หน้าหลัก | จังหวัดบุรีรัมย์ | ข่าวประชาสัมพันธ์ | แหล่งท่องเที่ยว | ประเพณีภูมิปัญญา | แนะนำภาพ | แนะนำร้านค้า | ลงนามถวายพระพร | ลงนามถวายพระพร | เว็บบอร์ด | ติดต่อโฆษณา
User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

เกาะติดประเด็นร้อน

ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » เทศกาลประเพณี ภูมิปัญญา » วิถีชีวิตเรื่องเล่าต่างๆ

 

ธรรมเนียมเรื่องการหย่าร้างเมื่อครั้งเก่าก่อน

 

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๔ มิตรสหายชาว โอเคเนชั่น ทุกคนครับ

ก่อนอื่น ชาวบ้านบัว ขออนุญาตส่งพรปีใหม่ ไปถึงยังเพื่อนพ้องน้องพี่ ขอจงสุขกายสบายจิต คิดหวังตั้งใจในสิ่งใดให้ได้ตามหวัง ขอพลังแห่งชีวิตจงอยู่คู่กับทุก ๆ คนตลอดไปครับ 

          หายหน้าหายหนวดไปเสียเนิ่นนาน (เป็นประจำ...ฮา) กลับมาคราวนี้มีเรื่องเก่าเอามาเล่าต่อครับ ถ้ายังจำกันได้ ชาวบ้านบัว เคยเล่าถึงเรื่อง คำร้อง ชัย หยอง ในประเพณีแต่งงานของชาวเขมรไปแล้วก่อนหน้า

มาวันนี้เป็นภาคต่อครับ ว่าด้วยธรรมเนียมการหย่าร้างของชาวบ้านสมัยก่อน ส่วนจะมีกฎเกณฑ์และวิธีจัดการปัญหากันยังไงก็ลองตามอ่านกันดูครับ

อย่างที่เล่าไปแล้วว่า ตามธรรมเนียมการแต่งงานของชาวเขมรนั้น ในช่วงทำพิธี พอถึงเวลาหนึ่ง เขาจะมีการร้องเอ่ยคำว่า ชัย หยอง ออกมา

พอจบคำ แขกเหรื่อที่มาร่วมงานก็จะร้องรับว่า ชัย เสร็จแล้วก็จะร้องและรับคำเดิมนี้ไปอีกไปจนกระทั่งครบสามครั้ง โดยนัยความหมายก็คือ การอวยชัยให้พรคู่บ่าวสาวในวาระแห่งการเริ่มต้นชีวิตคู่ 

ทีนี้ในกรณีที่พออยู่กันไปแล้ว ความรักเกิดจืดจางห่างเหิน ต่างคนต่างก็อึดอัดขัดข้องใจ อยากจะหันหลังจากกันไปให้มันรู้แล้วรู้รอด ซึ่งในกรณีนี้ ตามธรรมเนียมของคนโบราณเขาก็ใช้คำร้องเช่นเดียวกัน แต่จะเปลี่ยนเอาคำว่า หยอง มานำหน้าคำว่า ชัย อีกทั้งความหมายก็ต่างกันไปด้วย

เรื่องของเรื่องก็คือว่า ในสมัยแต่ก่อนโน้น (คงนานมาแล้วล่ะ) เมื่อผัว เมีย คู่ใด ที่ชีวิตครอบครัวเริ่มไม่ปกติสุข เกิดความกินแหนงแคลงใจกันและกัน แต่ละมื้อแต่ละวันก็มีแต่เรื่องที่ต้องวิวาทบาดหมาง หนักเข่าก็ถึงขั้นลงไม้ลงมือ ประเภทเข่าลอย ศอกบิน จวนเจียนบ้านจะแตกอยู่รอมร่อ ซึ่งแม้ว่าผู้หลักผู้ใหญ่จะประคบประหงม หาทางรอมชอมใด ๆ ให้เกิดขึ้น แต่ถึงที่สุดแล้วทั้งคู่ก็ไม่ยินยอม

ในกรณีแบบนี้ เมื่อเห็นว่ายัง ๆ ไงก็อยู่กันไปไม่ตลอดรอดฝั่งเป็นแน่แท้ ทางผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็จะปรึกษาหารือกัน จากนั้นก็จะนำตัวทั้งคู่ไปหานายบ้าน เพื่อทำการสอบความหาเหตุหาผลของการทะเลาะตบตีจนทำให้ถึงกับจะต้องแยกทางกัน

  เมื่อไปถึง เริ่มแรกนายบ้านก็จะสอบความหาเรื่องราวสาเหตุจากทั้งสองคน โดยแต่ละคนก็จะเล่าถึงความคับข้องใจของตนเองที่เกิดขึ้นจากอีกฝ่ายหนึ่งตามความเป็นจริงทุกประการ

ทีนี้ในกรณีที่สาเหตุเกิดมาจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงลำพัง นายบ้านก็จะให้คนต้นเหตุนั้นทำการขอขมาลาโทษ แล้วก็สั่งสอนบอกกล่าวให้ต่างฝ่ายต่างสงสารเอ็นดู ช่วยกันทำมาหากินสร้างครอบครัวกันต่อไป

แต่ในกรณีที่ต่างฝ่ายต่างเจ็บช้ำน้ำใจ และรู้สึกว่าตนเองถูกเอาเปรียบ ถูกทำร้ายร่างกายจิตใจมาตลอด เห็นว่าอยู่ด้วยกันไปก็ไม่มีความหมายไร้คุณค่า ยังไง ๆ ก็จะต้องขอหย่าขาดกันไม่มีทางอื่น ถึงตอนนี้นายบ้านก็จะเข้าสู่ขั้นตอนของการพิพากษาว่าความ

เริ่มด้วยการชี้แจงถึงกฎเกณฑ์ตามธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดกันมา โดยนายบ้านจะกล่าวขึ้นก่อนว่า

นี่ทุกคนฟังให้ดี ต่อไปนี้ฉันจะขอสอบเอาความจริงว่า สองคนผัวเมียที่อยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้ เขาต้องการที่จะหย่าขาดจากกันจริงหรือไม่

พูดจบ นายบ้านนิ่งอยู่สักพัก ก่อนจะเอ่ยปากว่าต่อไป

ทั้งสองคนฟังให้ดี ต่อไปนี้ฉันจะเอ่ยถามทีละคนจนครบสามครั้ง ว่า หยองหรือ ชัย ผู้ที่ตอบว่า หยอง ทั้งสามครั้ง นั่นแสดงว่าต้องการหย่าขาดจากกัน ส่วนผู้ที่ตอบว่า ชัย ก็แสดงว่าต้องการอยู่กินกันต่อไป

ว่าแล้ว นายบ้านก็หันไปทางฝ่ายหญิงเป็นคนแรก จากนั้นก็ร้องขึ้นด้วยเสียงที่ดังกังวาน

หยองหรือชัย 

จบคำ ฝ่ายหญิงก็ร้องตอบออกมาชัดถ้อยชัดคำว่า หยอง 

นายบ้านถามออกไปอีกเป็นครั้งที่สอง หยองหรือชัย 

ฝ่ายหญิงก็ตอบออกมาคำเดิม หยอง จนกระทั่งครบสามครั้ง

สุดท้ายนายบ้านก็สรุปให้ทุกคนฟังว่า ผู้หญิงคนนี้ต้องการหย่าขาดจากผัวของเธอจริง

ต่อมาก็ถึงคราวของฝ่ายชายบ้าง นายบ้านก็เริ่มด้วยคำถามเดิม

หยองหรือชัย 

หยอง 

หยองหรือชัย

หยอง

หยองหรือชัย 

หยอง

พอถามตอบกันจนครบสามครั้ง นายบ้านก็สรุปให้ทุกคนฟังอีกครั้งว่า ผู้ชายคนนี้ได้ยืนยันแล้วว่า ต้องการที่จะหย่าขาดกับเมียของเขาคนนี้จริง

จากนั้น ก็จะทำการอบรมสั่งสอนว่า เมื่อหย่าขาดจากกันแล้ว ต่างคนต่างก็แยกย้ายทำมาหากินกันไป ห้ามมาข้องแวะเกี่ยวพันกันอีก ถ้าหากฝ่าฝืนก็จะต้องถูกลงโทษโดยการปรับไหมตามประเพณีของหมู่บ้าน

หลังจากตัดสินความกันเป็นที่เรียบร้อย ต่อมา ก็เป็นการสอบความเรื่องทรัพย์สินเงินทองที่ทั้งสองหามาด้วยกัน ครั้นเมื่อทราบจำนวนที่ชัดเจนแล้ว จากนั้นก็จะทำการแบ่งทรัพย์สินที่ว่านี้ออกเป็นสามส่วน โดยฝ่ายชายจะได้รับไปสองส่วน ที่เหลือเป็นของฝ่ายหญิง หรือที่สุภาษิตโบราณเรียกกันว่า ชายหาบ หญิงคอน

ส่วนทรัพย์สินที่แต่ละฝ่ายติดตัวกันมาแต่เดิม ก็ให้ตกเป็นของคน ๆ นั้นไป สำหรับลูกไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง และจะมีด้วยกันกี่คนก็ตาม ตามธรรมเนียมก็คือ คนหัวปีจะต้องให้ฝ่ายชายเป็นผู้ดูแล คนสุดท้องให้เป็นของฝ่ายหญิง ส่วนคนอื่น ๆ ถ้ามี  ก็แล้วแต่ว่าทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันตามความเหมาะสม

ครับ -- เรื่องราวธรรมเนียมการหย่าร้างเมื่อครั้งเก่าก่อน ก็คงจะมีอันต้องจบลงแต่เพียงเท่านี้ อ่านกันเล่น ๆ นะครับ ชาวบ้านบัว ได้ยินคนเฒ่าคนแก่เขาเล่าให้ฟัง ก็เลยเอามาเล่าต่อเพื่อนมิตรคนไหนเห็นเป็นยังไงก็ลองว่ามานะครับ...สวัสดีครับ

 

 

บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้ อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆที่ทีมงานคิดว่ามีประโยชน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดความบันเทิง และให้ความรู้ โดยเราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ E-mail crm_buriramguideแอดhotmail.co.th ทีมงานจะนำบทความนั้นๆออกทันทีี

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอข้อมูลกับบุรีรัมย์ไกด์ดอทคอมและบุรีรัมย์ไทม์ด้วยวิธีง่ายๆ
เพียงส่งรูปภาพหรือข้อมูลข่าวสารกิจกรรมที่ท่านมีเกี่ยวกับบทความเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ มาให้เราที่ buriramguideแอดhotmail.co.th ทางทีมงานจะนำรูปภาพและบทความของท่านมาปรับปรุงข้อมูลและลงชื่อท่านเพื่อเป็นเกียรติค่ะ
เขียนเมื่อ : 09 พ.ค. 2554,21:25   เข้าชม : 491 ครั้ง

เทศกาลประเพณี ภูมิปัญญา » วิถีชีวิตเรื่องเล่าต่างๆอื่นๆที่น่าสนใจ
ตำนาน พญานาคราช เทพเจ้าแห่งท้องน้ำ
นาค หรือ พญานาค งูใหญ่มีหงอน สัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ ความอุดมสมบูรณ์ ความมีวาสนา และนาคยังเป็นสัญลักษณ์ของบันไดสายรุ้งสู่จักรวาล นาคเป็นเทพเจ้าแห่งท้องน้ำ บางแห่งก็ว่าเป็นเทพเจ้าแห่งฟ้า
ตำนานมะกอกโคกบนยอดภูเขากระโดง
ตำนานของพันธุ์ไม้ชนิดนี้มีเนื้อหาบางส่วนสอดคล้องกับวรรณกรรมพื้นบ้าน ที่เป็นตำนานของเมืองนางรอง กล่าวว่า ท้าวปาจิตต์ได้เดินทางมาเสาะหามเหสี จนกระทั่งมาพบนางอรพิมพ์ สตรีผู้งดงาม
ภูเขาโคกหรือเขาหญ้าคา
เป็นเนินดินเตี้ย ๆ อยู่ในท้องที่บ้านโคกเขาพัฒนา ต.โคกมะม่วง อ.ปะคำ เขตติดต่อกับ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ห่างจากตัวอำเภอปะคำไปทางทิศตะวันตกประมาณ 15 ก.ม.
พ่อผาย สร้อยสระกลาง
เกษตรประณีต 1 ไร่ มิใช่เพียงรูปแบบที่เพียงจดจำหรือนำไปทำตาม แต่สิ่งทีสำคัญมากกว่านั้น คือ แนวคิดในการทำการเกษตร
ภาษาไทยถิ่นอีสาน
ภาษาไทยถิ่นอีสาน เป็นภาษาท้องถิ่นที่ใช้พูดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เป็นภาษาลาวสำเนียงหนึ่ง ในสำเนียงภาษาถิ่นของภาษาลาวซึ่งแบ่งเป็น 6 สำเนียงใหญ่ คือ
ครูบาสุทธินันท์
ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ เป็นปราชญ์ชาวบ้านอีกผู้หนึ่งที่ทำเกษตรประณีตเพื่อเป็นต้นแบบในการเรียนรู้แก่เกษตรกร
นิทานพื้นบ้านเขมรเรื่อง กงเฮียน ยอดผู้กล้าจอมปลอม
หลายวันก่อน เพื่อนมิตรท่านหนึ่ง แวะเอาหนังสือนิทานเขมร (กัมพูชา) มาฝาก สอง – สามเรื่อง เมื่อลองพลิกอ่านดูแล้ว จากความรู้ภาษาเขมรแบบ ‘งู งู ปลา ปลา’ ที่ ’ชาวบ้านบัว’ พอจะมีติดหัวอยู่บ้างเล็กน้อย
ผู้ไท วิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่ยังคงดำรงอยู่
การตั้งถิ่นฐานและประวัติศาสตร์การเข้ามาของกลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไท การอพยพเข้ามาในประเทศไทยมีหลายครั้งและตั้งถิ่นฐานทั้งในจังหวัดทางภาคอีสานและภาคกลาง ได้มีการแบ่งชาวผู้ไทออกเป็น 2 กลุ่ม ตามลักษณะการแต่งกายและบริเวณที่ตั้งถิ่นฐาน ได้แก่ กลุ่มผู้ไทขาว กลุ่มผ
ตำนานก่องข้าวน้อยฆ่าแม่
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ หมู่บ้านที่แห้งแล้งกันดารแถบอีสาน ซึ่งอยู่ที่อำเภอแห่งหนึ่งของจังหวัดยโสธร มีสองแม่ลูกอาชีพรับจ้างทำนาแกและลูกชาย อาศัยอยู่ที่กระท่อมท้ายหมู่บ้าน ในแต่ละวันจะออกไปทำนาตั้งแต่เช้ามืด
ต้นแปะที่ อ.เมืองบุรีรัมย์
เป็นพันธุ์ไม้พื้นเมืองของจังหวัด และเคยเป็นชื่อเมืองบุรีรัมย์ในอดีต ซึ่งตั้งโดยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกในสมัยยังดำรงพระยศเป็นเจ้าพระยาจักรี ในรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ในครายกทัพไปปราบขบถพระยานางรอง เจ้าโอ เจ้าอิน
ตำนานเมืองนางรองตำนานเมืองนางรอง
วรรณกรรมพื้นบ้านเรื่องเมืองนางรอง มีการเล่าสืบต่อกันมาหลายสำนวน แต่ในที่นี้จะนำเสนอเพียง 2 สำนวน ดังนี้
ศาลหลักเมืองบุรีรัมย์
เป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมของไทยที่เมืองแต่ละเมืองต้องมีศาล ในบุรีรัมย์มีศาลหลักเมืองทุกอำเภอ อ.เมืองบุรีรัมย์ มีศาลเจ้าหลักเมือง อยู่ติดกับวัดกลาง ร่างทรงเจ้าพ่อหลักเมืองเป็นสตรี อ.นางรอง มีศาลเจ้าหลักเมือง และศาลเจ้าแม่กวนอิม
ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่
ครั้งหนึ่งเมื่อหลายร้อยปีมาแล้วที่บ้านตาดทอง ในฤดูฝนมีการเตรียมปักดำกล้าข้าวทุกครอบครัวจะออกไปไถนาเตรียมการเพราะปลูก ครอบครัวของชายหนุ่มคนหนึ่งกำพร้าพ่อ ไม่ปรากฏชื่อหลักฐาน ก็ออกไปปฏิบัติภารกิจเช่นเดียวกัน
พ่อคำเดื่อง
พ่อคำเดื่อง ภาษี ปราชญ์ชาวบ้านผู้ผลักดันแนวคิดเกษตรประณีตอีกท่านหนึ่งสะท้อนทัศนะในการมองโลกและเกษตรแนวทางที่ร่วมกันคิดค้นและผลักดันได้อย่างน่าสนใจ \\\"เดี๋ยวนี้การพัฒนาของโลกมันผิดนะ
เรื่อง ผีที่บุรีรัมย์
จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งปราสาทหิน ดินแดนแห่งอารยธรรมขอมโบราณ อยู่ห่างจากกรุงเทพประมาณ 410 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทาง ราว 5 ชั่วโมงเศษ
เกษตรกรรมประณีต
\"เกษตรกรรมอย่างประณีต 1 ไร่ ไม่ยาก ไม่จน\" เป็นรูปแบบเกษตรกรรมทางรอดที่เกิดจากการการระดมความคิดของปราชญ์ชาวบ้านภาคอีสานประกอบด้วย พ่อผาย สร้อยสระกลาง พ่อมหาอยู่ สุนทรชัย พ่อเชียง ไทยดี
ธรรมเนียมเรื่องการหย่าร้างเมื่อครั้งเก่าก่อน
ก่อนอื่น “ชาวบ้านบัว” ขออนุญาตส่งพรปีใหม่ ไปถึงยังเพื่อนพ้องน้องพี่ ขอจงสุขกายสบายจิต คิดหวังตั้งใจในสิ่งใดให้ได้ตามหวัง ขอพลังแห่งชีวิตจงอยู่คู่กับทุก ๆ คนตลอดไปครับ
ตำนานเมืองนางรอง
วรรณกรรมพื้นบ้านเรื่องเมืองนางรอง มีการเล่าสืบต่อกันมาหลายสำนวน แต่ในที่นี้จะนำเสนอเพียง 2 สำนวน ดังนี้ สำนวนที่ 1 นางอรพิมพ์หนีท้าวพรหมทัตเจ้าเมืองพิมายมากับท้าวปาจิต โอรสเจ้าเมืองนครธม นางอรพิมพ์นั่งร้องไห้เพราะท้าวปาจิตต์ถูกงูกัดตายที่นี่
ประวัตินางรอง
สมัยขอมเรืองอำนาจ เมืองนางรองหรือแคว้นพนมโรง เป็นที่อยู่ของชนชาติขอม ขอมได้ปกครองดินแดนส่วนนี้เป็นเวลานาน ได้พบซากเมืองโบราณที่แสดงว่าขอมมีอำนาจแถบนี้เป็นระยะๆ จากปราสาทหินพิมาย
ภูมิรู้ชาวบ้านว่าด้วยการปลูกมะพร้าวให้ลูกดก
“มะพร้าว” ภาษาเขมรบ้านผมเรียกว่า “โดง” ถือเป็นพรรณไม้โบราณอีกชนิดหนึ่งในหมู่บ้าน ที่จนถึงตอนนี้บรรดาชาวบ้านร้านตลาด เขายังคงนิยมปลูกเอาไว้ในละแวกบ้านหรือไม่ก็หัวไร่ปลายนา ตามแต่จะมีพื้นที่เหลือว่างพอให้ได้กลบได้ฝัง
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : ธรรมเนียมเรื่องการหย่าร้างเมื่อครั้งเก่าก่อน
 

Satiti.com ฟรีสถิติ โค้ดสถิติ สถิติเว็บไซต์ ตัวอย่างสถิติ เว็บสถิติ จัดอันดับเว็บไซต์ ฟรีบริการเก็บสถิติเว็บไซต์
สำนักงานบุรีรัมย์ไกด์ 67 หมู่ที่ 9 ตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ 31000
Graphic designed By :: buriramguide © 2008 สงวนลิขสิทธิ์ | E-Mail crm_buriramguideแอดhotmail.co.th