หน้าหลัก | จังหวัดบุรีรัมย์ | ข่าวประชาสัมพันธ์ | แหล่งท่องเที่ยว | ประเพณีภูมิปัญญา | แนะนำภาพ | แนะนำร้านค้า | ลงนามถวายพระพร | ลงนามถวายพระพร | เว็บบอร์ด | ติดต่อโฆษณา
User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

เกาะติดประเด็นร้อน

ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » เทศกาลประเพณี ภูมิปัญญา » วิถีชีวิตเรื่องเล่าต่างๆ

 

อากันจิลแพ็ฮ์

 

จำเนียรกาลผ่านมาแต่นานเนิ่น ณ หมู่บ้านชายป่าอันไกลโพ้น ยังคงมียายกับหลานชายตัวน้อย ทั้งสองอาศัยอยู่ในกระต๊อบไม้ไผ่เล็ก ๆ อันโกโรโกโสหลังหนึ่ง

ผู้เป็นยาย แม้ว่าจะแก่เฒ่ามากแล้วก็ตาม แต่ด้วยความยากจนข้นแค้น จึงต้องดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ  ทุกวันมักจะออกไปรับจ้างทำงานสารพัดในหมู่บ้าน เพื่อแลกกับข้าวปลาอาหาร ก็สุดแท้แต่ว่าใครจะใช้ให้ทำอะไร  

กล่าวถึงผู้เป็นหลาน  แม้จะรู้ว่ายายของตนต้องลำบากตรากตรำ แต่ก็หาได้ใส่ใจไม่ แต่ละวันที่ผ่านไป เจ้าเด็กคนนี้จะนอนคุดคู้เกียจคร้านอยู่ใต้ร่มไม้อย่างสบายอารมณ์ ช่วงไหนที่นึกเบื่อ ๆ ก็ลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจ  เดินไปเดินมาสักสอง สามรอบ แล้วจึงกลับมาเอนหลังลงนอนต่อ จนทำให้ยายถึงกับเรียกมันว่า

อากันจิลหรือ จอมขี้เกียจ 

ยิ่งถ้าหากเป็นฤดูหนาวด้วยแล้ว อากันจิลจะนอนนิ่งอยู่ข้างกองไฟ แทบจะไม่ยอมกระดิกตัวบางครั้งก็นอนเกลือกกลิ้ง คลุกกับกองขี้เถ้าที่พอกสุมอยู่จนเนื้อตัวมอมแมม แต่ถึงร่างกายจะสกปรกแค่ไหน  อากันจิลก็ไม่เคยคิดจะอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัว  หากยังคงมีความสุขกับการได้นอนผิงไฟไล่ความหนาวคลุกขี้เถ้าเหมือนไม่มีวันเบื่อ นานเข้าคนที่เดินผ่านไปมา ก็พากันตั้งฉายาให้ว่า

 อากันจิลแพ็ฮ์หรือ จอมขี้เกียจคลุกขี้เถ้า

ความขี้เกียจของ อากันจิลแพ็ฮ ว่ากันว่า ไม่มีใครคนไหนที่จะมาเสมอเหมือน มีอยู่วันหนึ่งขณะที่กำลังนอนหลับอย่างสบายอารมณ์อยู่นั้น อากันจิลแพ็ฮ์เกิดนึกอยากกินลูกตะขบสุกหน้ากระต๊อบ ครั้นจะลุกเดินไปที่ต้นแล้วปีนขึ้นไปเก็บเอามากินก็ขี้เกียจ แต่ด้วยความอยากกินเต็มแก่บวกกับความขี้เกียจ อากันจิลแพ็ฮ์ จึงใช้วิธีนอนม้วนตัวกลิ้งคลุกฝุ่นคลุกดินไปจนถึงโคนต้น เสร็จแล้วก็นอนอ้าปากรอให้ผลสุกสีแดงสดของลูกตะขบตกลงใส่ปาก ขณะที่ตาก็ยังคงหลับพริ้มไม่สนใจใด ๆ ทั้งสิ้น ลูกไหนหล่นไม่ตรงปาก อากันจิลแพ็ฮ์ก็ไม่สนเพราะขี้เกียจเอื้อมมือไปหยิบ เสร็จแล้วพออิ่ม ถึงตอนนั้นก็ม้วนตัวกลิ้งมาหลับอยู่ข้างกองไฟใต้ร่มไม้ตรงที่เดิม

แม้แต่ในยามที่ยายร้องเรียกให้มากินข้าวก็เหมือนกัน ทุกครั้งพอได้ยิน อากันจิลแพ็ฮ์จะปรายตามองไปทางเสียงเรียกของยายเสียทีหนึ่ง เสร็จแล้วก็นอนต่อไปอีกสักพัก จนกว่ายายจะเรียกเสียงหนัก ๆ อีกสักครั้งสองครั้งนั่นแหละ มันถึงจะยอมลุกขึ้นเดินทำตาสลึมสลือไปบนกระต๊อบ แล้วพอถึงวงข้าว อากันจิลแพ็ฮ์จะนั่งลงอ้าปากรอให้ยายป้อน ไม่ยอมตักกินเองเพราะขี้เกียจ แต่พอป้อนข้าวใส่ปากไปแล้ว จอมขี้เกียจก็ยังขี้เกียจเคี้ยวข้าวกลืนลงไปอีก เหตุการณ์เป็นอย่างนี้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน จนกระทั่งยายก็จนปัญญาจะหาวิธีจัดการ ในที่สุดก็จำต้องปล่อยเลยตามเลย

วันเวลาล่วงผ่านไปวันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่า อากันจิลแพ็ฮ์ก็ได้แต่นอนเกียจคร้านอยู่อย่างนั้นไม่เคยเปลี่ยนแปลง ขณะที่ร่างกายนั้นก็เริ่มผ่ายผอมลงทุกวันจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ชาวบ้านร้านถิ่นที่เดินผ่านไปมา ต่างก็หัวเราะแกมสมเพชเวทนาในชะตาชีวิตของเด็กน้อยจอมขี้เกียจคนนี้

จนมาวันหนึ่ง อากันจิลแพ็ฮ์ เกิดนึกอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้ จู่ ๆ ก็ลุกยืนขึ้นมาพรวดพราด หันไปพูดกับยายด้วยสีหน้าจริงจัง

.ยายฉันขอยืมขวานหน่อยซิ จะเอาไปตัดต้นยางริมลำธารมาทำด้ามกระบวย

ฝ่ายยาย พอได้ยินเจ้าหลานจอมขี้เกียจเอ่ยดังนั้น พลันก็นึกแปลกอกแปลกใจระคนตลกขบขัน คิดอยู่ในใจว่า ด้ามกระบวยมันก็เล็กนิดเดียว ถึงกับต้องไปตัดไม้ต้นใหญ่มาทำเชียวรึ  แต่ไม่ทันจะพูดอะไรออกไป ฝ่ายหลานชายจอมขี้เกียจ ก็วิ่งไปฉวยเอาขวานที่เสียบไว้ตรงข้างฝา ก่อนจะเดินดุ่ม ๆ มุ่งไปยังลำธารเพื่อตัดต้นยางมาทำด้ามกระบวยตามที่คิด

เมื่อไปถึงลำธาร  ขณะกำลังเลือกต้นยางที่จะตัดอยู่นั้น ชาวบ้านที่เดินผ่านไปผ่านมา ต่างก็นึกแปลกใจที่เห็น อากันจิลแพ็ฮ์ลุกจากที่นอนมาจนถึงที่นี่ได้ จึงพากันเอ่ยปากถามด้วยความอยากรู้ ครั้นพอรู้ว่ามันกำลังจะตัดต้นยางเอาไปทำด้ามกระบวย ทุกคนต่างก็หัวเราะขบขันจนสุดที่จะกลั้นเอาไว้ได้ คิดอยู่ในใจว่าเจ้าหมอนี่มันคงนอนเกียจคร้านจนเสียสติไปแล้วเป็นแน่แท้ แต่ก็ไม่มีใครทักท้วงว่าอะไร ต่างคนต่างก็เดินจากไปเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องเหลวไหล

ฝ่าย อากันจิลแพ็ฮ์ เมื่อเลือกได้ต้นยางที่ถูกใจแล้ว จากนั้นก็ลงมือตัดโค่นในทันที แต่ด้วยความที่เป็นคนขี้เกียจ จึงทำให้เผลอหลับสัปหงก จนกระทั่งปล่อยขวานให้หลุดมือตกลงไปในลำธาร เมื่อรู้สึกตัว อากันจิลแพ็ฮ์ก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ครั้นว่าจะดำน้ำลงไปงมหา แต่น้ำในลำธารก็ดูจะลึกเกินไป สุดท้ายเมื่อคิดอะไรไม่ออก จึงนั่งลงร้องไห้ริมลำธารอย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย

เสียงคร่ำครวญด้วยความเสียใจของจอมขี้เกียจ ดังไปจนถึงหูของรุขเทวดาที่สิงสถิตอยู่ในบริเวณนั้น ด้วยความเวทนาสงสารเด็กน้อยไร้เดียงสา จึงจำแลงแปลงกายเป็นชายหนุ่มคนหาปลา แล้วเดินเข้ามาสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยความอารี

ฉันทำขวานของยายตกลงไปในน้ำจ๊ะน้า นี่ถ้าไม่ได้ขวานคืนฉันคงไม่พ้นต้องถูกยายตีจนตายแน่ ๆ  อากันจิลแพ็ฮ์บอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น พร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้ม ก่อนจะฟุบหน้าลงกับหัวเข่าแล้วฟูมฟายต่อไปอย่างน่าสงสาร

ฝ่ายเทวดาแปลงกาย เมื่อรู้เรื่องราวทั้งหมด พลันก็รีบปลอบใจเด็กน้อย เอ่ยปากบอกว่าจะลงไปงมหาขวานให้เอง เสร็จแล้วจึงกระกระโดดลงลำธาร ดำดิ่งลงไปงมหาขวานที่ตกมานอนนิ่งอยู่ก้นลำธาร  จากนั้นจึงโผล่ขึ้นมาพร้อมกับขวานทองคำสีเหลืองอร่ามก่อนจะร้องถาม

นี่ใช่ขวานที่เจ้าทำหล่นลงน้ำหรือไม่หลานชาย

ไม่ใช่จ๊ะน้า ของฉันไม่สวยเท่านี้” ‘อากันจิลแพ็ฮ์ ตอบไปตามความจริง

จบคำชายหนุ่มคนหาปลาก็ดำดิ่งลงสู่ก้นลำธารอีกครั้ง ก่อนจะโผล่ขึ้นมาพร้อมขวานเงินที่ถืออยู่ในมือ

นี่ใช่ไหมขวานที่เป็นของเจ้า

ไม่ใช่ ๆ ด้ามนี้ก็ไม่ใช่อีกแหละจ๊ะน้า

 ได้ฟังคำตอบ ชายหนุ่มคนหาปลาก็ทิ้งตัวดำน้ำลงไปอีกครั้งหนึ่ง โผล่มาคราวนี้ขวานที่อยู่ในมือ กลับเป็นขวานเหล็กธรรมดาที่ทำหล่นลงน้ำไป

ใช่ ๆ ๆ เล่มนี้แหละจ๊ะน้าขวานของฉันที่ตกน้ำ อากันจิลแพ็ฮ์ร้องขึ้นมาด้วยความลิงโลดดีใจ

ฝ่ายชายหนุ่มคนหาปลา ทันทีที่ขึ้นมาบนฝั่ง ก็เอ่ยปากถาม อากันจิลแพ็ฮ์อีกครั้งว่าแน่ใจหรือไม่ ฝ่าย อากันจิลแพ็ฮ์ก็ยืนยันมั่นเหมาะว่า ใช่  ดังนั้นชายหนุ่มคนหาปลา จึงส่งขวานเหล็กพร้อมกับขวานทองคำและขวานเงิน เพื่อเป็นรางวัลแห่งความซื่อสัตย์ให้กับ อากันจิลแพ็ฮ์พร้อมทั้งเอ่ยปากชมเชยในความซื่อสัตย์ของเด็กน้อยจอมขี้เกียจคนนี้

เมื่อกลับถึงกระต๊อบ อากันจิลแพ็ฮ์ได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ยายฟัง ครั้นยายได้ทราบเรื่องราวทั้งหมดก็ดีใจเป็นอย่างยิ่ง รีบสวมกอดหลานชายพร่ำพูดชมเชยอยู่ไม่ขาดปากว่า

โอ้หลานเอ๋ย เจ้าถึงแม้จะขี้เกียจไม่ช่วยการช่วยงานอันใด แต่อย่างน้อยเจ้าก็เป็นคนสื่อสัตย์ไม่คดโกง ไม่โลภมาก ไม่อยากได้ของที่ไม่ใช่ของเรา นิสัยเรื่องนี้ของเจ้าช่างน่าชมเชยยิ่งนักหลานเอ๋ยหลานรัก

 อากันจิลแพ็ฮ์เมื่อได้ฟังยายพูดเช่นนั้น ก็เอ่ยปากสัญญากับยายว่า ต่อไปนี้จะไม่นอนเกียจคร้านอย่างที่เคยเป็นมาอีกแล้ว พูดจบก็ผละจากยายเดินลงจากกระต๊อบ รีบช่วยยายผ่าฟืน ตักน้ำใส่ตุ่ม ให้ข้าวเป็ด ข้าวไก่ และงานอื่น ๆ ที่พอทำได้ นานเข้าทุกคนต่างก็ชมเชยในความเป็นคนขยันขันแข็งของเด็กน้อย จนในที่สุดฉายาที่ว่า อากันจิลแพ็ฮ์ก็ไม่มีใครคนไหนเรียกติดปากกันอีกต่อไป

 

 หมายเหตุ : ภาพประกอบจาก 'เศรษฐกิจหมู่บ้านไทยในอดีต' ฉัตรทิพย์  นาถสุภา

 

 

บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้ อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆที่ทีมงานคิดว่ามีประโยชน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดความบันเทิง และให้ความรู้ โดยเราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ E-mail crm_buriramguideแอดhotmail.co.th ทีมงานจะนำบทความนั้นๆออกทันทีี

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอข้อมูลกับบุรีรัมย์ไกด์ดอทคอมและบุรีรัมย์ไทม์ด้วยวิธีง่ายๆ
เพียงส่งรูปภาพหรือข้อมูลข่าวสารกิจกรรมที่ท่านมีเกี่ยวกับบทความเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ มาให้เราที่ buriramguideแอดhotmail.co.th ทางทีมงานจะนำรูปภาพและบทความของท่านมาปรับปรุงข้อมูลและลงชื่อท่านเพื่อเป็นเกียรติค่ะ
เขียนเมื่อ : 09 พ.ค. 2554,21:22   เข้าชม : 388 ครั้ง

เทศกาลประเพณี ภูมิปัญญา » วิถีชีวิตเรื่องเล่าต่างๆอื่นๆที่น่าสนใจ
นิทานพื้นบ้านเขมรเรื่อง กงเฮียน ยอดผู้กล้าจอมปลอม
หลายวันก่อน เพื่อนมิตรท่านหนึ่ง แวะเอาหนังสือนิทานเขมร (กัมพูชา) มาฝาก สอง – สามเรื่อง เมื่อลองพลิกอ่านดูแล้ว จากความรู้ภาษาเขมรแบบ ‘งู งู ปลา ปลา’ ที่ ’ชาวบ้านบัว’ พอจะมีติดหัวอยู่บ้างเล็กน้อย
ภาษาไทยถิ่นอีสาน
ภาษาไทยถิ่นอีสาน เป็นภาษาท้องถิ่นที่ใช้พูดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เป็นภาษาลาวสำเนียงหนึ่ง ในสำเนียงภาษาถิ่นของภาษาลาวซึ่งแบ่งเป็น 6 สำเนียงใหญ่ คือ
ตำนาน พญานาคราช เทพเจ้าแห่งท้องน้ำ
นาค หรือ พญานาค งูใหญ่มีหงอน สัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ ความอุดมสมบูรณ์ ความมีวาสนา และนาคยังเป็นสัญลักษณ์ของบันไดสายรุ้งสู่จักรวาล นาคเป็นเทพเจ้าแห่งท้องน้ำ บางแห่งก็ว่าเป็นเทพเจ้าแห่งฟ้า
ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่
ครั้งหนึ่งเมื่อหลายร้อยปีมาแล้วที่บ้านตาดทอง ในฤดูฝนมีการเตรียมปักดำกล้าข้าวทุกครอบครัวจะออกไปไถนาเตรียมการเพราะปลูก ครอบครัวของชายหนุ่มคนหนึ่งกำพร้าพ่อ ไม่ปรากฏชื่อหลักฐาน ก็ออกไปปฏิบัติภารกิจเช่นเดียวกัน
ตำนานเมืองนางรอง
วรรณกรรมพื้นบ้านเรื่องเมืองนางรอง มีการเล่าสืบต่อกันมาหลายสำนวน แต่ในที่นี้จะนำเสนอเพียง 2 สำนวน ดังนี้ สำนวนที่ 1 นางอรพิมพ์หนีท้าวพรหมทัตเจ้าเมืองพิมายมากับท้าวปาจิต โอรสเจ้าเมืองนครธม นางอรพิมพ์นั่งร้องไห้เพราะท้าวปาจิตต์ถูกงูกัดตายที่นี่
ธรรมเนียมเรื่องการหย่าร้างเมื่อครั้งเก่าก่อน
ก่อนอื่น “ชาวบ้านบัว” ขออนุญาตส่งพรปีใหม่ ไปถึงยังเพื่อนพ้องน้องพี่ ขอจงสุขกายสบายจิต คิดหวังตั้งใจในสิ่งใดให้ได้ตามหวัง ขอพลังแห่งชีวิตจงอยู่คู่กับทุก ๆ คนตลอดไปครับ
ลุงกอบ ช่างจักสานคนบ้านบัว
ถึงวันนี้แม้อายุอานามจะล่วงเข้าไปที่หลัก ๘๐ กว่า ๆ แล้ว แต่ทุก ๆ วันหากไม่มีธุระปะปังที่ไหนอื่นใด ลุงกอบก็มักขลุกอยู่กับการตัด การเกลาเหลาไม้ไผ่ให้ได้ขนาด และสานสานขัดขึ้นรูปเป็นเครื่องมือเครื่องใช้อยู่ใต้ถุนบ้านไม้เก่าอย่างสบายอารมณ์
ศาลหลักเมืองบุรีรัมย์
เป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมของไทยที่เมืองแต่ละเมืองต้องมีศาล ในบุรีรัมย์มีศาลหลักเมืองทุกอำเภอ อ.เมืองบุรีรัมย์ มีศาลเจ้าหลักเมือง อยู่ติดกับวัดกลาง ร่างทรงเจ้าพ่อหลักเมืองเป็นสตรี อ.นางรอง มีศาลเจ้าหลักเมือง และศาลเจ้าแม่กวนอิม
ครูบาสุทธินันท์
ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ เป็นปราชญ์ชาวบ้านอีกผู้หนึ่งที่ทำเกษตรประณีตเพื่อเป็นต้นแบบในการเรียนรู้แก่เกษตรกร
ตำนานมะกอกโคกบนยอดภูเขากระโดง
ตำนานของพันธุ์ไม้ชนิดนี้มีเนื้อหาบางส่วนสอดคล้องกับวรรณกรรมพื้นบ้าน ที่เป็นตำนานของเมืองนางรอง กล่าวว่า ท้าวปาจิตต์ได้เดินทางมาเสาะหามเหสี จนกระทั่งมาพบนางอรพิมพ์ สตรีผู้งดงาม
พ่อคำเดื่อง
พ่อคำเดื่อง ภาษี ปราชญ์ชาวบ้านผู้ผลักดันแนวคิดเกษตรประณีตอีกท่านหนึ่งสะท้อนทัศนะในการมองโลกและเกษตรแนวทางที่ร่วมกันคิดค้นและผลักดันได้อย่างน่าสนใจ \\\"เดี๋ยวนี้การพัฒนาของโลกมันผิดนะ
ตำนานก่องข้าวน้อยฆ่าแม่
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ หมู่บ้านที่แห้งแล้งกันดารแถบอีสาน ซึ่งอยู่ที่อำเภอแห่งหนึ่งของจังหวัดยโสธร มีสองแม่ลูกอาชีพรับจ้างทำนาแกและลูกชาย อาศัยอยู่ที่กระท่อมท้ายหมู่บ้าน ในแต่ละวันจะออกไปทำนาตั้งแต่เช้ามืด
ผัดพริกแกงหมูต้ม
ตั้งใจจะนำเสนอมานานแล้วล่ะครับ สำหรับเมนูริมทุ่งรายการนี้ที่ชื่อ ‘ผัดพริกแกงหมูต้ม’ อันที่จริงก็ใช่ว่าจะวิจิตรพิสดารอะไรหรอกครับ ออกจะทำง่าย
ภูเขาโคกหรือเขาหญ้าคา
เป็นเนินดินเตี้ย ๆ อยู่ในท้องที่บ้านโคกเขาพัฒนา ต.โคกมะม่วง อ.ปะคำ เขตติดต่อกับ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ห่างจากตัวอำเภอปะคำไปทางทิศตะวันตกประมาณ 15 ก.ม.
เกษตรกรรมประณีต
\"เกษตรกรรมอย่างประณีต 1 ไร่ ไม่ยาก ไม่จน\" เป็นรูปแบบเกษตรกรรมทางรอดที่เกิดจากการการระดมความคิดของปราชญ์ชาวบ้านภาคอีสานประกอบด้วย พ่อผาย สร้อยสระกลาง พ่อมหาอยู่ สุนทรชัย พ่อเชียง ไทยดี
ประวัตินางรอง
สมัยขอมเรืองอำนาจ เมืองนางรองหรือแคว้นพนมโรง เป็นที่อยู่ของชนชาติขอม ขอมได้ปกครองดินแดนส่วนนี้เป็นเวลานาน ได้พบซากเมืองโบราณที่แสดงว่าขอมมีอำนาจแถบนี้เป็นระยะๆ จากปราสาทหินพิมาย
ความเชื่อเรื่อง ผีตาผียายมากินข้าว
เมื่อก่อนนี้ สมัยตอนที่ยังเป็นเด็ก ในวงข้าวมื้อเย็น แม่มักจะบอกกับพวกเรา ๓ คนพี่น้องอยู่เสมอ ๆ ว่า กัปข้าวกัปปลาในมื้อนี้อย่ากินจนหมด ต้องเหลือติดสำรับไว้บ้างอย่างละนิดละหน่อย ส่วนข้าวก็ต้องเหลือติดก้นหม้อเอาไว้เหมือนกัน
ข้าวตอกปริศนาในงานศพชาวบ้านเขมร
ตามธรรมเนียมความเชื่อ ในงานศพของชาวบ้านเขมร ครั้นพอถึงเวลาแห่ศพไปเผา ในขบวนแห่ จะมีการโปรยข้าวตอก โรยรายเรื่อยไปตั้งแต่บ้านผู้ตายจนกระทั่งถึงเมรุ – เชิงตะกอน
แบ่งลูกให้ผี ในพิธี กั๊ดมนายเดิม – มนายสะโบน
‘ชาวบ้านบัว’ หายต๋อมไปนานเหมือนเดิม โผล่มาอีกทีคราวนี้ก็หน้าหนาวเข้าไปโน่น ยังไงเสียก็ต้องขออภัยหลาย ๆ ต่อมิตรสหายทุกท่านที่กรุณาผ่านทางมาเยี่ยมมาเยือน
สะดืออีสาน ใกล้บึงกูย อยู่เมืองโกสุมพิส้ย
ภาคอีสาน เดิมได้รับการเรียกขานจากคนกรุงเทพว่าหัวเมืองลาวฝ่ายตะวันออก หรือหัวเมืองลาวพุงขาว ต่อมาได้เรียกว่ามณฑลลาวพวน มณฑลลาวกาว มณฑลลาวกลาง ใน พ.ศ.2437 เปลี่ยนมาเรียกว่ามณฑลอุดร มณฑลอีสาน
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : อากันจิลแพ็ฮ์
 

Satiti.com ฟรีสถิติ โค้ดสถิติ สถิติเว็บไซต์ ตัวอย่างสถิติ เว็บสถิติ จัดอันดับเว็บไซต์ ฟรีบริการเก็บสถิติเว็บไซต์
สำนักงานบุรีรัมย์ไกด์ 67 หมู่ที่ 9 ตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ 31000
Graphic designed By :: buriramguide © 2008 สงวนลิขสิทธิ์ | E-Mail crm_buriramguideแอดhotmail.co.th