูก "พญาชาละวัน" พิจิตร เอฟซี ยิงสลุดขึ้นนำไปก่อน 2-0 ในครึ่งแรก ก่อนที่จะฮึดสู้บุกไล่เจ๊า 2-2 ในครึ่งหลังแบ่งกันไปทีมละแต้ม ในศึกฟุตบอลลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 รอบแชมเปี้ยนส์ ลีก สาย เอ
เมื่อวันที่ 23 ต.ค.ที่สนามไอ-โมบาย สเตเดี้ยม (เขากระโดง) ต.เสม็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ "นักรบลาวา" บุรีรัมย์ เอฟซี รองแชมป์โซนอีสาน เปิดบ้านรับการมาเยือนของ "พญาชาละวัน" พิจิตร เอฟซี ทีมจากโซนภาคเหนือ ซึ่งเกมนี้หากทีมใดสามารถเก็บ 3 แต้มเต็มได้ ก็จะขึ้นไปนำเป็นทีมจ่าฝูงเดี่ยว ของสาย เอ ทันที โดยเกมนี้ "โค้ชแต๊ก" อรรถพล ปุษปาคม กุนซือ บุรีรัมย์ พีอีเอ ที่ต้องลงมาดูทีมบุรีรัมย์ เอฟซี อีกครั้งหลัง "โค้ชป้ำ"วรวรรณ ชิตะวณิช ว่าที่กุนซือคนใหม่ ของทีมนักรบลาวา ยังคงติดสัญญากับต้นสังกัดเก่า “แทมปิเนส โรเวอร์ส” และเกมนี้เจ้าถิ่นขาดตัวหลักอย่าง “วิคเตอร์ เมนซ่าส์” ที่ติดโทษแบนแต่จัดส่งให้ ยัม ดอง จิน แข้งโสมขาวลงทำหน้าที่แทน แต่กำลังหลักยังอยู่ครบพร้อมหน้า ซึ่งผู้เล่นตัวหลัก 11 คนแรกที่ถูกจัดส่งลงล่าตาข่ายประกอบด้วย อุกฤษณ์ วงศ์มีมา ,เดชา สร้างดี ,เกียรติชัย ศรีโปฎก, รณกฤต ธัญญานนท์, ศุภกิจ จินะใจ, กฤษดา สาแก้ว, เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว,วัชรพงษ์ สมานทอง, พิชิตชัย จิวขุนทด ,ยัม ดอง จิน และ ศิวพงศ์ เจริญศิลป์
ส่วนทีมเยือน สรศักดิ์ แรตสอน กุนซือ พิจิตร เอฟซี ก็ขาดตัวหลักอย่าง โคฟี่ ชอร์ แข้งผิวสีที่ติดโทษแบนจากนัดที่แล้วเช่นเดียวกัน โดยจัดส่งผู้เล่น 11 คนแรกลงประกอบด้วย สถาพร สีอ่อน,สุทน กุลมัย,นิรัตน์ อินทรเทศน์, สมพล เซ่งจันทร์ , พิสิฐ ยืนยิ่ง, ศุภกร นาคน้อย, เอกพันธ์ ศรสิทธิ์, สัจจา มณีโชติ ,เอกสถา ธัญญกรรม, อำนาจ รักษ์ประเสริฐ และคำแก้ว โสภา
ออกสตาร์ทในครึ่งแรก ได้เพียงแค่ 8 นาที กองเชียร์เจ้าบ้านถึงกับอึ้งเมื่อ "พญาชาละวัน" พิจิตร เอฟซี ซัดนำร่องไปก่อน จากจังหวะที่แนวรับเจ้าถิ่นพลาดเสียบอลในกรอบเขตโทษ และเป็น ศุภกร นาคน้อย ที่ฉกบอลได้ก่อนไหลต่อทางด้านซ้ายหน้ากรอบเขตโทษให้กับ พิสิฐ ยืนยิ่ง วิ่งมาตะบันเต็มข้อส่งบอลเสียบมุดโคนเสาเข้าไปให้อย่างสวยงามช่วยให้ พิจิตร เอฟซี ออกนำไปก่อน 1-0
น.15 กองเชียร์เจ้าบ้านเกือบได้เฮลั่นสนาม ในจังหวะที่เกียรติชัย ศรีโปฎก แนวรุกตัวเก่งถูก นิรัตน์ อินทรเทศน์ ปราการหลังพิจิตร เอฟซี เข้าอัดทางด้านหลังในกรอบเขตโทษ ศักดา ปานสุด ผู้ตัดสินไม่รอช้าชี้ให้เป็นจุดโทษทันที พร้อมควักใบเหลืองให้กับ นิรัตน์ อินทรเทศน์ อีกด้วย จากนั้น เกียรติชัย ที่รับอาสาลุกขึ้นมาซัดเองกลับยิงไปติดเซฟ คำแก้ว โสภา นายทวารพิจิตร เอฟซี ที่พุ่งเซฟได้อย่างเหลือเชื่อ
น.18 ศุภกร นาคน้อย ได้จังหวะโฉบโหม่งจากลูกฟรีคิกริมเส้นด้านขวา แต่บอลพุ่งหนีมือ อุกฤษณ์ วงศ์มีมา ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่บอลก็ยังไปโดนคานกระดอนออกหลังไปในอย่างน่าเสียดาย ถัดมา น.29 เป็นโอกาสทองของเจ้าถิ่นที่น่าจะได้ประตูตีเสมอในจังหวะที่ ยัม ดอง จิน ได้บอลหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนจะดีดส้นให้กับ เกียรติชัย ศรีโปฎก ที่ได้ซัดโล่งๆ หน้าปากประตู แต่บอลดันไปชนโคนเสากระดอนออกมาอย่างน่าเสียดาย
เกมดำเนินมาถึง น.34 พิจิตร เอฟซี ก็ปฏิบัติการช็อกแข้ง นักรบลาวา อีกครั้ง เมื่อ ศุภกร นาคน้อย ดาวซัลโวประจำทีมได้บอลในจังหวะสวนกลับ ก่อนลากมาที่หน้าประตูพร้อมกับแต่งหนี เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว ปราการหลังเจ้าถิ่นหนึ่งจังหวะ ก่อนจะซัดเต็มเหนี่ยวบอลพุ่งทะลุผ่านหนีมือ อุกฤษณ์ วงศ์มีมา ส่งบอลเสียบเสาแรกเข้าไปช่วยให้พิจิตร เอฟซี ขยับสกอร์ขึ้นนำทีมบุรีรัมย์ เอฟซี ไปก่อน 2-0 ในครึ่งเวลาแรก
ออกสตาร์ทเกมในครึ่งเวลาหลัง ทีมบุรีรัมย์ เอฟซี ก็ยังคงเปิดเกมรุกอย่างหนักหวังจะตีประตูตื้นขึ้นมาให้ได้ กระทั่ง น.51 วัชรพงษ์ สมานทอง วิงแบ็กของทีมบุรีรัมย์ เอฟซี ได้จังหวะครอสที่สุดเส้นหลังด้านขวา บอลลอยมาที่หน้าปากประตู และเป็น เกียรติชัย ศรีโปฎก ที่กระโดดวอลเลย์ส่งบอลพุ่งเสียบเสาแรกเข้าไป ทำให้ทีมบุรีรัมย์ เอฟซี ขยับตามมาเป็น 1-2
น.64 บุรีรัมย์ เอฟซี มาได้ฟรีคิกในระยะหวังผล และเป็น ศิวพงษ์ เจริญศิลป์ ที่รับอาสาส่องลูกนี้ แต่เจ้าตัวก็ยังซัดหลุดกรอบออกไปอีกครั้ง ถัดมา น.68 กองเชียร์ลาวาเพลิง ก็ได้เฮกันลั่นกันอีกรอบ ในจังหวะฟรีคิกของ ศิวพงษ์ เจริญศิลป์ ที่กลางสนามก่อนจะสาดไปที่หน้าปากประตู จังหวะนี้ คำแก้ว โสภา นายด่านพิจิตร เอฟซี โดดออกมาอัดกับ สถาพร ศรีอ่อน เพื่อนร่วมทีม เพื่อหมายจะเคลียร์บอลทิ้ง จนทำให้ให้ สถาพร ล้มคว่ำลงนอนราบไปกับพื้น แต่ผู้ตัดสินรวมถึงผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 1 ก็ปล่อยให้เกมดำเนินต่อไป กระทั่งบอลหลุดมาเข้าทาง ศุภกิจ จินะใจ กัปตันทีมตัวเก่งของทีม ที่ตัดสินใจยิงเข้าไปไม่เหลือซาก ช่วยให้ บุรีรัมย์ เอฟซี ตามมาทันเป็น 2-2
จากนั้นผู้เล่นของทีม พิจิตร เอฟซี ก็วิ่งกรูออกมาประท้วงไลน์แมน กับผู้ตัดสินที่ไม่ยอมเป่าหยุดเกม ทั้งๆ ที่มีผู้เล่นพิจิตร เอฟซี นอนเจ็บอยู่ 1 ราย
ก่อนจบเกมในช่วงท้ายทีมพิจิตร เอฟซี ต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน เมื่อ นิรัตน์ อิทรเทศน์ แนวรับพิจิตร เอฟซี มาโดนใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดง ในจังหวะดที่กระโดดเสียบ ศุภกิจ จินะใจ บริเวณมุมธงด้านซ้าย และเป็น ศิวพงษ์ เจริญศิลป์ ที่รับอาสาปั่นฟรีคิก แต่ก็ยังซัดโด่งข้ามคานออกไป เวลาที่เหลือทั้งสองทีมยังไม่สามารถทำอะไรกันเพิ่มได้ จบเกม ทีมพิจิตร เอฟซี สามารถบุกมาแบ่งแต้ม ทีมบุรีรัมย์ เอฟซี ได้ถึงถิ่นด้วยสกอร์ 2-2 ทำให้ทั้งคู่มี 4 คะแนน จากการลงสนาม 2 นัด รั้งกลุ่มผู้นำร่วมกันในสาย เอ ต่อไป
สำหรับแมตช์ต่อไปของทีม บุรีรัมย์เอฟซี จะเปิดรังต้อนรับทีมจากโซนภาคใต้ ตรัง เอฟซี ในวันที่ 31 ต.ค.เวลา 17.00 น. ที่สนามไอ-โมบายสเตเดี้ยม (เขากระโดง) ต.เสม็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์
////////////////////////// |