หน้าหลัก | จังหวัดบุรีรัมย์ | ข่าวประชาสัมพันธ์ | แหล่งท่องเที่ยว | ประเพณีภูมิปัญญา | แนะนำภาพ | แนะนำร้านค้า | ลงนามถวายพระพร | ลงนามถวายพระพร | เว็บบอร์ด | ติดต่อโฆษณา
User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

เกาะติดประเด็นร้อน

ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » ห้างร้าน โรงแรม ท่องเที่ยว » เที่ยวบุรีรัมย์

 

วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง

 

วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง

วิสัยทัศน์
           บุรีรัมย์ไกด์ พาเที่ยว ครั้งนี้แวะมารู้จัก  “ วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง จ.บุรีรัมย์ ภูเขาไฟกระโดง เป็นแหล่งอนุรักษ์และพัฒนา พื้นที่เพื่อการท่องเที่ยว ศึกษา วิจัย เกี่ยวกับภูเขาไฟ และเป็นแหล่งส่งเสริม สนับสนุน การอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน” สิ้งที่น่าสนใจไม่ได้มีเพียงเท่านี้ รับรองว่าเที่ยววนอุทยานภูเขาไฟกระโดง หรือ "พนมกระดอง" ของชาวบุรีรัมย์ ครั้งนี้ คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้มเลยทีเดียว

 1.  ข้อมูลพื้นฐาน
      1.1  หน่วยงาน    วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง
      1.2  เนื้อที่   1,450  ไร่  หรือ  2.32    ตารางกิโลเมตร
      1.3  ที่ตั้ง   บ้านน้ำซับ   ตำบลเสม็ด   อำเภอเมือง  จังหวัดบุรีรัมย์  31000  โทร. 044-637349,08- 1470- 1022
      1.4  อาณาเขต
      -  ทิศเหนือ  จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 226 (นครราชสีมา – สุรินทร์)
- ทิศตะวันออก    จดที่สาธารณประโยชน์ ตามหนังสือสำคัญที่หลวง (น สล.) ฉบับที่ 4130/2515  ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2515 และที่สาธารณประโยชน์หนังสือสำคัญที่หลวง (น สล.) ฉบับที่ 46001/2534 ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2534
-  ทิศใต้  จดบ้านโคกเขา ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์
-  ทิศตะวันตก  จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 219 (บุรีรัมย์ – ประโคนชัย)
-  ระวางแผนที่ 5638  IV  พิกัดที่ทำการ (UTM) 95495E 52390 N
- พิกัดภูมิศาสตร์ ละติจูด 14 องศา 56 ลิปดาเหนือ และลองติจูด 103 องศา 5 ลิปดาตะวันออก

2.  สถานภาพปัจจุบัน
     2.1  ด้านการบริหารจัดการ
           วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง ได้จัดแบ่งงานออกเป็น 4 งาน ดังนี้        
                 1.  งานบริหารทั่วไป
                   2.  งานธุรการการเงินและบัญชี
  
3.  งานจัดการทรัพยากรและวิชาการ 
4.  งานประชาสัมพันธ์และเผยแพร่
          งบประมาณ ปี พ.ศ.2553 ได้รับงบประมาณจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
                 -  ค่าจ้างเหมาบริการ จำนวน 2 คน    เป็นเงิน     108,540   บาท
                 -  ค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ          เป็นเงิน      111,000   บาท
                 -  ค่าสาธารณูปโภค                           เป็นเงิน         11,100   บาท
                    รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 230,640.- บาท (สองแสนสามหมื่นหกร้อยสี่สิบบาทถ้วน)
        อัตรากำลัง ประกอบด้วย
     1.  ข้าราชการ (ชาย)  เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน                     จำนวน   1   คน
     2.  ลูกจ้างประจำ  (ชาย)    ตำแหน่งพนักงานสวนป่าชั้น 2              จำนวน   1   คน
     3.  ลูกจ้างประจำ  (หญิง)    ตำแหน่งนักการภารโรง                      จำนวน   1   คน
   
     4.  พนักงานราชการ ตำแหน่งคนงาน  ( ชาย 4 หญิง 4 )                 จำนวน    8   คน
    5.  พนักงานจ้างเหมา  (ชาย 1 หญิง 1 )                                      จำนวน    2   คน
                                     รวม                                              จำนวน    13   คน
         
        วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง  เดิมที่ชาวบ้านเรียกเขากระโดงว่า "พนมกระดอง" เป็นภาษาเขมร แปลว่า "ภูเขากระดอง (เต่า)" เพราะมีรูปลักษณ์คล้ายกระดองเต่า ต่อมา จึงเรียกเพี้ยนเป็น "กระโดง" เดิมเป็นที่ดินสาธารณะประโยชน์ ชื่อทำเลเลี้ยงสัตว์โคกเขากระโดง ต่อมา จังหวัดบุรีรัมย์ได้เสนอ กรมป่าไม้ ให้จัดตั้งเขากระโดงเป็นวนอุทยาน เมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ.2521 หลังจากนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำหนดให้เขากระโดงเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ตามประกาศ ลงวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ.2523 มีเนื้อที่ 1,450 ไร่ โดยพื้นที่ทั้งหมด ทับซ้อนกับพื้นที่วนอุทยานเขากระโดง เปลี่ยนชื่อ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพัีนธุ์พืช อนุมัติ ให้เปลี่ยนชื่อเป็น "วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง" เพื่อการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์

        สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูงและเนินเขา สภาพป่าเป็นป่าแดงหรือป่าเต็งรัง มีเนินเขาขนาดเล็ก 2 ลูกติดกัน สูงจากพื้นที่โดยรอบประมาณ 60 เมตร เนินทางทิศใต้เรียกว่า "เขาใหญ่" ส่วนเนินทางด้านทิศเหนือ เรียกว่า "เขากระโดง"

 
พระสุภัทรบพิตร
    
        เป็นพระพุทธรูปคู่เมือง ภายในเศียรบรรจุพระธาตุ ประดิษฐานอยู่บนเขากระโดง เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐฉาบปูนขนาดใหญ่ หน้าตักกว้าง 12 เมตร ฐานยาว 14 เมตร หันหน้าไปทางทิศเหนือ สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2512 โดยผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นายสุรวุฒิ บุญญานุสาสน์ ในขณะนั้น ร่วมกับพ่อค้าประชาชน และผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใส ในความคิดและโครงการต่างๆ ของหลวงพ่อบุญมา ปัญญาปโชโต อดีตเจ้าอาวาสวัดเขากระโดง ได้ร่วมกันจัดสร้างขึ้น บริเวณยอดเขากระโดง เพื่อให้เป็นที่สักการะบูชาของพุทธศาสนิกชนทั่วไป จากจุดที่ตั้งขององค์พระ สามารถมองเห็นทัศนียภาพของตัวเมืองบุรีรัมย์ได้


พระพุทธบาทจำลอง
       พระพุทธบาทจำลองประดิษฐาน ในปราสาทหินศิลาแลง โบราณเขากระโดง บนปากปล่องภูเขาไฟกระโดง  สร้างขึ้นโดยพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงห์เสนีย์) เจ้าเมืองบุรีรัมย์ กับคุณหญิงประเสริฐ สุนทราศรัย(ตุ่ม สิงห์เสนีย์)  เพื่อเป็นพุทธบูชา และเป็นปูชนียสถานสำหรับพุทธศาสนิกชนทั่วไป เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2448  ต่อมาพระพุทธบาทจำลองของเดิมได้หายไป และปราสาทหินศิลาแลงได้ปรักหักพัง   พ.ศ. 2505 คุณหญิงนครราชสีมา (เจือ สิงห์เสนีย์) พร้อมด้วยน้องๆ ซึ่งเป็นบุตรธิดาของพระยาประเสริฐ สุนทราศรัย และคุณหญิงประเสริฐ สุนทราศรัย ได้สร้างมณฑปกับพระพุทธบาทจำลองขึ้นใหม่ และได้นำมาประดิษฐานไว้ในมณฑปนี้ พระพุทธบาทจำลองมีขนาดยาว 2 ศอก 1 คืบ ( 60 นิ้ว)  กว้าง 1 ศอก (24 นิ้ว)

 
ปราสาทเขากระโดง
      ปราสาทเขากระโดงตั้งอยู่บนปากปล่องภูเขาไฟกระโดง อยู่ในเขตบ้านเขากระโดง (คุ้มบ้านซับน้ำซับ) ตำบลเสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ ปราสาทเขากระโดงเป็นศาสนสถาน  สร้างขึ้นก่อนสมัยสุโขทัย เดิมเป็นปรางค์หินทราย ก่อบนฐานศิลา แลงองค์เดียวโดดๆ ฐานสี่เหลี่ยมขนาด 4x4 เมตร มีช่องทางเข้า 4 ด้าน ต่อมาหินพังหรือถูกรื้อลงมา มีผู้นำหินมาเรียงขึ้นมาใหม่ แต่ไม่ตรงตามรูปแบบเดิม ในสมัยรัตนโกสินทร์ ตระกูลสิงห์เสนีย์ได้ประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง ไว้ในองค์ปรางค์ แล้วสร้างมณฑปครอบทับ ปราสาทเขากระโดงถูกประกาศ ขึ้นทะเบียน เป็นโบราณสถานของชาติ ในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 52 ตอนที่ 75 วันที่ 8 มีนาคม 2518 ขอบเขตโบราณสถาน 1 งาน 60 ตารางวา
 
 
ปากปล่องภูเขาไฟ

        ปากปล่องภูเขาไฟเขากระโดง อยู่ในเขตบ้านเขากระโดง (คุ้มบ้านซับน้ำซับ) ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ มีอายุประมาณ 3 แสนถึง 9 แสนปี สูงจากระดับน้ำทะเล 265 เมตร ซากปากปล่องเป็นรูปพระจันทร์ครึ่งซีก ยอดเนินเขาเป็นขอบปล่องด้านทิศใต้เรียกว่า เขาใหญ่ ส่วนยอดเนินเป็นขอบปล่อง ด้านทิศเหนือเรียกว่า เขาน้อย หรือเขากระโดง ส่วนบริเวณที่เป็นขอบปล่องปะทุ คือบริเวณที่เป็นหุบเขา ปัจจุบัน มีสภาพเป็นสระน้ำ เป็นซากภูเขาไฟ ที่ยังคงสภาพดี และมีอายุน้อยที่สุดในประเทศไทย่ ในปัจจุบันบริเวณตรงปากปล่อง มีลักษณะเป็นหลุมลึก ทางเดินเท้าก่อด้วยหินและมีระเบียงไม้ชมวิว
 
บันไดนาคราช

        สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2512 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ขึ้นบันไดไปสักการะบูชาพระสุภัทรบพิตร ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขากระโดง จำนวน 297 ขั้น ชมการละเล่นพื้นบ้านในงานประเพณีขึ้นเขากระโดง วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5   และร่วมทำบูญงานประกวดกวน ข้าวทิพย์–ตักบาตรรเทโวโรหณะ ในช่วงก่อนวันออกพรรษา และวันออกพรรษาของทุกปี
 
อ่างเก็บน้ำเขากระโดง (อ่างเก็บน้ำวุฒิสวัสดิ์)
         อยู่ด้านเหนือของภูเขากระโดง บริเวณหน้าที่ทำการวนอุทยานเขากระโดง เนื้อที่ประมาณ 40 ไร่ เป็นแหล่งอาศัยของเหล่านกน้ำประจำถิ่น และอพยพหนีหนาว รอบอ่างจะอุดมไปด้วยพันธุ์ไม้เต็ง-รัง นานาชนิด จุดนั่งชมวิวเหมาะสำหรับ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ กางเต็นท์พักแรม และศึกษาธรรมชาติ  จากจุดนี้หากมองขึ้นไปบนยอดเขากระโดงจะมองเห็นองค์พระ สุภัทรบพิตร
 
ต้นโยนีปีศาจ

       ต้นหีผี   และมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า   Schrebera  swietenioides  Roxb. เป็นพืชม้ประเภทยืนต้น ลักษณะไม้เปลือกแข็ง ลำต้นสูงใหญ่ ประเภทใบเลี้ยงคู่ออกดอกเป็นช่อๆ สีขาวแกมเหลืองเล็กน้อยคล้ายๆ ดอกพวงพยอม แต่ไม่มีกลิ่นหอม จะเริ่มออกดอกในระยะต้นของเดือนพฤษภาคม ลักษณะ ของผลคล้ายๆ ลูกมะกอก ขนาดประมาณ 3-5 เซนติเมตร เมื่อลูกสุกประมาณเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม จะหล่นลง มาและแตกออกเป็นสองซีก เมื่อนำไปกดกับดินทรายดูจะปรากฏรอยคล้ายอวัยวะเพศหญิง  มีเฉพาะประเทศไทย พบตามซากภูเขาไฟเก่า   ซึ่งเป็นที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยว    การขยายพันธุ์ด้วยวิธีเพาะเมล็ดและปักชำทำได้ยาก

 
หินลาวาลอยน้ำ
 
ลักษณะของหิน

จากที่กล่าวมาแล้ว เขากระโดงเป็นภูเขาไฟที่เย็นตัวลงและดับสนิทแล้ว  จึงพบหินภูเขาไฟหลากหลายชนิด  ซึ่งหินที่พบมากที่สุด ได้แก่
-  หินบะซอลท์ (Basalt) พบอยู่ทั่วไป  มีสีเข้มมาก เนื่องจากมีเฟอร์โรแมกนีเซียม (Ferromagnesium) และซิลิกส์ (Silics) น้อย เป็นหินอัคนีที่เกิดจากแมกมาขึ้นมาเย็นตัวบนผิวโลก  มวลหิน   บะซอลท์จะหนาและเนื้อแน่นมาก เหมาะสำหรับการทำหินก่อสร้าง ซึ่งปัจจุบันมีโรงงานโม่หินอยู่บริเวณทางเหนือและตะวันออกของพื้นที่โครงการ
- หิน Lava Flow คือ หินที่เกิดจากลาวาที่ไหลออกมาจากภูเขาไฟจะมากหรือน้อย (ความเร็ว) ขึ้นอยู่กับความลาดชันของที่ลาด ซึ่งจะพบบริเวณเชิงเขาทางด้านทิศตะวันออก
- หิน Scori เป็นหินที่มีรูพรุน น้ำหนักเบา สามารถลอยน้ำได้
- หินระเบิดภูเขาไฟ (Volcanic bomb) เป็นมวลหินที่เกิดจากมวลหินหลอมละลายเหลวกระเด็นขึ้นไปในอากาศ บางส่วนเย็นตัวในอากาศ แต่ขณะที่กระเด็นหินเหลวนี้อาจม้วนตัวบิดคล้ายเกลียวเชือก ยืดตัวหัวท้ายแหลม ส่วนกลางป่องออกคล้ายมันเทศ เรียกหินระเบิดภูเขาไฟเหล่านี้ว่า Lapilli หรือ Spindle Bomb บางก้อนตกลงมาขณะยังไม่แข็งตัวดี กระแทกกับผิวโลกด้านล่าง แผ่ตัวออกมีรูปร่างหยดน้ำคล้ายจานบิน หินระเบิดภูเขาไฟในเขตภูเขากระโดงมีขนาดตั้งแต่ปลายนิ้วก้อยจนถึงขนาดใหญ่กว่าศีรษะมนุษย์ พบมากในบริเวณผนังปล่องช่องปะทุด้านในโดยเฉพาะทางด้านใต้ของภูเขาไฟนี้
 
พรรณไม้ในอุทยาน
 
         ทรัพยากรป่าไม้ 
         ลักษณะพืชพันธุ์ธรรมชาติจะเป็นพืชพันธุ์สวันนา (Savanna Biochote) เป็นหญ้าสูงและต้นไม้ขึ้นกระจัดกระจาย พืชพันธุ์ที่เกิดในเขตนี้จะเจริญเติบโตรวดเร็ว สภาพป่าเป็นป่าเต็งรัง ซึ่งป่าชนิดนี้เป็นสังคมพืชเด่นในทาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยทั่วไป ป่าเต็งรังมีลักษณะเป็นป่าโปร่ง มีต้นไม้ขนาดเล็ก และขนาดกลาง ไม้เด่นอันเป็นไม้ดัชนีประกอบด้วยไม้ในวงศ์ยาง ฤดูแล้งจะผลัดใบ ส่วนใหญ่ปรากฏสลับกันไปกับป่าเบญจพรรณ มักกระจายอยู่ตามสันเนิน พื้นที่ราบ ที่เป็นทรายจัด หรือบนดินลูกรังที่มีชั้น ของลูกรังตื้น ตั้งแต่ระดับความสูง จากระดับน้ำทะเล 50-1,000 เมตร

         ป่าเต็งรังในวนอุทยานเขากระโดง ต้นไม้มีขนาดเล็กถึงขนาดกลางเนื่องจากลักษณะดินตื้น และมีหินผสมอยู่มาก ดินขาดความสมบูรณ์ เรือนยอดห่างกันทำให้แดดส่องลงมาถึงพื้นได้มาก พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ เต็ง รัง มะกอกเลื่อม ตะคร้อ ขี้เหล็กป่า สมอพิเภก งิ้วป่า ปอยาบ เป็นต้น  สำหรับไม้พื้นล่างเป็นพันธุ์พืชที่ชอบแสง จำพวกหญ้าชนิดต่างๆ เช่น หญ้าเพ็ก หญ้าคมบาง ในระดับไม้ชั้นรองจะพบไม้พุ่มเบิกนำหลายชนิด เช่น มะขามป้อม ติ้วขาว ติ้วแดง และยังมีพันธุ์ไม้ที่นำมาปลูกได้แก่ จามจุรี ลั่นทม สนประดิพัทธ์ โพธิ์ มะม่วง มะขาม ยูคาลิปตัส  ในฤดูฝน พื้นที่ป่ามีพืชล้มลุกขึ้นอย่างหนาแน่น จะพบดอกกระเจียวซึ่งเป็นพืชตระกูลขิง ข่า ออกดอกในช่วงฤดูฝน ดอกสามารถนำมารับประทานได้ เหมือนข่าอ่อน ผักต่างๆ เช่น ผักหวาน ผักอีนูน ผักเม็ก ดอกดิน  กระถกรก กระทงลาย สลิด ผักเปราะ กระโดน ผักแว่น นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งที่มีเห็ดจำพวกที่ สามารถนำไปปรุงอาหารได้ เช่น เห็ดโคน เห็ดระโงก เห็ดมันปู เห็ดน้ำหมาก เห็ดหูหนู เห็ดครก เห็ดเผาะ  ซึ่งในช่วงฤดูฝน ชาวบ้านจะเข้าไปเก็บหาจำนวนมาก  เมื่อเข้าฤดูหนาว ป่าเต็งรังแห่งนี้จะมีความแล้งและผลัดใบ ใบไม้ร่วงแห้ง ซึ่งเป็นเชื้อเพลิง เป็นอย่างดี จึงมักเกิดไฟป่าในสังคมพืชชนิดนี้ทุกปี แต่อย่างไรก็ตาม ที่วนอุทยานเขากระโดง ไม่ค่อยมีเหตุการณ์ไฟป่าเกิดขึ้นมากนัก
 
 

 

 

 

 

บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้ อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆที่ทีมงานคิดว่ามีประโยชน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดความบันเทิง และให้ความรู้ โดยเราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ E-mail crm_buriramguideแอดhotmail.co.th ทีมงานจะนำบทความนั้นๆออกทันทีี

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอข้อมูลกับบุรีรัมย์ไกด์ดอทคอมและบุรีรัมย์ไทม์ด้วยวิธีง่ายๆ
เพียงส่งรูปภาพหรือข้อมูลข่าวสารกิจกรรมที่ท่านมีเกี่ยวกับบทความเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ มาให้เราที่ buriramguideแอดhotmail.co.th ทางทีมงานจะนำรูปภาพและบทความของท่านมาปรับปรุงข้อมูลและลงชื่อท่านเพื่อเป็นเกียรติค่ะ
เขียนเมื่อ : 07 พ.ย. 2553,16:26   เข้าชม : 956 ครั้ง

ห้างร้าน โรงแรม ท่องเที่ยว » เที่ยวบุรีรัมย์อื่นๆที่น่าสนใจ
งานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ประจำปี 2553
จังหวัดบุรีรัมย์ จัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ประจำปี 2553 ระหว่างวันที่วันที่ 6 มีนาคม – 4 เมษายน 2553 นี้ เชิญพิสูจน์ปรากฏการณ์มหัศจรรย์แสงพระอาทิตย์ส่องตรง 15 ช่องประตูปราสาทพนมรุ้ง พร้อมปรับบทเนื้อหาการแสดงแสง สี เสียงชุดใหม่ และการแข่งขันวิ่งมินิมาราธ
ประเพณีขึ้นวนอุทยานภูเขาไฟกระโดง
อำเภอเมืองบุรีรัมย์ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ สภาวัฒนธรรมอำเภอเมืองบุรีรัมย์และส่วนราชการอำเภอเมืองบุรีรัมย์ ตลอกจนภาคเอกชน
บุรีรัมย์ เมืองปราสาทหิน ถิ่นภูเขาไฟ
บุรีรัมย์คือดินแดนภูเขาไฟเมืองไทย และเป็นแหล่งรวมอารยธรรมขอมโบราณ จึงมีความสำคัญในฐานะแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ บุรีรัมย์ยังได้รับสมญานามว่าดินแดนปราสาทหิน อันมากมายไปด้วยมรดกทางวัฒนธรรม โดยมีงานศิลปหัตถกรมลือเลื่องคือผ้าไหมและผ้ามัดหมี่น
ปราสาทหนองหงส์
ปราสาทหนองหงส์ อยู่ทางด้านซ้ายของแนวสันเขื่อนลำนางรอง ห่างจากตัวเขื่อนประมาณ 500 เมตร เป็นโบราณสถานขนาดเล็กประกอบด้วยปรางค์ 3 องค์ ก่อด้วยอิฐ ตั้งบนฐานก่อด้วยศิลาแลงต่อเนื่องเป็นฐานเดียวกัน
วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง
บุรีรัมย์ไกด์ พาเที่ยว ครั้งนี้แวะมารู้จัก “ วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง จ.บุรีรัมย์ ภูเขาไฟกระโดง เป็นแหล่งอนุรักษ์และพัฒนา พื้นที่เพื่อการท่องเที่ยว ศึกษา วิจัย เกี่ยวกับภูเขาไฟ และเป็นแหล่งส่งเสริม สนับสนุน การอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น โดยการมีส่วนร่
อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง
อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง หรือ ปราสาทหินพนมรุ้ง ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 2 (บ้านดอนหนองแหน) ตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ลงมาทางทิศใต้ประมาณ 77 กิโลเมตร
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง
 

Satiti.com ฟรีสถิติ โค้ดสถิติ สถิติเว็บไซต์ ตัวอย่างสถิติ เว็บสถิติ จัดอันดับเว็บไซต์ ฟรีบริการเก็บสถิติเว็บไซต์
สำนักงานบุรีรัมย์ไกด์ 67 หมู่ที่ 9 ตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ 31000
Graphic designed By :: buriramguide © 2008 สงวนลิขสิทธิ์ | E-Mail crm_buriramguideแอดhotmail.co.th