|
“เรามีกันและกัน ไม่ว่าอยู่ไหน
จับมือเดินเคียงกันไป ด้วยหัวใจผูกพัน
จะอยู่เป็นกำลังของใจ หนทางยาวไกลไม่หวั่น
ให้บุรีรัมย์ของเรา ได้ประตู...”
เสียงเพลงเชียร์ “เรามีเรา” ของเหล่านักรบลาวาเพลิง แห่ง สโมสรบุรีรัมย์ เอฟซี กับลีลาเชียร์สุดๆ ของลาวาเพลิงตัวแม่ ‘ต่าย’ กรุณา ชิดชอบ ดังกระหึ่มสนามไอ-โมบาย สเตเดี้ยม (i-mobile stadium) เมืองบุรีรัมย์ ในทุกแมทช์การแข่งขันของบุรีรัมย์ เอฟซี ที่ตัวเธอเป็นประธานสโมสร และ ‘ปราสาทสายฟ้า’ สโมสรบุรีรัมย์ พีอีเอ ที่มี เนวิน ชิดชอบ เป็นประธานสโมสร
จึงไม่แปลกหรอกที่ ‘นักรบลาวาเพลิง’ เป็นยอดทีมแกร่ง จ่าฝูงลูกหนังลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 โซนภาคอีสานในเวลานี้ และตั้งเป้าก้าวสู่ดิวิชั่น 1 ในฤดูกาลหน้า
“เราตั้งเป้าว่า สโมสรบุรีรัมย์ เอฟซี จะขึ้นเป็นที่หนึ่ง ในปี 2554 แล้วปี 2555 บุรีรัมย์ เอฟซี จะอยู่ในไทยลีก ระดับเดียวกับสโมสรบุรีรัมย์ พีอีเอ ของคุณเนวินให้ได้”
ภาพที่ไม่คุ้นสายตาของคนต่างถิ่นคือ กรุณา ชิดชอบ หรือ ‘นายกฯ ต่าย’ (นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์) แปลงโฉมเป็นผู้นำเชียร์ในชุดกระโปรงสั้นสีดำสวมเสื้อสีแสด ด้านหน้ามีโลโก้ภูเขาไฟ ด้านหลังสกรีนคำว่า “กูทำ... อะไรก็ผิด”
บนใบหน้าเธอทาสีส้มเป็นรูปตัวที แขนด้านซ้ายเขียนคำว่า ‘LOVE’ มาพร้อมกองทัพนักรบลาวาเพลิงกว่า 2,000 ชีวิต นั่งบนอัฒจันทร์ เพื่อประกาศศักดาเจ้าถิ่น โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นแรงหนุนให้กับนักเตะบุรีรัมย์ เอฟซี พิชิตคู่แข่งขัน
“ความจริงไม่ได้ต้องการอะไร แค่อยากเป็นตัวอย่างให้กับกองเชียร์ว่าเมื่อเข้ามาเชียร์แล้ว ต้องเต็มที่และจริงจัง ใส่กันให้มันส์สุด ๆ ไปเลย”
ผู้จุดประกายวัฒนธรรมการเชียร์ให้มีสีสันและเร้าใจตลอดทั้งเกม เปิดใจกับกองบรรณาธิการนิตยสาร ‘เนชั่นสุดสัปดาห์’ แบบตรงไปตรงมาเป็นครั้งแรก
- คุณต่ายคือ ลาวาเพลิงตัวแม่
(หัวเราะ) ใครบอก จริงๆ ต้องบอกว่ามาแบบไม่รู้หมู่รู้จ่าเลยคือ เริ่มต้นให้มาเป็นประธานสโมสรบุรีรัมย์เอฟซี อยู่ไปอยู่มากลายเป็นประธานเชียร์ พอมีการแข่งขันชาวบ้านก็แห่กันมาเชียร์ บางคนใส่ผ้าถุงลาย คีบรองเท้าแตะ ใส่เสื้อยืด ขาสั้น ใส่หมวกเห็นแต่ลูกตา ปรบมือ เชียร์กันไปแบบฉิ่งฉับทัวร์ เพลงก็ร้องแบบกีฬาสีแรกๆ ก็ตามเขาไป
แต่พอไปเห็นกองเชียร์ของการไฟฟ้าจากกรุงเทพฯ รู้สึกว่าเขาเชียร์ดีจังเลย มีสแตนด์เชียร์ มีกลองใหญ่ เสื้อผ้าหน้าผมเป็นทีมเวิร์ค ก็รู้สึกรับไม่ได้กับกองเชียร์เรา ก็พยายามแก้ไขจนมาถึงวันหนึ่ง (1 พฤษภาคม 2553) เป็นแมตช์ที่บุรีรัมย์เอฟซี ต้องมาเตะที่บ้านเมืองทองฯ จะทำอย่างไรดี ก็ตัดสินใจปฎิวัติตัวเองเลย
- มีแผนปฎิวัติกองเชียร์อย่างไร
วันนั้นหลอกคุณเนวินว่าไปซ่อมห้องน้ำที่บ้าน หายไป 3 วัน แอบนัดพวกฮาร์ดคอร์มาซ้อมเชียร์ที่บ้าน เปิดซีดีดูกองเชียร์ชลบุรี กองเชียร์เมืองทองฯ ว่าเขาทำอย่างไรกัน เริ่มจากเปลี่ยนเครื่องแต่งกายใหม่ ไม่ใส่รองเท้าแตะ ใส่ผ้าใบ ห้ามใส่กางเกงลาย และต้องไม่ใส่ปลอกแขน ไม่ต้องกลัวร้อน ไม่ต้องกลัวร้อน ไม่ต้องอะไรเลย สรุปว่าทุกคนโอเค ก็ซ้อมกันอยู่ 3 วัน เริ่มจนปรบมือให้เป็นจังหวะ พร้อมเพรียงและมีพลัง ไม่ใช่ แปะ แปะ แปะ ไม่ได้ ไม่เอา ต้องตบด้วยพลัง ด้วยหัวใจนักสู้
ปรากฏว่าวันนั้นกองเชียร์นักรบลาวาบุกบ้านเมืองทองฯ 2 พันกว่าคน ฮือฮาเลยเป็นกองเชียร์ที่ใหญ่มากๆ จนมีคนว่าเราเป็นกองเชียร์จัดตั้ง กองเชียร์รับจ้างจ้างมาเชียร์
- รู้สึกอย่างไรกับคำว่า ‘กองเชียร์จัดตั้ง’
เราไม่ใช่กองเชียร์รับจ้าง แต่มันคือต่างตอบแทน ถ้าเราคิดง่ายๆ และยอมรับด้วยความจริงคือ ของฟรีไม่มีในโลก ในเมื่อสปอนเซอร์จ่ายให้เรา เราก็ต้องไปร้องไปรำให้เขา ก็เท่านั้นเอง ไม่ได้มีอะไรเลย อันนี้คือสัจธรรม คือความเป็นจริง ถ้ายอมรับกันได้ และอยากจะย้อนถามกลับไปว่าสโมสรอื่นอยากได้แบบนี้ไหม แค่นั้นแหละคุณต้องเข้าใจว่าทำไมเราถึงทำแบบนี้ และถ้าคุณบอกว่าไม่อยากได้หรอกแบบนี้ ก็จบ
กองเชียร์นักรบลาวา ไม่มีค่าตอบแทนไม่มีเงินเดือน ทุกคนมาด้วยหัวใจนักสู้ มาเชียร์นักกีฬาขวัญใจของพวกเขา คนเชียร์ส่วนใหญ่เป็นพ่อค้า แม่ค้า ชาวไร่ ชาวนาที่มีรายได้อยู่แล้วเพียงแต่เสียสละหยุดทำงานหนึ่งวันมาเชียร์ฟุตบอล บางคนยอมเสียรายได้ไม่ขายของมาเชียร์บอลดีกว่า
ต่ายก็เลยคุยกับคุณเนวินว่าขอแบ่งส่วนสปอนเซอร์นักกีฬามาให้กองเชียร์เป็นค่าใช้จ่าย คือ ค่ารถฟรี ค่าตั๋วฟรี และให้ค่าข้าวคนละ 100 บาท แต่มีข้อแม้ว่าไปต้องมีหัวใจนักสู้ คือไปเชียร์จริงๆ ไม่ใช่ไปเที่ยวสนุก ไม่เอา ตัดออก
เราต้องโชว์เต็มที่ ไม่มีสโมสรที่ไหนที่ร้องเพลงให้สปอนเซอร์ได้ทุกแบรนด์ แต่เราร้องให้ได้หมดเลย
- ทราบว่า คุณเนวิน แต่งเพลงเชียร์เอง
ค่ะ คุณเนวินแต่งเพลงเองหมด อย่างเพลงนักรบปราสาทสายฟ้า เพลงเรามีเราแต่งเพลงสั้น ๆ ที่ร้องเป็นช็อต ๆ ช่วยกันแต่ง เพราะร้องยาวไม่ได้ มันไม่มัน เพลงเรามีเรา หมายถึง ไม่ว่าคุณจะแพ้หรือคุณจะชนะ คุณก็มีพวกเราอยู่เคียงข้างคุณตลอดเวลา
- คำว่า ‘นักรบลาวาเพลิง’ คืออะไร
บุรีรัมย์ เป็นเมืองภูเขาไฟ ก็เลยเป็นลาวา เหล่าลาวาเพลิงก็คือ กองเชียร์แห่งนักรบลาวา มีสัญลักษณ์เป็นสีแสด โลโก้เป็นภูเขาไฟ ส่วนของทีมใหญ่ บุรีรัมย์ พีอีเอ สัญลักษณ์คือ สีน้ำเงิน โลโก้เป็นปราสาทหินพนมรุ้ง เปรียบเสมือน ‘ปราสาทสายฟ้า’ บุรีรัมย์ พีอีเอ คือนักสู้ตัวจริง เพราะเราคือ บุรีรัมย์
- ทราบว่าคุณต่ายดุมาก
ไม่ใช่.. เข้าไม่ถึงมากกว่า เพราะไม่เปิดโอกาสให้ใครมาเข้าใกล้มากกว่า คือต่ายอาจะเป็นหลังบ้านที่ไม่เหมือนหลังบ้านคนอื่น เป็นคนค่อนข้างเก็บตัว ไม่ค่อยออกงานเป็นคนจริงจัง ทำอะไรทำจริง ภายเลยเหมือนเป็นคนดุ
แต่จริงๆ ไม่มีอะไร ต่ายกับชาวบ้านสถานะเท่ากัน คือคุณกับฉันเหนื่อยเท่ากันนะ อย่ามากินแรงกัน เพราะว่าฉันก็ไม่ได้เหนื่อยน้อยไปกว่าคุณ เหนื่อยเท่ากัน เราจะมีหลักเกณฑ์ว่าใครจะมาเป็นกองเชียร์ฮาร์ดคอร์ ต้องปฏิบัติดังนี้ คือ
1.ปรบมือให้ผ่าน กระโดดโลดเต้นต้องบ้าคลั่งไว้ก่อน 2.คุณต้องเชียร์ตลอด 90 นาทีของการแข่งขัน เริ่มต้งแต่นักกีฬาลงสนามวอร์ม เสร็จแล้วเตะ 45 นาที ห้ามลงไปฉี่เด็ดขาดนอกจากจะเป็นลม ท้องเสียอย่างนี้ได้ ถ้าไม่มีอะไรก็อีก 45 นาที ต้องอยู่บนนี้ เพราะต่ายก็อยู่เหมือนกัน พอเวลาพักครึ่งลงกินน้ำพร้อมกันภายใน 7-8 นาที ก็ต้องรีบขึ้นมาก่อนนักกีฬาจะลงสนาม ใครขึ้นช้าตัดออกเลย
· คุณต่าย จริงจังกับบทบาทตรงนี้มาก
มันอาจจะเป็นเหมือนกัน ทั้งคุณเนวินและต่าย ไม่ว่าจะทำด้วยหัวใจ อย่างเรื่องฟุตบอล ถ้าคิดว่าการตั้งสโมสรฟุตบอลจะได้กำไรในเชิงธุรกิจยาก เราไม่เหมือนคนอื่น เขาอาจจะทำรายการทีวี ทำหนังสือขายอย่างนี้ แต่พวกเรากีฬาล้วน ๆ ซึ่งถ้าไม่มีหัวใจก็ทำไม่ได้ เพราะเราต้องยอมรับว่าการปกครองนักกีฬาที่มาจากไหนก็ไม่รู้ และเป็นซูเปอร์สตาร์ทั้งนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย
- งบฯ อัดฉีดบุรีรัมย์ เอฟซี เป็นอย่างไร
การอัดฉีดแบบนี้เพื่อเป็นการกระตุ้นให้กับนักเตะเวลาลงไปเล่นในแต่ละเกม ซึ่งก็ได้ผล เพราะนักเตะมุ่งมั่นที่จะยิงประตูให้ได้เยอะๆ ในแต่ละเกม จากสถิติที่ผ่านมาพวกเขาสามารถทำได้ ซึ่งก็เป็นผลดีกับทีม ยังเป็นทีมนำ และยิงประตูได้เยอะที่สุด และเสียประตูน้อยที่สุดในตอนนี้
- เป็นแรงกระตุ้นที่ประสบความสำเร็จ
(หัวเราะ) ส่วนใหญ่แฮปปี้ เพราะคุณอยู่สโมสรอื่นไม่มี เต็มที่ชนะก็ได้แค่ 5 พันบาท อย่างของชุดใหญ่ทีมพีอีเอ ให้เป็นแต้ม แต้มละแสน คือสมมติชนะ 1 ลูก ก็คือ 3 แต้มกับอีก 1 ลูก ลูกละแสนก็เป็น 4 แสนบาท ตอนแรกๆ ก็รักเธอเสมอมาตลอดของทีมใหญ่ ต่ายเลยไปท้านักฟุตบอลว่าเอาอย่างนี้ แพ้เสมอ พี่ไม่จ่ายกินเงินเดือนอย่างเดียวกับเบี้ยซ้อม
ถ้าพวกคุณชนะ เนวินจ่ายให้เท่าไหร่ พี่ต่ายจะจ่ายเบิลให้เลย มันก็เลยกลายเป็นว่า ถ้าชนะ 1 ลูก เขาจะได้
8 แสนบาท (ยิ้ม) เชื่อมั้ยหลังจากนั้นเริ่มดีขึ้น เพราะอัดฉีดเลยชนะก็ได้มาเป็นรองแชมป์ฟุตบอลสปอนเซอร์ไทยพรีเมียร์ลีก ประจำฤดูกาล 2010 ก็โอเค
ส่วนทีมเล็กเอฟซี ตั้งแต่เลกแรก น่าจะยิงไม่ต่ำกว่า 30 ลูก ลูกละแสนเหมือนกัน เพราะเราตั้งเป้าว่าสโมสรบุรีรัมย์เท่านั้น เราอยากให้เด็กมีโอกาส ไม่ใช่ว่าเอาแต่ตรงนี้เหมือนปิดกั้นเกินไป ถ้าคุณคิดว่าคุณมีพรแสวงก่อน พรสวรรค์มาทีหลัง พรแสวงคือคุณมาแล้วคุณขยัน คุณซ้อม เราจ้างโค้ชมาซ้อมให้คุณ โอเคเราปั้น คุณมีพรสวรรค์ แต่ขี้เกียจ ก็ไม่มีประโยชน์
- บุรีรัมย์ฟีเวอร์ ถือว่าพลิกโฉมวงการลูกหนังไทย
อันนี้เราไม่ทราบว่าคนอื่นคิดยังไง แต่คุณเนวินเป็นคนที่มีความบ้าแบบสุดๆ เป็นคนที่ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทของนักการเมืองหรือหัวหน้าครอบครัว หรือในบทบาทอะไรก็ตาม เป็นคนที่ทำอะไรแล้วสุดหัวใจ เป็นคนที่ไม่กั๊ก
กล้าพูดได้ตรงนี้เลยว่า ถ้าวันไหนคุณเนวิน เป็นนายกรัฐมนตรี ต่ายหย่าทันทีพอแล้วค่ะ อิ่มแล้วค่ะ เราอยู่กับชาวบ้าน ถ้าเขามีหัวใจให้เรา เรามีหัวใจให้เขา ก็สุขแล้ว แต่ถ้าเราอยู่กับใครแล้วเขาไม่มีหัวใจให้เรา ก็ไม่มีความสุขไม่ว่าจะอยู่สังคมไหนก็ตาม
- สนามการเมืองคุณเนวิน ในอนาคตจะเป็นอย่างไร
ไม่เอาแล้ว พอแล้วค่ะ ไปดูได้เลยว่าไม่มีประธานสโมสรคนไหนอยู่กับเด็กๆ ทุกวัน ถ้าตอนเก็บตัวที่กรุงเทพฯ ช่วง 3 โมง คุณเนวินจะไม่รับนัดเลย เปลี่ยนเสื้อผ้าไปอยู่ในสนามแล้ว คุณเนวิน จะอยู่ในสนามทุกวัน มาบุรีรัมย์ก็อยู่สนามทุกวัน
- หลังเสื้อเชียร์มีคำสกรีนว่า ‘กูทำ... อะไรก็ผิด’ คิดอะไรอยู่
(ยิ้ม) ประชดค่ะ ขอบอกว่าเป็นคนที่นาน ๆ จะเข้าไปดูกระทู้ในอินเทอร์เน็ต พอเข้าไปอ่านก็...อูยย ทำไมถูกว่า อย่างเช่นรับจ้างมาเชียร์ บางคนก็ด่าเราว่าทำไมต้องมาเชียร์พร้อมกัน ทำไมต้องทำท่าพร้อมกันแล้วก็บอกว่าเราเชียร์แบบแอโรบิก และทำไมด่าได้พร้อมกัน
ถ้าฟังเหตุผล มันก็มีที่มาที่ไป และต้องเฉลยว่า การปรบมือเป็นการเชียร์ที่เหนื่อยมาก เอาแค่ 1 นาทีก็จะปวดมากเลย พี่ก็เลยคิดเอาท่าบอดี้คอมแบตเข้ามาคือ ปล่อยหมัดขวา ปล่อยหมัดซ้าย เหมือนท่าชกมวย อะไรอย่างนี้ให้สนุก ๆ เพราะเราเชียร์ตลอด 90 นาที ถ้าไม่มีอะไรมาคั่นกลาง เราจะเหนื่อยมาก ไม่ไหว
สมมติว่านักกีฬาเจ็บแล้วเอาแปลหามมาข้างสนาม เราก็ร้อง...เฮ้ย ๆ นักกีฬาเจ็บแล้ว ก็จะโยคะกัน จริงๆ เมื่อยและเหนื่อยไม่ได้มีอะไรเลย
ท้อแท้ค่ะ ท้อแท้จริง ๆ ท้อแท้จนเมื่อประมาณเดือนที่แล้ว พี่บอกคุณเนวินว่า ‘เลิก’ ไม่ได้เลิกทำบอลนะ แต่เลิกเชียร์ ไม่ไหวจริงๆ ทำอะไรก็ไม่ถูก ยกตัวอย่าง ฟุตบอลทุกคนด่าเหมือนกันหมด แต่บังเอิญว่าทีมอื่นด่าได้ไม่เหมือนกัน ไม่พร้อมกันเหมือนเรา ไอ้ที่เราพร้อมกันเพราะของเราทีมเชียร์ไปเยอะก็ดูมีพลังภาพที่ออกมามันก็ดัง แต่ของทีมอื่นมีนิดเดียวก็ไม่รู้จะทำยังไง
- คุณต่ายบอกว่า การเมืองโหดร้าย
จริงๆ ต้องบอกว่าการเมืองมันโหดร้ายจริง ๆ เรื่องการเมืองมันไม่ควรกระทบมาถึงครอบครัว เพราะครอบครัวไม่ได้เข้าไปยุ่ง แต่ที่พูดอย่างนี้ เพราะว่าโดนมากับ ตัวเองแล้วลูก ๆ มีผลอะไรหลาย ๆ อย่าง ก็อยากจะบอกว่าถ้าใครรักลูก อย่าเอาลูกมาเล่นการเมือง
การเมืองของต่าย กับคุณนวิน กับคนบุรีรัมย์ ไม่มีอะไรเลย แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด เราต้องยอมรับว่า คนในบุรีรัมย์ก็ต้องมีคนที่ไม่ชอบเรา แต่ส่วนใหญ่แล้วยังรักกัน เพราะว่าคนที่นี่ คนเขมรกับคนส่วยมีเอกลักษณ์อย่างหนึ่งคือ รักใครแล้วรักจริง มาอยู่ที่นี่ใหม่ ๆ ก็ไม่เข้าใจ ก็ต้องปรับจูนเข้าใจดีทุกอย่าง เพราะอยู่มาเกือบ 20 ปีแล้ว
- บทบาทตรงนี้ ลูกๆ มีความเห็นอย่างไรบ้าง
ถ้าการเมืองลูกๆ ไม่ชอบเลย แต่ถ้ากีฬา ลูกแฮปปี้ทุกคน เพราะทุกครั้งที่เด็กๆ กลับมาจากอังกฤษ เราก็จะมาอยู่บุรีรัมย์ กัน ลูก ๆ ก็จะมานำเชียร์เหมือนกัน โดยเฉพาะลูกสาวคนนี้เก่งมาก จะแต่งแต้มสีสันบนใบหน้าและเลือกเสื้อผ้าให้ คือมีดีไซเนอร์ประจำทีม พอเขาไม่อยู่ เราก็ต้องแต่งเองหมด หน้าก็ทาสีสันเอง อย่างที่เห็นเรียบ ๆ ง่าย ๆ แต่มีความหมาย
ที่มา : เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับ 962 ประจำศุกร์ที่ 5 พฤศจิกายน 53 เรื่อง : ณิชชา เจาวัฒนา ภาพ : ทวีชัย เจาวัฒนา
|