|
อองรี โจแอล สวมบทฮีโร่ช่วย บุรีรัมย์ เอฟซี เปิดบ้านเฉือนชนะ เชียงใหม่ เอฟซี ไปสุดมันส์ เก็บ 3 แต้มสำคัญ พร้อมทำสถิติไม่เสียประตู 5 นัดติดต่อกัน
ศึกลูกหนังดิวิชั่น 1 นัดที่ 5 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา “นักรบลาวาเพลิง” บุรีรัมย์ เอฟซี ที่เสมอมา 3 นัดรวด เปิดบ้านรับการมาเยือนทีมแกร่งจากภาคเหนือ “พยัคฆ์ล้านนา” เชียงใหม่ เอฟซี ที่เพิ่งเจ๊า “กระต่ายป่า” มา 1-1
เจ้าถิ่น “โค้ชยง” ชัยยง ขำเปี่ยม จัดทัพใหญ่เต็มสูบอีกครั้ง โดยส่ง ดักลาส คาร์โดโซ่ กองหน้าชาวบราซิล หายเจ็บกลับมา ลงสนามพร้อมทั้ง สมเจตร สัตบุษ, ศุภกิจ จินะใจ และ สุริยา ดอมไธสง พร้อมออกสตาร์ทล่าตาข่ายนัดนี้
ทางฝั่งทีมเยือน ภายใต้นำทัพของ เรเน่ เดอซาเยียร์ ส่งตัวหลักอย่าง โมฮาเหม็ด กาโด้ จับคู่กับ ภานุวัฒน์ อาจอินทร์ ลงทะลวงตาข่าย พร้อมทั้ง จักรพงษ์ แสนหลวง คอยบัญชาเกมรับ
ก่อนเริ่มเกมการแข่งขันนักเตะทั้งสองทีมได้มีการยืนไว้อาลัยให้กับเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลาหนึ่งนาที และเปิดฉากขึ้นมา เจ้าถิ่นที่ต้องการสามแต้มอย่างมาก บุกเข้าใส่ก่อน ทำให้ทีมเยือนต้องลงไปรับกันทั้งทีม โดยบุรีรัมย์เกือบได้ประตูออกนำจากการหลุดเดี่ยวของ สุริยา ดอมไธสง แต่กลับไปเลือกส่ง จึงทำให้โดนดักได้
จากนั้นเกมผ่านไปได้สิบนาที เชียงใหม่ มีลุ้นฟรีคิกระยะ 27 หลาจาก นิคม สมหวัง ที่ตะบันเต็มแรงบอลพุ่งเข้ากรอบ ทำให้ อัมรินทร์ เยาดำ ต้องออกแรงพุ่งปัดจังหวะแรก ก่อนจะตะครุบไว้ได้อีกครั้ง จากนั้นถัดมาสองนาที วีรยุทธ จิตรขุนทด เก็บตกแถวสองก่อนได้ลองส่องไกลนอกกรอบบอลพุ่งแรงแต่เฉียดเสาออกไปนิดเดียว
และนาที 19 สุมัญญา ปุริสาย ได้ส่องฟรีคิกบริเวณกรอบเขตโทษเต็มแรง แต่ พรรษา มีสัจธรรม ปัดออกไปได้ และจากจังหวะเตะมุม แฟนบอลบุรีรัมย์ได้เฮกันลั่นสนาม เมื่อ ศุภกิจ จินะใจ เปิดเข้ามาที่หน้าปากประตู บอลเลยมาถึง อองรี โจแอล ที่ยืนโล่งๆ ก่อนพักอกหนึ่งจังหวะและยิงด้วยซ้ายเข้าไปไม่เหลือ ให้ทีมขึ้นนำ 1-0
จากนั้น ทีมเยือนพยัคฆ์ล้านนา เปิดเกมแลกเพื่อหวังประตูตีเสมอ แต่ก็บุกไปไม่ขึ้นโดนดักไว้ได้หมด โดยเกมผ่านไปถึงนาที 35 บุรีรัมย์เปลี่ยนเอา สุมัญญา ที่มีอาการบาดเจ็บออก และส่ง เบเยม่า อันตัว ลงไปเล่นแทน และก็เกือบช่วยให้เจ้าถิ่นหนีห่าง จากจังหวะที่ขึ้นไปเติม โดย เบเยม่า วิ่งไปรอเสาสองก่อนโหม่งย้อนมาที่ตรงกลาง แต่ จักรพงษ์ แสนหลวง โหม่งสกัดออกไปได้ทัน
และก่อนทดเจ็บ ดักลาส คาร์โดโซ่ รับหน้าที่อาสาปั่นฟรีคิกระยะ 22 หลาเยื้องทางขวากรอบเขตโทษ โดยวิ่งเข้าตะบันเต็มข้อ บอลพุ่งแรงแต่ไม่ตรงกรอบ ซึ่งทาง พรรษา หมดสิทธิ์ไปแล้ว จากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มได้ หมดครึ่งแรก บุรีรัมย์ นำ เชียงใหม่ 1-0
กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง โดยทีมเยือนพยายามตั้งเกมบุกเข้าใส่ แต่ยังหาโอกาสพาบอลเข้าไปทำประตูได้น้อยมาก ซึ่งทิ้งสามผสานไว้ข้างหน้าไม่ว่าจะเป็น ภานุวัฒน์ อาจอินทร์, โมฮาเหม็ด กาโด้ และ นิคม สมหวัง ส่วนเจ้าถิ่นเกือบจะหนีเป็น 2-0 หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้
นาที 62 ทีมลาวาเพลิง น่าจะได้ประตูอีกครั้ง เมื่อ ดักลาส รับบอลจากการจ่ายของ สมเจตร สัตบุษ บริเวณกรอบเขตโทษ ก่อนโยกหลบหนึ่งจังหวะ แต่ยิงไม่ดีบอลผ่านหน้าประตูออกไปอย่างน่าเสียดาย ช่วงก่อนหมดเวลาสิบนาที บุรีรัมย์ส่ง วันเดอร์ หลุยส์ ลงมาแทน ศุภกิจ จินะใจ ส่วนเชียงใหม่ ส่ง เมธี ปังโพ ลงมาแทน มาร์ค แอนโทนี่
ทีมเยือนมามีลุ้นจากลูกฟรีคิกในนาที 84 จากลูกเปิดเข้ามาของ นิคม บอลข้ามมาถึง จักรพงษ์ ที่สอดขึ้นมาโหม่งบอลย้อยตกหลังตาข่ายนิดเดียว โดย อัมรินทร์ พุ่งไม่ถึงแล้ว ช่วงท้าย โมฮาเหม็ด กาโด้ หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนโดน ดุรงฤทธิ์ ศรีลา สกัดล้ม แต่ผู้ตัดสินมองว่า โดนบอลจึงไม่เป่าจุดโทษแต่อย่างใด ท่ามกลางการประท้วงของผู้เล่นเชียงใหม่
จากนั้นกรรมการทดเจ็บ 3 นาที แต่ไม่มีทีมใดพังประตูเพิ่มได้ ครบ 90 นาที บุรีรัมย์ เปิดบ้านเฉือนชนะ เชียงใหม่ 1-0 เก็บเพิ่มอีก 3 แต้ม จากการลงสนาม 5 นัด มี 9 คะแนน พร้อมรักษาสถิติเป็นเกมที่ 5 ที่ยังไม่เสียประตูให้ทีมใดอีกด้วย ส่วน “พยัคฆ์ล้านนา” ที่ลงแข่งเท่ากันมีอยู่ 5 แต้ม
ยอดผู้ชม 8,272 คน ค่าบัตรผ่านประตู 511,040 บาท ของที่ระลึก 450,000 บาท
บุรีรัมย์ เอฟซี : อัมรินทร์ เยาดำ (GK), วีรยุทธ จิตรขุนทด, รัตนะ เพ็ชรอาภรณ์, สุมัญญา ปุริสาย, สุริยา ดอมไธสง, ดักลาส คาร์โดโซ่, อองรี โจแอล, ศุภกิจ จินะใจ (C), โคเน่ย์ เซย์ดู, เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว, สมเจตร สัตบุษ
เชียงใหม่ เอฟซี : พรรษา มีสัจธรรม (GK), นิคม สมหวัง, ภานุวัฒน์ อาจอินทร์, วิโรจน์ ศิลาอ่อน, จักรพงษ์ แสนหลวง(C) , ประวิทย์ ภมรพล, ศุภนนท์ ปรางค์จันทร์, โมฮาเหม็ด กาโด้, บาโยโกลัค มาร์ซี อันโทนี่, คริสเตียน เหยา
|