หน้าหลัก | จังหวัดบุรีรัมย์ | ข่าวประชาสัมพันธ์ | แหล่งท่องเที่ยว | ประเพณีภูมิปัญญา | แนะนำภาพ | แนะนำร้านค้า | ลงนามถวายพระพร | ลงนามถวายพระพร | เว็บบอร์ด | ติดต่อโฆษณา
User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

เกาะติดประเด็นร้อน

ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » มุมสงบ » เกจิอาจารย์

 

ตามรอยเกจิดัง หลวงปู่สุข วัดโพธิ์ทรายทอง

 

ตามรอยเกจิดัง หลวงปู่สุข วัดโพธิ์ทรายทอง

คอลัมน์ ตามรอยเกจิดัง จะขอตามรอย พระเกจิอาจารย์ชื่อดังท่านหนึ่ง ที่พุทธศาสนิกชนอย่างเราๆท่านๆรู้จักและเคารพนับถือกันมานาน เกจิชื่อดังท่านนี้คือ พระครูภาวนาภิมณฑ์ หรือหลวงปู่สุข ธมฺมโชโต อดีตเจ้าอาวาสวัด วัดโพธิ์ทรายทอง ต.ละหานทราย อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ซึ่งวัดโพธิ์ทรายทองแห่งนี้ นับเป็นวัดที่เก่าแก่วัดหนึ่ง ที่มีมาตั้งแต่สมัยยุคต้นรัตนโกสินทร์

 

สำหรับ หลวงปู่สุข เดิมชื่อ สุข นามสกุล ยอดเยี่ยมแกร เป็นบุตรของ นายโฮ และนางแฮม ยอดเยี่ยมแกร อาชีพทำนา ท่านเป็นบุตรคนที่ 4 เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 เดือนเมษายน พ.ศ. 2421 แรม 5 ค่ำ ปีเถาะ เกิดที่บ้านละหานทราย หมู่ที่ 2 ต.ละหานทราย มีพี่น้องร่วมสายโลหิตจำนวน 6 คน

 

ชีวิตของหลวงปู่สุข ในวัยเด็ก ต้องอาศัยวัดเป็นที่เรียนหนังสือ โดยเรียนหนังสือขอมที่วัดโพธิ์ทรายทอง จนสามารถอ่านออก เขียนได้ เมื่ออายุได้ 17 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดโพธิ์ทรายทอง บรรพชาอยู่ได้ ๕ พรรษา เมื่ออายุได้ ๒๑ ปี จึงอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดโพธิ์ทรายทอง เมื่อวันพุธที่ 20พ.ค. พ.ศ.2542 ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 7 ปีกุน มีเจ้าอธิการนิ่ม วัดสายน้ำไหล เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการกลิ่น เป็นพระกรรมวาจารย์ พระอธิการเกิดเป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า ธมฺมโชโตแปลว่า แสงสว่างแห่งธรรม

 

เมื่อหลวงปู่สุขท่านอุปสมบทท่านก็ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดโพธิ์ทรายทอง ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่มีโรงเรียนปริยัติธรรมแต่ท่านก็ได้ศึกษาพระธรรมวินัยซึ่งเป็นภาษาขอม จนมีความรู้ แตกฉานสามารถอ่านออกเขียนได้เป็นอย่างดี ท่านศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย ที่วัดโพธิ์ทรายทองจนแตกฉานดีแล้ว ท่านก็ตั้งใจที่จะออกธุดงค์เพื่อปลีกวิเวก เพราะหลวงปู่เห็นว่า การที่เล่าเรียนเฉพาะพระธรรมวินัยภายในวัดแต่เพียงอย่างเดียว มันเป็นเพียงแค่เปลือกนอก ไม่ก่อประโยชน์แก่ตัวเองมากนัก ท่านจึงตัดสินใจออกเดินธุดงค์ไปกลายแห่ง ด้านวิปัสสนากัมมัฏฐาน

 

โดยระหว่างธุดงค์ ท่านได้เรียนกับ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต และด้านพระเวทย์วิทยาคมต่างๆ ท่านได้ศึกษากับ พระอาจารย์อินทร์ ภิกษุชาวเขมรซึ่งได้ธุดงค์มาจาก เมืองศรีโสภณ และได้มาสร้าง วัดหนองติม อยู่ในเขต อ.ตาพระยา ซึ่งเดิมขึ้นอยู่กับ จ.ปราจีนบุรี หลวงปู่สุขท่านได้เจริญวิปัสสนากัมมัฏฐานและก็สมถภาวนาอยู่เป็นประจำ ปฏิบัติธรรมด้วยความเคร่งครัด จนชาวบ้านกล่าวขานกันว่า ท่านสำเร็จถึงขั้น อภิญญาด้วยวัตรปฏิบัติที่ดีงาม ความสำเร็จทั้งหลายเหล่านี้ ทำให้ชาวบ้านเล่ากันปากต่อปาก ถึงกับมีผู้เสื่อมใสหลวงปู่ ในหลายจังหวัดเดินทางมากราบมนัสการ และสนทนาธรรมอยู่อย่างเนืองนิตย์ ซึ่งถนนหนทางในสมัยนั้น การคมนาคมยังไม่เจริญเท่าทุกวันนี้ บางคน บางคณะอาจต้องค้างแรมกันหลายคืน ทั้งยังบุกป่าฝ่าดงเผชิญกับสัตว์ป่าดุร้ายมากมาย แต่กลุ่มผู้ศรัทธาก็ไม่ยอมย่อท้อ ต่อความยากลำบาก เดินทางมาจนถึงตัวท่านให้ท่านเป่ากระหม่อมบ้าง รดน้ำมนต์บ้าง เพื่อความเป็นสิริมงคล

 

ตำแหน่ง และสมณศักดิ์ (ประวัติการปกครอง) พ.ศ. ๒๔๘๒ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทรายทอง(เป็นเจ้าอาวาส ๓๓ ปี)พ.ศ. ๒๕๙๘ เป็นเจ้าคณะตำบลละหานทราย พ.ศ. ๒๔๙๙ เป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ. ๒๕๑๓ ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูภาวนาภิมณฑ์พ.ศ. ๒๕๑๕ มรณภาพ (๓๑ ธันวาคม ๒๕๑๕) รวมสิริอายุได้ ๙๕ ปี

โดยเริ่มจากการศึกษาพระธรรมวินัย หลวงปู่สุข ธมฺมโชโต ได้ศึกษาจากคัมภีร์ตำราตัวอักษรขอม และบาลีจนมีความรู้แตกฉานเชี่ยวชาญ หลวงปู่สุขได้ศึกษาเล่าเรียนการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานจาก หลวงปู่มั่นภูริทัตโต พระอริยสงฆ์ ผู้นำกองทัพธรรมฝ่ายวิปัสสนากัมมัฏฐานแห่งภาคอีสาน ซึ่งกล่าวกันว่าหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ท่านสำเร็จอรหันต์ เป็นอาจารย์ใหญ่ของพระป่า สายธรรมยุติ

 

สำหรับกิจวัตรประจำที่หลวงปู่สุข ธมฺมโชโต ถือปฏิบัติเป็นนิจ(ปฏิปทาพิเศษ) คือการเจริญสมถกัมมัฏฐาน และวิปัสสนากัมมัฏฐานเป็นวัตรปฏิบัติประจำเนื่องนิจ โดยกำหนดองค์ ภาวนาทุกลมหายใจเข้าออก และทุกอิริยาบถ อาทิเช่น การสวดมนต์ภาวนา และลงพระอุโบสถไม่เคยขาด ,ทุกอิริยาบถ ไม่ว่าจะฉันอาหาร ห่มจีวร สรงน้ำ เดิน นั่ง นอนจะต้องสวด ภาวนากำหนดสมาธิ มีสติกำกับก่อนทุกครั้ง ,เจริญวิปัสสนากัมมัฏฐาน เป็นระยะเวลานานๆ 10-15 วัน โดยไม่ฉันอาหาร เว้นน้ำดื่มและห้ามไม่ให้ใครรบกวน

 

หลวงปู่สุข ธมฺมโชโต ท่านอยู่อย่างสันโดษ คือ เรียบง่าย เจริญตามแนวทางพระธรรมวินัย ละกิเลส เจริญปัญญา รู้แจ้ง เห็นจริง ในเรื่องกายและจิตอาทิเช่น การอยู่อย่างสมถะฉันง่าย ไม่ยินดีในเรื่องรสชาติของอาหารบิณฑบาต ได้อะไรมาก็ฉันอย่างนั้นอยู่ง่าย ไม่สนใจในเรื่องความสะดวกสบาย อดทนต่อสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะร้อน จะหนาว ไม่เคยใช้รองเท้า และสบู่ฟอกตัว ไม่สนใจในทรัพย์สิน และไทยทาน เงินทองหรือปิยภัณฑ์ใดๆ ที่ได้รับมอบถวาย ไม่เคยเก็บสะสมเอาไว้เป็นสมบัติส่วนตัว และไม่เคยสนใจว่าใครจะหยิบฉวยเอาไป ใครอยากได้ก็ยินดีมอบให้เสมอไม่เคยหวงไม่เคยนับและถือจ่ายเงินเลย ไม่สนใจในลาภยศ ท่านเป็นพระป่าบ้านนอก เคร่งในพระธรรมวินัย มุ่งปฏิบัติเจริญวิปัสสนากัมมัฏฐาน มีสมาธิจิตสูงยิ่ง ไม่ยินดีในลาภยศสรรเสริญ ไม่แสวงหายศถาบรรดาศักดิ์เป็นพระสงฆ์สุปัฏิปันโน มักน้อย รักสันโดษ ถึงแม้ในปี พ.ศ.2513 ท่านจะได้รับการแต่งตั้งเป็นพระครูภาวนาภิมณฑ์ ท่านก็ไม่สนใจ ท่านเพียงแต่กล่าวว่า ก็ข้าเป็นพระแล้วจะให้ข้าเป็นอะไรอีก

 

หลวงปู่สุข ธมฺมโชโต มีเมตตากรุณาต่อชนทุกชั้นรับนิมนต์โดยไม่เคยรังเกียจเดียดฉันท์ให้ความเสมอภาคเท่าเทียมกันหมด ไม่ว่าจะมีฐานะอย่างไร ระยะทางจะไกลหรือใกล้ มีขันติ และวิริยะสูง ท่านเคร่งในวัตรปฏิบัติตามพระธรรมวินัย มีความเพียรพยายาม อุตสาหะ อดทนในการฝึกจิต สำรวจกายทุกลมหายใจเข้าออก นั่งวิปัสสนากัมมัฏฐานเป็นระยะเวลานาน ๆ บางครั้งนั่งวิปัสสนากัมมัฎฐานถึง 15 วัน โดยไม่ฉัน ท่านมีสมาธิจิตขั้นสูงสำเร็จ อภิญญา หลวงปู่สุข ธมฺมโชโต ท่านมีความอดทนเป็นเลิศ แม้ยามเจ็บป่วย (อาพาธ) ไม่เคยปริปาก หรือบ่นให้ใครรู้ท่านล่วงรู้กาลมรณภาพล่วงหน้า ในวันสารท แรม 15 ค่ำ เดือน 10 ปี พ.ศ.2515 อายุล่วงได้ 95 ปี หลวงปู่สุข ได้หกล้ม ทำให้กระดูกต้นขาของท่านหลุดจากสะโพก ท่านทราบว่ากาลมรณสังขารใกล้สิ้นสุดแล้ว ท่านก็ไม่ปริปากบอกใครให้ทราบถึงอาการ เจ็บป่วยของท่านนั้นรักษาไม่หายหรอก มันเป็นเรื่องของสังขารเพราะท่านจะมรณภาพแล้ว ตลอดเวลาที่ท่านเจ็บป่วย ท่านไม่เคยโอดครวญหรือแสดงกิริยาอาการเจ็บปวดให้ใครเห็น ท่านใช้ขันติ และพิจารณาสังขารของท่านในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิต

 

การถือธุดงค์วัตร เมื่อยามที่ท่านยังแข็งแรงอายุยังไม่สูงวัย ท่านถือธุดงค์วัตรเป็นนิจโดยท่านจะเดินธุดงค์หลังจากออกพรรษาแล้ว ไปประเทศเขมรผ่านทางวัดหนองติม อ.ตาพระยา จ.ปราจีนบุรี เพื่อบำเพ็ญจิตและศึกษาวิชาเพิ่มเติม การเดินทางของท่านเป็นที่น่าอัศจรรย์ เพราะท่านเดินทางได้เร็วมาก มีผู้กล่าวว่าท่านสำเร็จวิชาย่นระยะทางไป กลับ ได้ภายในวันเดียว การสอนวิปัสสนากัมมัฏฐาน ในด้านสืบสานพระพุทะศาสนา ท่านจะเคร่งในวัตรปฏิบัติจะนำพุทธศาสนิกชนทำบุญและถืออุโบสถศีลทุกวันพระ อบรมธรรม และฝึกฝนจิตด้านสมถกัมมัฏฐานให้กับพุทธบริษัท หลวงปู่สุข ธมฺมโชโต ท่านนิยมสอนสมถกัมมัฏฐานและวิปัสสนากัมมัฏฐานให้กับบุคคลโดยทั่วไป ผู้ถือศีล สามเณร และพระภิกษุ โดยท่านจะให้ผู้ขอขึ้นกัมฏฐานกับท่านใช้องค์ภาวนาและใช้คาถา อะ อา แอ๊ก ไอ นะ นู เน นิ นังซึ่งเป็นภาษาเขมร

/////////////////////////

 

 

บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้ อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆที่ทีมงานคิดว่ามีประโยชน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดความบันเทิง และให้ความรู้ โดยเราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ E-mail crm_buriramguideแอดhotmail.co.th ทีมงานจะนำบทความนั้นๆออกทันทีี

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอข้อมูลกับบุรีรัมย์ไกด์ดอทคอมและบุรีรัมย์ไทม์ด้วยวิธีง่ายๆ
เพียงส่งรูปภาพหรือข้อมูลข่าวสารกิจกรรมที่ท่านมีเกี่ยวกับบทความเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ มาให้เราที่ buriramguideแอดhotmail.co.th ทางทีมงานจะนำรูปภาพและบทความของท่านมาปรับปรุงข้อมูลและลงชื่อท่านเพื่อเป็นเกียรติค่ะ
เขียนเมื่อ : 09 ม.ค. 2554,22:47   เข้าชม : 3498 ครั้ง

มุมสงบ » เกจิอาจารย์อื่นๆที่น่าสนใจ
ประวัติหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี
ประวัติหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี
หลวงพ่อสง่า วัดบ้านหมอ จ.ราชบุรี
หลวงพ่อสง่า วัดบ้านหมอ จ.ราชบุรี
หนังกระทิงจากอาร์เจนติน่าโยมที่ออสเตรียร่วมกันถวาย
หนังกระทิงผืนนี้จากอาร์เจนติน่า ญาติโยมในออสเตรียร่วมกันซื้อถวายตอนที่หลวงพ่อมาในกิจนิมนต์ที่ยุโรป
หลวงปู่เทียน จิตฺตสุโก
หลวงปู่เทียน จิตฺตสุโก วัดศรีคุณเมือง จังหวัดเลย
หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ
หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ
ตามรอยเกจิดัง หลวงปู่สุข วัดโพธิ์ทรายทอง
คอลัมน์ “ตามรอยเกจิดัง” จะขอตามรอย พระเกจิอาจารย์ชื่อดังท่านหนึ่ง ที่พุทธศาสนิกชนอย่างเราๆท่านๆรู้จักและเคารพนับถือกันมานาน เกจิชื่อดังท่านนี้คือ พระครูภาวนาภิมณฑ์ หรือหลวงปู่สุข ธมฺมโชโต อดีตเจ้าอาวาสวัด วัดโพธิ์ทรายทอง ต.ละหานทราย อ.ละหานทราย จ.บุรีรัม
ประวัติพระราชชายาเจ้าดารารัศมี
วันอังคารเดือน 10 เหนือ ขึ้น 8 ค่ำ ปีระกา พ.ศ. 2416 เป็นวันคล้ายวันประสูตของเจ้าดารารัศมี พระธิดาองค์สุดท้าย ของพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ ๗ ประสูติจากแม่เจ้าทิพไกสร เจ้าดารารัศมีทรงมีเชษฐา ๖ ท่าน และเชษฐภคินีถึง ๕ ท่านด้วยกัน
หลวงปู่เส็ง จันทฺรังสี
หลวงปู่เส็ง จันทฺรังสี
หลวงปู่เพิ่ม ปุญญวสโน
หลวงปู่เพิ่ม ปุญญวสโน
หลวงปู่เย็น ทานรโต
หลวงปู่เย็น ทานรโต
หลวงปู่เทพโลกอุดร
หลวงปู่เทพโลกอุดร
หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่
หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ เดิมชื่อ ญาณ หรือ ยาน รามศิริ เกิดวันที่ 16 มกราคม พ.ศ.2430 วันจันทร์ ขึ้น 3 ค่ำ ปีกุน ณ บ้านนาโป่งบ้างก็ว่า บ้านหนองบอน ตำบลหนองใน (ปัจจุบันเป็น ตำบลนาโป่ง) อำเภอเมือง จังหวัดเลย
หลวงปู่เอี่ยม สุวณฺณสโร
หลวงปู่เอี่ยม สุวณฺณสโร
พระพรหมคุณาภรณ์ (จิรปุญโญ ด.เจียม กุลละวณิชย์) อดีตเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา
พระพรหมคุณาภรณ์ (จิรปุญโญ ด.เจียม กุลละวณิชย์) อดีตเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา
หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี วัดหินหมากเป้ง จ.หนองคาย
หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี วัดหินหมากเป้ง จ.หนองคาย
หลวงปู่เจือ ปิยสีโล วัดกลางบางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม
หลวงปู่เจือ ปิยสีโล วัดกลางบางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม
หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล
หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) มีประวัติเป็นที่ประทับใจประชาชนคนไทยอย่างไรเห็นจะไม่ต้องพูดกัน
หลวงปู่พรหม จิรปุญโญ
หลวงปู่พรหม จิรปุญโญ
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : ตามรอยเกจิดัง หลวงปู่สุข วัดโพธิ์ทรายทอง
 

Satiti.com ฟรีสถิติ โค้ดสถิติ สถิติเว็บไซต์ ตัวอย่างสถิติ เว็บสถิติ จัดอันดับเว็บไซต์ ฟรีบริการเก็บสถิติเว็บไซต์
สำนักงานบุรีรัมย์ไกด์ 67 หมู่ที่ 9 ตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ 31000
Graphic designed By :: buriramguide © 2008 สงวนลิขสิทธิ์ | E-Mail crm_buriramguideแอดhotmail.co.th