หน้าหลัก | จังหวัดบุรีรัมย์ | ข่าวประชาสัมพันธ์ | แหล่งท่องเที่ยว | ประเพณีภูมิปัญญา | แนะนำภาพ | แนะนำร้านค้า | ลงนามถวายพระพร | ลงนามถวายพระพร | เว็บบอร์ด | ติดต่อโฆษณา
User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

เกาะติดประเด็นร้อน

ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » เที่ยวทั่วไทย » เที่ยวบุรีรัมย์

 

ปราสาทเขาพนมรุ้ง

 

ปราสาทเขาพนมรุ้ง
ปราสาทเขาพนมรุ้ง
 
ที่ตั้ง

  ปราสาทเขาพนมรุ้ง  ตั้งอยู่บนยอดเขาพนมรุ้ง ปัจจุบันอยู่ใกล้กับบ้านตาเป๊ก ตำบลตาเป๊ก อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือใกล้กับชายแดน ด้านกัมพูชา
 
ประวัติ

       ปราสาทเขาพนมรุ้งเป็นเทวาลัยในศาสนาฮินดู ปรางค์อิฐองค์แรกสร้างขึ้นเมื่อประมาณกลางพุทธศตวรรตที่ ๑๕ และเชื่อกันว่าได้รับการบูรณะซ่อมแซมโดยพระเจ้าราเชนวรมันที่ ๒ (พ.ศ.๑๔๘๙–๑๕๑๑) และพระเจ้าชัยวรมันที่ ๕ (พ.ศ.๑๕๑๑–๑๕๔๔) กษัตริย์เขมรซึ่งเป็นผู้อุปถัมภ์ศาสนาฮินดูลัทธิไศวะนิกาย ลัทธิดังกล่าวรุ่งเรืองตลอดพุทธศตวรรษที่ 17 จนถึงพุทธศตวรรษที่18 ในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จึงถูกเปลี่ยนเป็นอาคารทางพุทธศาสนาลัทธิมหายาน
 
       อดีตกาลพนมรุ้งเป็นภูเขาไฟซึ่งผ่านการระเบิดมาแล้วและธรรมชาติก็ได้เปลี่ยนแปลงปล่องภูเขาไฟให้เป็นแหล่งน้ำ ซึ่งมีปริมาณน้ำมากเพียงพอต่อการบริโภคและอุปโภคได้ตลอดปี  สำหรับคนโดยทั่วไปและสำหรับคนกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งที่ขึ้นไปทำสิ่งก่อสร้างอันยิ่งใหญ่บนนั้น ปราสาทหินพนมรุ้งเป็นศาสนสถานทางศาสนาพราหมณ์ ลัทธิศิวะนิกาย คือการยกเอาพระศิวะเป็นมหาเทพ สิ่งก่อสร้าง ส่วนใหญ่สร้างเมื่อพุทธศตวรรษที่ 16-18 ร่วมสมัยกับปราสาทนครวัดซึ่งสร้างโดยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 มหาราชองค์หนึ่งของกัมพูชาเมื่อพุทธศตวรรษที่ 17 นั้นเป็นศาสนสถานทาง ศาสนาพราหมณ์ลัทธิวิษณุนิกายคือการยกเอาพระนารายณ์หรือพระวิษณุเทพ โดยเหตุที่พระศิวะมีถิ่นฐานที่สถิตย์ประทับอยู่บนภูเขาพระสุเมรุ ฉะนั้นการที่บรรพชนในอดีตจะทำสิ่งก่อสร้างอันยิ่งใหญ่ถวายเป็นที่ประทับของพระศิวะมหาเทพ จะต้องหาทำเลหรือชัยภูมิ เพื่อจะสมมติหรือทำอุบายว่าคือเขาพระสุเมรุ จึงเลือกเอาพนมรุ้งสร้างสิ่งก่อสร้าง คือ ปราสาทพนมรุ้งด้วยหินทรายสีชมพู บนขอบปล่องภูเขาไฟด้านทิศใต้อันเป็นหนทางอันใกล้สวรรค์มากยิ่งกว่าพื้นราบและหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเพื่อรับแสงแห่งดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นการเริ่มต้นอันเป็นสิริมงคลและพลังอันยิ่งใหญ่ร้อนแรง
 
องค์ประกอบของโบราณสถาน

  ปราสาทเขาพนมรุ้ง ประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างจากเชิงเขา-ยอดเขา  ตามลำดับ คือ สิ่งก่อสร้างนอกระเบียงชั้นนอก, ระเบียงชั้นนอก, ระเบียงคดชั้นใน และโบราณสถานที่สร้างด้วยหินทรายและศิลาแลงภายในระเบียงคดชั้นในจำนวน 6 หลัง ดังนี้

 

1. บันไดต้นทาง จากตระพักเข้าด้านล่างทางทิศตะวันออก ก่อด้วยศิลาแลงเป็นชั้น ๆ 3 ชุด สุดบันไดเป็นชาลารูปกากบาท
2. พลับพลา (มีชื่อตามทะเบียนโบราณสถานว่าโรงช้างเผือกพนมรุ้ง) เป็นอาคารโถงสร้างด้วยหินทราย และศิลาแลง มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 6.40X20.40 เมตร ตั้งอยู่เยื้องชาลารูปกากบาทไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 13 เมตร อาคารหลังนี้คงจะใช้เป็นที่พักเปลื้องเครื่องทรงของกษัตริย์ และจัดกระบวนเสด็จก่อนที่จะเสด็จขึ้นไปประกอบพิธีกรรมบนปราสาทเขาพนมรุ้ง 
  เมื่อพิจารณาจากวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างคือ มีการใช้ศิลาแลงเป็นวัสดุหลักในการก่อสร้างและลวดลายกลีบบัวที่จำหลักบนหัวเสาและลายดอกไม้มีกลีบบนยอดเสาเป็นลักษณะของศิลปะขอมแบบบายน ประมาณพุทธศตวรรษที่ 18 แต่เศียรนาคที่กรอบหน้าบันเป็นลักษณะของศิลปะขอมแบบคลัง ประมาณพุทธศตวรรษที่ 16 แสดงถึงการนำวัสดุเก่ามาใช้ ซึ่งอาจจะเป็นวัสดุเก่าจากที่แห่งอื่น หรือเป็นวัสดุเก่าของอาคารหลังนี้เองก็ได้
  3. ทางดำเนิน เป็นทางเดินที่ต่อมาจากบันไดชาลารูปกากบาท ปูพื้นด้วยศิลาแลงขอบเป็นหินทราย มีขนาด 160X9.20 เมตร บนขอบหินทรายเป็นเสาหินทรายยอดคล้ายดอกบัวตูม สูง 1.60 เมตร จำนวน 68 ต้น ตั้งเรียงกันเป็นระยะ ๆ ตรงกันทั้ง 2 แถว

 

  4. สะพานนาคราช สร้างด้วยหินทราย มีแผนผังเป็นรูปกากบาท มี 3 ช่อง คือ ช่องแรกที่หน้าซุ้มประตูทางเข้าสู่ปราสาท มีขนาด 8.20X20 เมตร ยกพื้นสูงจากถนน 1.50 เมตร ราวสะพานทำเป็นลำตัวพญานาค 5 เศียร สะพานนาคราชช่วงนี้เป็นจุดเชื่อมทางดำเนินกับบันไดทางขึ้นปราสาทและทางสู่สระน้ำช่วงที่ 2 อยู่ภายในระเบียงคดตรงหน้าปรางค์ประธานมีขนาด 5.20X12.40 เมตร ยกระดังสูง 3.40X9.9 เมตร อายุราวพุทธ  ศตวรรษที่ 17

 

  5. บันไดขึ้นปราสาท สร้างด้วยหินทราย ตั้งอยู่ต่อจากสะพานนาคราชช่วงแรก เป็นทางเดินขึ้นไปยังลานบนยอดเขา มีขนาด 16X52 เมตร สูง 10 เมตร มี 5 ชั้น แต่ละชั้นมีชานพัก บันไดขึ้นปราสาทนี้มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 17
  6. ทางสู่ปราสาท คือ บันไดทางขึ้นทั้งสองข้างของบันไดขึ้นปราสาทชั้นที่ 4
  7. ระเบียงชั้นนอก เป็นทางเดินโล่งยกพื้นเตี้ย ๆ ปูพื้นด้วยศิลาแลง บรรจบกับทางเดินเข้าสู่ปราสาททางด้านข้างทั้งสองข้าง บริเวณลานภายในวงล้อมของระเบียงชั้นนอกด้านทิศใต้ทางซีกตะวันออกมีร่องรอยว่าเคยมีสิ่งก่อสร้างอื่นอยู่ด้วย
  8. ซุ้มประตูและระเบียงคดชั้นใน สร้างด้วยหินทราย และศิลาแลง ลักษณะเป็นห้องยาวต่อเนื่องกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีหลังคาคลุมแต่ไม่ทะลุถึงกันเนื่องจากทำผนังกั้นเป็นช่อง ๆ ระเบียงคดทางด้านทิศตะวันออก และตะวันตกมีขนาด 2.6X59 เมตร ด้านทิศเหนือ-ใต้ ยาวประมาณ 68 เมตร ระเบียงทั้ง 4 ด้าน มีซุ้มประตูอยู่ตรงกลางด้านละ 1 ประตู และมีซุ้มประตูรองอีกด้านละ 2 ประตู ยกเว้นด้านทิศเหนือมีซุ้มประตูกลางเพียงประตูเดียว ระเบียงด้านทิศตะวันออกเจาะเป็นช่องตื้น ๆ ผนังด้านนอกสลักเป็นหน้าต่างปลอม ผนังด้านในเจาะช่องหน้าต่างจริงเป็นระยะ ๆ ระเบียงด้านตะวันตกมีแต่หน้าต่างหลอก ด้านทิศเหนือและใต้เจาะช่องหน้าต่างที่ผนังด้านใน ภายในระเบียงคดชั้นในประกอบด้วยโบราณสถานสร้างด้วยหินทรายและศิลาแลง 6 หลังคือ

      

  ก.ปรางค์ประธาน สร้างด้วยหินทราย ตั้งอยู่กลางลานปราสาทชั้นใน มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสย่อมุม ขนาด 8.20X8.20 เมตร สูง 27 เมตร มีมุข 2 ชั้น ทางด้านทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันตก อายุสมัยราวพุทธศตวรรษที่ 16-17
  ข.ปรางค์น้อย สร้างด้วยหินทรายและศิลาแลง ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของปรางค์ประธาน มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสย่อมุม ขนาด 6X6 เมตร ส่วนยอดหักหายไป อายุสมัยราวพุทธศตวรรษที่ 16
 

  ค.ปรางค์อิฐ 2 องค์ สร้างด้วยอิฐและหินทราย ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับปรางค์ประธานด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ องค์หนึ่งมีขนาด 5X5 เมตร หันหน้าไปทางทิศใต้ อายุสมัยราวกลางพุทธศตวรรษที่ 15
  ง.บรรณาลัย สร้างด้วยศิลาแลงเป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีประตูเข้า-ออกด้านเดียว หลังคาเป็นรูปประทุนเรือ มี 2 หลัง คือ ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของปรางค์ประธาน มีขนาด 11.60X7.10 เมตร สูง 3 เมตร อายุสมัยราวพุทธศตวรรษที่ 18(กรมศิลปากร, ปราสาทพนมรุ้ง 2531)
 
  กรมศิลปากรดำเนินการขุดแต่งและบูรณะปราสาทเขาพนมรุ้งด้วยวิธีอนัสติโลซิส (Anastylosis) ตั้งแต่ปี พ.ศ.2514-2531

คุณค่าและความงาม
  ปราสาทเขาพนมรุ้ง เป็นทั้งสิ่งก่อสร้างที่แสดงความเชื่อ ความศักดิ์สิทธิ์ และเป็นศูนย์รวมแห่งความงดงามในด้านศิลปะและสถาปัตยกรรม ความโดดเด่นอยู่ที่การเลือกสถานที่สร้างปราสาท เมื่อเริ่มเดินขึ้นจากเชิงเขาอันเป็นทางที่ปูด้วยศิลาแลง ค่อย ๆ ขึ้นไปตามชั้นและบันได เกิดความรู้สึกเหมือนกำลังเดินขึ้นสู่สวรรค์ หรือขึ้นสู่เทวโลก
  เมื่อไปถึงบริเวณชั้นบนสุดอันเป็นที่ตั้งองค์ปราสาท ทำให้อยู่สูงเหนือภูมิประเทศโดยรอบ มองเห็นรอบทิศ เหมือนอยู่บนยอดแห่งจักรวาล ครั้นเข้าสู่บริเวณชั้นในระเบียงคดอันเป็นที่ตั้งขององค์ปราสาท รูปหินที่บรรจงแกะสลักงดงามเป็นเรื่องราวต่าง ๆ ก็ให้ทั้งความพิศวง ให้ทั้งความงาม ให้ทั้งความรู้ จะยกมาเพียง 2 เรื่อง เป็นตัวอย่าง ดังนี้
  1. รูปพระวิษณุอนันตศายิน บนทับหลังด้านทิศตะวันออกของมณฑป (Reclining Visnu on lintel, eastern face of antechamber) ซึ่งอยู่เหนือประตูทางเข้าปรางค์ประธาน รูปพระวิษณุนี้เราได้ยินชื่อเสียงและโด่งดังไปทั่วโลก คือ รูปนารายณ์บรรทมสินธุ์ หมายถึงตอนที่พระนารายณ์กำลังบรรทมอยู่เหนือพญาอนัตนาคราชท่ามกลางเกษียรสมุทร

รูปนารายณ์บรรทมสินธุ์นี้ได้หายไปจากปราสาทเขาพนมรุ้ง เป็นเวลานานและมีการสืบค้นมาโดยตลอด ตอนหลังพบว่าอยู่ในอเมริกา มีการเรียกร้องโดยคนไทยและนักวิชาการร่วมแรงร่วมใจกันต่อสู้ให้ได้ทับหลังกลับคืน และก็ได้กลับมาให้เห็นอยู่ที่เดิม รูปนารายณ์บรรทมสินธุ์เกี่ยวข้องกับศาสนาพราหมณ์ เกี่ยวข้องกับการสร้างโลก การบรรทมเกี่ยวกับยุค คือเวลาของโลกแต่ละกัลป์ พระนารายณ์บรรทมเมื่อใด จักรวาลจะถูกทำลาย  จากจุดเริ่มต้นสร้างโลกจนถึงโลกถูกทำลายนับได้หนึ่งกัลป์ (สุริยวุฒิ สุขสวัสดิ์ 2539:312-318)

  2. รูปพิธีเบิกพรหมจรรย์ บนหน้าบันชั้นลดทิศตะวันออก ด้านทิศใต้ของมณฑปปราสาทประธาน (Tantric ceremony on southern half-pediment , antechamber, main sanctuary) เป็นภาพสลักกลุ่มบุคคลจำนวนหกคน (ชำรุดหนึ่งคน) กำลังประกอบพิธีกรรมบางอย่าง โดยจำหลักภาพบุคคลซึ่งแตกชำรุดกำลังนั่งงอขาและเอนกายมาทางเบื้องหลังเล็กน้อย โดยใช้แขนยันพื้นไว้และมีรูปบุรุษนั่งประกอบทางด้านหลังสองคน เบื้องหน้าของบุคคลดังกล่าวประกอบด้วยบุคคลสามคน ซึ่งคนแรกเป็นสตรีกำลังยืน และอีกสองคนเป็นบุรุษ โดยคนหนึ่งใช้มือซ้ายจับเท้าของบุคคลที่นั่งงอขา ส่วนในมือขวากำลังถือวัตถุทรงกระบอก (?) โดยมีบุรุษคนที่สองกำลังยืนจ้องมองด้วยความสนใจ

        

หากเป็นไปได้แล้วพิธีกรรมที่แสดงบนภาพสลักรูปนี้อาจจะหมายถึง พิธีเบิกพรหมจรรย์ของสาวพรหมจารี โดยมีนักบวชเป็นผู้ประกอบพิธีก็ได้ (สุริยวุฒิ สุขสวัสดิ์ 2539:393) ซึ่งเป็นพิธีของลัทธิฮินดูตันตระ

  "เพียง 2 เรื่องที่ยกมาก็มีค่าเกินพอที่คนไทยและคนต่างชาติหลั่งไหลไป

อายุสมัย
  ประมาณกลางพุทธศตวรรษที่ 15-18 (อมรา ศรีสุชาติ, 2532 หน้า 105-106)

ประโยชน์ใช้สอย
  เทวาลัยในศาสนาฮินดู

การประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถาน
  ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม52 ตอน 75 วันที่ 8 มีนาคม 2478

การประกาศกำหนดขอบเขตโบราณสถาน
  ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 93 ตอนที่ 141 วันที่ 9 พฤศจิกายน 2519 เนื้อที่ประมาณ 451 ไร่ – งาน 11 ตารางวา

การเดินทาง
  การเดินทางไปปราสาทเขาพนมรุ้งไปได้สองเส้นทาง คือ จากถนนสายหลักผ่านอำเภอนางรอง จะมีทางแยกด้านทิศใต้เข้าสู่ตัวปราสาท ทางสะดวกมาก ส่วนอีกด้านหนึ่งมาจากอำเภอประโคนชัย ด้านทิศตะวันออก มีถนนถึงตัวปราสาทเช่นเดียวกัน 
 

บรรณานุกรม

สุริยวุฒิ สุขสวัสดิ์, ม.ร.ว. ปราสาทเขาพนมรุ้ง. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: มติชน,  2539.

ศิลปากร, กรม. กองโบราณคดี. ทำเนียบโบรานสถานขอมในประเทศไทย เล่ม 2  จังหวัดบุรีรัมย์. กรุงเทพฯ:น่ำกัง การพิมพ์, 2536.


 

 

 

บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้ อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆที่ทีมงานคิดว่ามีประโยชน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดความบันเทิง และให้ความรู้ โดยเราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ E-mail crm_buriramguideแอดhotmail.co.th ทีมงานจะนำบทความนั้นๆออกทันทีี

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอข้อมูลกับบุรีรัมย์ไกด์ดอทคอมและบุรีรัมย์ไทม์ด้วยวิธีง่ายๆ
เพียงส่งรูปภาพหรือข้อมูลข่าวสารกิจกรรมที่ท่านมีเกี่ยวกับบทความเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ มาให้เราที่ buriramguideแอดhotmail.co.th ทางทีมงานจะนำรูปภาพและบทความของท่านมาปรับปรุงข้อมูลและลงชื่อท่านเพื่อเป็นเกียรติค่ะ
เขียนเมื่อ : 26 ต.ค. 2553,09:05   เข้าชม : 2226 ครั้ง

เที่ยวทั่วไทย » เที่ยวบุรีรัมย์อื่นๆที่น่าสนใจ
ต้นโยนีปีศาจ
ต้นหีผี และมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Schrebera swietenioides Roxb. เป็นพืชม้ประเภทยืนต้น ลักษณะไม้เปลือกแข็ง ลำต้นสูงใหญ่ ประเภทใบเลี้ยงคู่ออกดอกเป็นช่อๆ สีขาวแกมเหลืองเล็กน้อยคล้ายๆ ดอกพวงพยอม
อ่างเก็บน้ำกระโดง
อ่างเก็บน้ำกระโดง ตั้งอยู่ด้านหน้าของเขากระโดง จากทางเข้าเขากระโดงมีทางแยกซ้ายมือไปทางเดียวกับค่ายลูกเสือ \"บุญญานุศาสตร์\"
กู่สวนแตง
กู่สวนแตง ตั้งอยู่ตรงข้ามโรงเรียนกู่สวนแตงวิทยาคม บ้านดอนหวาย ตำบลดอนหวาย การเดินทางจะใช้เส้นทางบุรีรัมย์-พยัคฆภูมิพิสัย ทางหลวงหมายเลข 219 ระยะทาง 70 กิโลเมตร แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 202 ทางไปอำเภอประทายอีกประมาณ 40 กิโลเมตร
ปราสาทเขากระโดง
ปราสาทเขากระโดงตั้งอยู่บนปากปล่องภูเขาไฟกระโดง อยู่ในเขตบ้านเขากระโดง (คุ้มบ้านซับน้ำซับ) ตำบลเสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ ปราสาทเขากระโดงเป็นศาสนสถาน สร้างขึ้นก่อนสมัยสุโขทัย เดิมเป็นปรางค์หินทราย
พระพุทธบาทจำลอง
พระพุทธบาทจำลองประดิษฐานในปราสาทหินศิลาแลงโบราณเขากระโดง บนปากปล่องภูเขาไฟกระโดง สร้างขึ้นโดยพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงห์เสนีย์) เจ้าเมืองบุรีรัมย์ กับคุณหญิงประเสริฐ สุนทราศรัย(ตุ่ม สิงห์เสนีย์)
อุทยานแห่งชาติตาพระยา
อุทยานแห่งชาติตาพระยา
เที่ยวงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งจังหวัดบุรีรัมย์ ประจำปี 2554
บุรีรัมย์ -จังหวัดบุรีรัมย์ จัด “หนึ่งมหัศจรรย์ สองศักดิ์สิทธิ์แห่งวนัมรุง” ในงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง 3 – 5 เม.ย. 54 ยิ่งใหญ่ อลังการ พิสูจน์ปรากฏการณ์มหัศจรรย์ แสงพระดวงอาทิตย์ขึ้น ส่องตรง 15 ช่องประตูปราสาทพนมรุ้ง ชมการแสดงแสงเสียงและสื่อผสมชุดใหม่“มหั
ความมหัศจรรย์พนมรุ้ง ประตูแห่งกาลเวลา
ททท. ชวนมาสัมผัสความมหัศจรรย์พนมรุ้ง ประตูแห่งกาลเวลา สุริยาสาดส่องตรง 15 ช่องประตู ในงาน “มหัศจรรย์พนมรุ้ง” วันที่ 2-7 เม.ย. 55 ณ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์
หนุนเที่ยว“วัดเขาอังคาร”ส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และอารยธรรมขอมโบราณ
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจ.บุรีรัมย์ ร่วมกับการท่องเที่ยวและกีฬา ดึง 6 อบต.ร่วมจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ท่องเที่ยวเขาอังคารเชิงนิเวศน์ และท่องเที่ยวทางอารยธรรมขอมโบราณ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของจังหวัดให้ประชาชนได้ทราบอย่างแพร่หลาย
พระเจ้าใหญ่วัดหงษ์
พระเจ้าใหญ่วัดหงษ์ เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ปางสมาธิขนาดหน้าตัก 1.6 เมตร สูง 2 เมตร สร้างด้วยศิลาแลง มีลักษณะของศิลปะพื้นเมือง ประดิษฐานอยู่ที่วัดหงษ์ หรือวัดศีรษะแรด เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนจำนวนมาก นอกจากนี้
พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ตั้งอยู่ในตัวเมืองทางไปอำเภอประโคนชัย สร้างในปี พ.ศ. 2539 เพื่อเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 1 ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ผู้ทรงก่อตั้งเมืองบุรีรัมย์ เมื่อครั้งยังทรงเป็นสมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึก
ปราสาทเขาพนมรุ้ง
ปราสาทเขาพนมรุ้ง ตั้งอยู่บนยอดเขาพนมรุ้ง ปัจจุบันอยู่ใกล้กับบ้านตาเป๊ก ตำบลตาเป๊ก อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือใกล้กับชายแดน ด้านกัมพูชา
หมูบ้านทอผ้าไหมอำเภอนาโพธิ์
หมูบ้านทอผ้าไหมอำเภอนาโพธิ์ การเดินทางใช้เส้นทางสายบุรีรัมย์-พุทไธสง ทางหลวงหมายเลข 2074 ไปบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 202 บริเวณกิโลเมตรที่ 21 มีทางแยกเข้าตัวอำเภอนาโพธิ์ เป็นระยะทาง 10 กิโลเมตร
พรรณไม้ในอุทยาน
ลักษณะพืชพันธุ์ธรรมชาติจะเป็นพืชพันธุ์สวันนา (Savanna Biochote) เป็นหญ้าสูงและต้นไม้ขึ้นกระจัดกระจาย พืชพันธุ์ที่เกิดในเขตนี้จะเจริญเติบโตรวดเร็ว สภาพป่าเป็นป่าเต็งรัง ซึ่งป่าชนิดนี้เป็นสังคมพืชเด่นในทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยทั่วไป ป่าเต็งรังมีลักษณะเป
ปากปล่องภูเขาไฟ
ปากปล่องภูเขาไฟเขากระโดง อยู่ในเขตบ้านเขากระโดง (คุ้มบ้านซับน้ำซับ) ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ มีอายุประมาณ 3 แสนถึง 9 แสนปี
อนุสาวรีย์เราสู้
อนุสาวรีย์เราสู้ อยู่ที่อำเภอโนนดินแดง ริมทางสายละหานทราย-ตาพระยา (ทางหลวงหมายเลข 348) สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2522 เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของประชาชน ตำรวจ ทหาร
วันแห่งพลังดวงอาทิตย์พิศวง ที่ปราสาทหินพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์
ในหนึ่งปีจะมีเพียง 4 วัน เท่านั้นที่ "ปราสาทหินพนมรุ้ง" ภายในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ต.ตาเป๊ก อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ จะมีตะวันขึ้นหรือตก ตรงลอดช่องประตูทั้ง 15 ช่อง ได้ตรงอย่างน่าพิศวง ปรากฏการณ์แบบนี้ชีวิตหนึ่งต้องไปดู
แหล่งเตาโบราณ
ในบริเวณอำเภอบ้านกรวดซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ไปตามทางหลวงหมายเลข 2075 ประมาณ 66 กิโลเมตร นักโบราณคดีได้สำรวจพบเตาเผา และเครื่องปั้นดินเผาโบราณจำนวนมาก เตาโบราณเหล่านี้มีอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 14-19 เป็นแหล่งผลิตเครื่องถ้วยขอม เพื่อเป็นสินค้าป้อนใ
ปราสาทวัดโคกงิ้ว
อยู่บนทางสายนางรอง-ปะคำ (ทางหลวงหมายเลข 348) ก่อนถึงอำเภอปะคำ 3 กิโลเมตร เป็นโบราณสถานสมัยขอม ด้านหลังวัดโคกงิ้ว
เขื่อนลำนางรอง
ตั้งอยู่แยกจากอนุสาวรีย์เราสู้ไป 200 เมตร เป็นพื้นที่โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงตามพระราชดำริ เขื่อนลำนางรองเป็นเขื่อนดิน มีถนนลาดยางบนสันเขื่อนสำหรับชมทัศนียภาพ และมีร้านอาหารที่ตั้งอยู่ริมอ่างเก็บน้ำ
หัวข้อ : ปราสาทเขาพนมรุ้ง
ความคิดเห็นที่ 1 โพสเมื่อ : 27 ก.พ. 2554,09:21 น.

ytyty

8i786
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : ปราสาทเขาพนมรุ้ง
 

Satiti.com ฟรีสถิติ โค้ดสถิติ สถิติเว็บไซต์ ตัวอย่างสถิติ เว็บสถิติ จัดอันดับเว็บไซต์ ฟรีบริการเก็บสถิติเว็บไซต์
สำนักงานบุรีรัมย์ไกด์ 67 หมู่ที่ 9 ตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ 31000
Graphic designed By :: buriramguide © 2008 สงวนลิขสิทธิ์ | E-Mail crm_buriramguideแอดhotmail.co.th