|
ธกส.บุรีรัมย์เตือนเกษตรกรที่มารับเงินส่วนต่างโครงการประกันรายได้ ที่ธนาคารและตามจุดต่างๆ ที่ ธกส.นัดจ่ายเงิน ระวังแก๊งมิจฉาชีพออกอาละวาดล้วงกระเป๋าและฉกเงินขณะเผลอ หลังมีเกษตรกรตกเป็นเหยื่อเข้าแจ้งความแล้ว 3 ราย สูญเงินร่วมแสนบาท
นายนิยม รัตนเย็นใจ ผู้อำนวยการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จ.บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ขอแจ้งเตือนเกษตรกรที่เดินทางมารับเงินส่วนต่าง ในโครงการประกันรายได้ทั้งที่ธนาคาร ธกส.และตามจุดต่างๆ ที่ ธกส.นัดจ่ายเงิน ให้ระมัดระวังแก๊งมิจฉาชีพออกอาละวาดล้วงกระเป๋าและฉกเงินขณะเกษตรกรเผลอไม่ระมัดระวัง หลังได้มีเกษตรกรในเขต อ.เมือง ตกเป็นเหยื่อถูกแก๊งมิจฉาชีพล้วงกระเป๋าและฉกเงินมาร้องเรียนที่ธนาคาร ธกส.และเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วถึง 3 ราย รวมมูลค่าความเสียหายร่วม 1 แสนบาท โดยพฤติกรรมของกลุ่มแก๊งดังกล่าวจะฉวยโอกาสก่อเหตุ ขณะที่มีเกษตรกรเข้ามาใช้บริการจำนวนมากคนหนาแน่นเบียดเสียดกัน ทำให้เกษตรกรที่ไม่ได้ระวังตกเป็นเหยื่อ ซึ่งช่วงนี้ทางธนาคาร ธกส.ได้ให้เจ้าหน้าที่นำเงินออกไปจ่ายให้กับเกษตรกรตามหมู่บ้าน ตำบลต่างๆ โดยแต่ละจุดจะมีเกษตรกรมารับเงินส่วนต่างไม่น้อย 1,000 – 2,000 คน
ผู้อำนวยการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จ.บุรีรัมย์ ยังระบุอีกว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางธนาคาร ธกส.ได้เพิ่มมาตรการเข้มงวดมากขึ้น โดยการจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พร้อมขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้เข้ามาช่วยสอดส่องดูแลทั้งที่ธนาคาร และตามจุดต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่นำเงินส่วนต่างออกไปจ่ายให้กับเกษตรกร หากพบผู้มีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกษตรกรตกเป็นเหยื่ออีก นอกจากนั้น ในส่วนของทางธนาคาร ธกส.ยังได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม เพื่อช่วยในการบันทึกภาพตรวจจับคนร้ายที่จะเข้ามาก่อเหตุที่ภายในธนาคาร ธกส.และบริเวณโดยรอบ เนื่องจากที่ผ่านมาเคยเกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าว แต่กล้องวงจรปิดไม่สามารถจับภาพได้
ทั้งนี้ จังหวัดบุรีรัมย์ได้มีเกษตรกรมาขึ้นทะเบียนการเป็นเกษตรกรโครงการประกันราคาผลผลิตการเกษตร ของรัฐบาล จำนวน 192,614 ราย ทำสัญญากับ ธ.ก.ส.แล้ว 188,600 ราย ซึ่งขณะนี้ทางธนาคารได้ดำเนินการจ่ายเงินส่วนต่างให้กับเกษตรกรไปแล้วทั้งสิ้น 169,985 ราย เป็นเงิน 2,198,747,392 บาท
“ทาง ธ.ก.ส.บุรีรัมย์ จะเร่งจ่ายเงินส่วนต่างให้กับเกษตรกรที่มาทำสัญญากับทางธนาคาร ทั้ง 192,614 ราย เป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 2,300 ล้านบาท ภายในสิ้นเดือน ม.ค.นี้ เพื่อเป็นการเยียวยาให้กับเกษตรกรหลังข้าวมีราคาต่ำกว่าราคาประกัน” นายนิยม กล่าว |